วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
.jpg)
**ช่วงนี้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลกำลังวิ่งวุ่นหาเงินเข้าคลังทุกช่องทาง หลังภาวะเศรษฐกิจยังเปราะบาง รายได้รัฐไม่โตตามเป้า ขณะที่ภาระงบประมาณและหนี้สาธารณะยังรออยู่ข้างหน้า แต่กลับมีข่าวที่ทำให้คนในแวดวงการคลังต้องขมวดคิ้ว เมื่อ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่ง เดินหน้านโยบาย “แบนการซื้อบุหรี่ตามปีเกิด” หรือที่เรียกว่า Nicotine-Free Generation ที่จะห้ามคนที่เกิดหลังปี พ.ศ. 2555 ให้ไม่สามารถซื้อบุหรี่ได้ตลอดชีวิต...มาตรการนี้ไม่ได้จำกัดแค่บุหรี่ แต่ใช้คำว่า "Nicotine-Free" นั่นหมายความว่าจะครอบคลุมผลิตภัณฑ์นิโคตินทุกชนิด...ฟังเผินๆ อาจดูเป็นนโยบายสวยหรู แต่เมื่อมองในโลกแห่งความจริง คำถามสำคัญคือ มาตรการนี้จะได้ผลจริงหรือไม่?...ทุกวันนี้ประเทศยังปวดหัวกับปัญหาบุหรี่เถื่อนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 25% ทำรายได้ภาษีบุหรี่หายไปปีละ 2 หมื่นล้านบาทแล้ว สะท้อนว่าการควบคุมสินค้าที่ถูกกฎหมายยังทำไม่ได้ แล้วเหตุใดจึงคิดจะออกมาตรการใหม่ผลักผู้บริโภคเข้าสู่ตลาดมืดมากขึ้น...ที่น่าสนใจคือ หลายประเทศเคยทดลองหรือผลักดันมาตรการลักษณะนี้มาแล้ว เช่น อังกฤษ ที่แบนบุหรี่ แต่ยังไฟเขียวให้บุหรี่ไฟฟ้า แต่ก็มีหลายประเทศที่ออกตัวแรง แต่สุดท้ายกลับลำ 360 องศา จนหน้าทิ่มดิน เช่น นิวซีแลนด์ ที่ต้องยกเลิกด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้ทางภาษี ขณะที่มาเลเซียเพื่อนบ้านเรา อ้างการขัดสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และเดนมาร์กที่ติดขัดข้อกฎหมายอียู...สรุปคือจนถึงวันนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าวสามารถลดจำนวนผู้สูบบุหรี่ได้จริง สิ่งที่ถูกพูดถึงมากกว่ากลับเป็นความเสี่ยงเรื่องบุหรี่เถื่อน การบังคับใช้กฎหมายที่ซับซ้อน และรายได้ภาษีที่อาจหายไปจากระบบ..“แวดวงการเงิน” อยากสะกิด คุณพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต คุณลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง... ว่าในวันที่กระทรวงการคลังกำลังพยายามหารายได้ทุกเม็ดเพื่อพยุงเศรษฐกิจ จะปล่อยให้มาตรการที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันความสำเร็จมาดึงเงินออกจากกระเป๋ารัฐอีกหรือ…แล้วยังมี การยาสูบแห่งประเทศไทย(ยสท.) หน่วยงานภายใต้สังกัดของตัวเอง ที่ปัจจุบันยังคงส่งรายได้เข้ารัฐไม่น้อย และชาวไร่ยาสูบที่จะต้องได้รับผลกระทบไปเต็มๆ จากมาตรการนี้ด้วย เพราะเมื่อตลาดบุหรี่ถูกกฎหมายหายไป ยสท. ไม่เพียงแต่ต้องปิดตัวเองไป แต่คงต้องวิ่งวุ่นหางบประมาณมาช่วยเหลือดูแลชาวไร่ยาสูบอีกกว่า 3 หมื่นครอบครัว...ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ยสท. กำลังพัฒนาธุรกิจใหม่จากสารสกัดนิโคตินเพื่อลดการพึ่งพารายได้จากบุหรี่ แต่ภายใต้มาตรการ Nicotine-Free Generation แม้แต่ธุรกิจใหม่นี้ก็จะถูกจำกัดไปด้วย เท่ากับว่าทั้งธุรกิจปัจจุบันและทางออกในอนาคตถูกปิดลงพร้อมกัน .... พูดง่ายๆ ก็คือนโยบายนี้ออกมาเพื่ออวสาน ยสท. โดยเฉพาะ...แหล่งข่าวกระซิบว่า ในแผนการอันเนียนกริบระบุว่า ปิดโรงงานยาสูบแล้ว ก็นำที่ดินคลองเตยไปทำโครงการเชิงพาณิชย์ได้ด้วย ตกลงนโยบายนี้ใครได้ประโยชน์นะ... คิดดีไม่ได้เลย ... เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นเรื่องสิทธิของคนไทย เศรษฐกิจ รายได้ การสิ้นสุดอาชีพของคนไทย...!! กระทรวงการคลังไม่ควรนิ่งเฉยนะครับ...**
**อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
กรณ์ ณรงค์เดช-ศรีริต้า ร่วมถวายความอาลัย พร้อมเป็นจิตอาสาแจกอาหารแก่ประชาชน
ดีลสันติภาพส่อสะดุด อิสราเอลเปิดฉากถล่มเลบานอนอีกระลอก อิหร่านขู่ตอบโต้
ไชยันต์ งัดหลักจิตวิทยาวิเคราะห์ ทำไมบางคนถึงโกรธแค้นเมื่อเห็นคนร่วมไว้อาลัยให้ ลูก ของคนที่เกลียด!?
ทร.โชว์ผลของการ ปิดด่าน 100% สกัดบุหรี่เถื่อนทะลักชายแดนจันทบุรี ยึดของกลางมูลค่ากว่า 8 ล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี