วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
“เดินหน้าสู่ ROE สองหลัก”
บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุ การดำเนินกลยุทธ์ต่างๆของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) ทั้งการซื้อหุ้นคืน, การปรับนโยบายอัตราการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้น และการลดต้นทุนการดำเนินงาน ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ KBANK ที่จะเพิ่ม ROE ให้ถึงสองหลัก แม้ว่าจะล่าช้ากว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2569F ทั้งนี้ในส่วนของโครงการซื้อหุ้นคืน (ตั้งงบไว้ 8.8 พันล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นคืน 47.38 ล้านหุ้น หรือ 2% ของหุ้นทั้งหมดที่ออกมาแล้ว โดยใช้งบไปแล้ว 2.5 พันล้านบาท เพื่อซื้อหุ้น 13.4 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 190 บาท), การลดพนักงาน และการเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล (KBANK สามารถเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลได้ถึง 80% ในช่วง 3-5 ปี โดยที่ไม่กระทบการโตสินทรัพย์ และเงินกองทุนสูงกว่า17% ในปี 2571F) ทั้งนี้เราใช้สมมติฐานในกรณีฐานดังนี้ 1) สินเชื่อโต -3%/4%/4% ในปี 2568F/2569F/2570F 2) NIM อยู่ที่ 3.3%/3.1%/3.1% 3) credit cost อยู่ที่ปีละ 165bps 4) รายได้ค่าธรรมเนียมโต 5%/5%/7% 5) สัดส่วน C/I อยู่ที่ 43%/42%/40%
อัตราการจ่ายเงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ ROE เพิ่มขึ้น เปิดทางการปรับเพิ่ม (re-rate) PBV
เราใช้สมมติฐานว่ากำไรของ KBANK ในช่วงสองปีนี้ (2568-2569F) จะค่อนข้างนิ่ง เพราะ NIM ที่ลดลงจะหักล้างไปกับสมมติฐานค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง ซึ่งกำไรที่ทรงตัวจะทำให้ ROE แทบไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ประมาณ 9% โดยเราใช้สมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลในกรณีฐานที่ 60% ในปี FY68-FY69 ซึ่งหากมีการปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลขึ้นอีกปีละ 10% จะส่งผลให้ ROE เพิ่มขึ้น 0.15% และ ทำให้เรา re-rate PBV ขึ้นซึ่งจะทำให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น 4 บาท/หุ้น
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงจะทำให้ประมาณการกำไรมี upside
KBANK ดำเนินโครงการเกษียณก่อนกำหนดใน 4Q68 โดยคาดธนาคารมีแผนจะลดจำนวนพนักงานต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี จนถึงระดับที่เหมาะสมกับทิศทางของธนาคาร ซึ่งจะมุ่งเน้นทางด้าน wealth management มากขึ้น ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามแผนปรับโครงสร้างต้นทุนการดำเนินงาน เราคาดว่าธนาคารจะต้องปรับจำนวนสาขา KBANK มีมากกว่าคู่แข่ง ซึ่งเป็นควบคู่ลดจำนวนพนักงาน
ปรับเพิ่มกำไรปี 2568F/2569F ขึ้นอีก 3%/4% และ เพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 224 บาท
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรเพื่อสะท้อนถึงอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2568F/2569F ที่เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 5% (จากประมาณการเดิมที่ปีละ 3%) ทั้งนี้การรักษาระดับ ROE ไว้ได้ที่ 9% ในปี 2569F และอาจจะขึ้นไปถึง 10% ได้เมื่ออัตราการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 80% และต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงทำให้สัดส่วน C/I ลดลงมาใกล้ 40% (จาก 43% ในปี 2568F) จากสมมติฐานในกรณีฐานของเราที่ 43%/42% ในปี 2568F/2569F เรา re-rate PBV เป็น 0.9x (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 0.85x) ทำให้ได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 224 บาท (จากเดิมที่ 200 บาท)
ที่มา..บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

พิพัฒน์-เอกนิติ ประชุมประเมิน ผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ครบทุกมิติ
แถลงคืบหน้าจัดประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026
อิสราเอล สั่งเชือดทันที ไม่ว่าใครขึ้นเป็นผู้นำใหม่อิหร่าน ซ่อนไหนก็หนีไม่รอด
กอบศักดิ์ ชี้ปัจจัยหุ้นไทยร่วงหนัก 100 จุด เหตุพึ่งพานำเข้าพลังงานสูง แนะรัฐบาลเร่งหาแหล่งใหม่
‘แทคติคห่วยจนบ๊วยติดคอ’ “หงส์แดง”สิ้นลายแชมป์เก่า!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี