วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เราติดกับดักความเชื่อ “ความมี” กับ “ความไม่มี” กันแทบทุกคน คือ...ก่อนที่อะไรจะมี หรือมีอะไรนั่นย่อมแสดงว่ามัน – สิ่งนั้นย่อมไม่เคยมีมาก่อน
หรือกล่าวอีกอย่างได้ว่า ต้องไม่มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ก่อน จากนั้นจึงมีสิ่งนั้นสิ่งนี้
เหตุก็เพราะ..ในชีวิตประจำวันเราเห็นอย่างนั้นจริงๆ เช่น ตัวเราไม่มีมาก่อน ต่อมาจึงมี...ผัว เมีย ลูก เมื่อก่อนไม่มี
ต่อมาจึงมี...หรือรถยนต์ไม่เคยมีมาก่อน ต่อมาก็มี...โค้ก – เป๊บซี่ เมื่อก่อนไม่มี ต่อมาก็มี เป็นต้น
ด้วยเหตุนี้การเอ่ยอ้างเรื่อง “ต้นธาตุ –ต้นธรรม” และเรื่องอื่นๆอีกสารพัดจึงมีคนเชื่อได้ง่าย...ซ้ำเชื่อแล้วเชื่อเลย ไม่ยอมศึกษาค้นหาความจริงต่อไปอีก
เรื่องต้นธาตุ ต้นธรรมนั้นไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรนัก เช่นเดียวกับเรื่อง “ไก่กับไข่” อย่างไหนเกิดก่อนกัน
ถ้าเพียงแต่ศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังสักพักก็จะพบคำตอบ
ยกเว้นแต่ว่าเราไม่เชื่อพระพุทธเจ้า
แต่เรื่องนี้ไม่มีใครตอบได้หรอกครับ แม้แต่คนที่เอ่ยอ้างว่าตัวเองเป็นต้นธาตุ –ต้นธรรม ก็ได้แต่อธิบายไปแบบนิทาน
ข้าพเจ้าเชื่อพระพุทธเจ้า เพราะสติปัญญาปุถุชนอย่างเราๆนี้ไม่มีทางจะรู้ได้อย่างพระองค์
แค่ “หยั่งรู้” ก็ยังยาก
อย่างเก่งก็ได้แต่ “รู้” ด้วยการศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า...ซึ่งก็ถือว่าดีมากแล้ว เพราะอย่างน้อย
เราก็รู้เท่าทันคนที่จะหลอกลวงเรา
แต่ก็มีคนไม่น้อยที่พอได้ศึกษา – ได้ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าก็ชักอวดอุตริมนุสสธรรม หลงคิดไปว่าตัวเองเก่งกว่าพระพุทธเจ้า เห็นว่าคำสอนของพระองค์ไม่ถูกต้อง ไม่จริงแท้
บ้างก็ประกาศตัวว่า “เกิดก่อน มาก่อน” พระพุทธเจ้า
เป็น “ปฐมธาตุ” แห่งพระพุทธเจ้า
แต่โลกนี้หรือโลกไหน จักรวาลนี้หรือจักรวาลไหน ก็ล้วนแต่ประกอบสร้างด้วย “ธาตุ 6” คือ “ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม อากาส(ความว่าง) วิญญาณ” เท่านั้น
(ซึ่งไม่ใช่ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ วิญญาณ...อย่างที่เราเห็นหรือเข้าใจ หากแต่เป็นคุณสมบัติ...ธาตุดิน = แข็ง น้ำ = เคลื่อนไหล ไฟ = ร้อน อากาส = สภาพว่าง วิญญาณ = ธรรมชาติที่รู้)
ทั้ง 6 ธาตุนี้ปรุงแต่งกัน – เชื่อมต่อกัน (ระบบอายตนะ) ตาม “เหตุ –ปัจจัย” (ปฏิจจสมุปบาท – อิทัปปัจจยตา) เกิดเป็น “รูปปรากฏ” (ขันธ์) และ “ไม่ปรากฏ” แก่ผัสสะของมนุษย์ เปลี่ยนแปลงอยู่เนืองนิจ...ไม่ว่าสิ่งนั้นจะปรากฏหรือไม่ปรากฏ มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
เป็นสิ่งที่เรียกว่า “ไตรลักษณ์”
“นิยาม 5”
ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกว่า “สังขตธรรม” (ตรงกันข้ามกับอสังขตธรรม)
ทีนี้ปัญหาเรื่องต้นธาตุต้นธรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ก่อนตอบคำถามก็ขอขีดวงไว้ก่อน เพราะคำว่าต้นธาตุต้นธรรมนี้ แต่ละคนก็ให้นิยามแตกต่างกันไป ข้าพเจ้าจึงนิยามเองบ้างว่า “หมายถึง 1. สิ่งที่เกิดหรือมีมาก่อนธาตุ 6 ดังกล่าวข้างต้น
และ 2. มีธาตุ 6 อยู่แล้ว แต่ยังไม่ก่อเกิดหรือยังไม่มีธาตุแห่งการเป็นพระพุทธเจ้า ที่เรียกกันอย่างเท่มากขึ้นทุกทีว่า
“ปฐมธาตุแห่งการเป็นพระพุทธเจ้า”
พิจารณาที่ธาตุ 6 ก่อน...อย่างที่บอกแต่ต้นว่าเราติดกับดักความเชื่อที่ว่า “ไม่มี” ก่อน จึงจะ “มี” ดังนั้น เราจึงเชื่อว่าก่อนจะมีธาตุ 6 ก็ย่อมไม่มีอะไรเลย
แต่....ในธาตุ 6 นั้นมีอยู่ธาตุหนึ่งคือ “อากาสธาตุ” เป็นธาตุว่าง หรือสภาพว่าง...ธาตุนี้เองที่เราจะเข้าใจเอาก็ได้ว่า “เป็นสิ่งที่ไม่มี” เพราะธาตุอากาสนี้เป็นสภาพว่างที่รองรับธาตุอื่นที่เหลืออีก 5 ธาตุ
จึงทำให้เราเข้าใจว่า ความว่างหรือสภาพว่างคือความ “ไม่มี”
แต่ที่แท้แล้วมัน “มี”
คือ “มี” สภาพว่าง มีความว่าง มีสิ่งที่ไม่มี
“ความไม่มีก็คือความมีอย่างหนึ่ง”
และในพระพุทธศาสนาก้จัดเป็นธาตุชนิดหนึ่ง
เรื่องธาตุ 6 นี้สามารถก่อให้เกิดประเด็น – ปัญหาอื่นๆตามมาได้อีกเพียบ เช่นธาตุ 6 “มีได้อย่างไร” หลายคนอาจตอบว่าเพราะมี “พระผู้สร้าง” หรือบางคนอาจจะตอบว่าต้องมี “ต้นธาตุ” มาก่อน อย่างเดียวกับที่เราต้องมีพ่อแม่ก่อนจึงมีลูก ถ้าใครตอบอย่างนี้ก็ต้องถามต่อไปอย่างไม่รู้จบว่า แล้วก่อนหน้าพระผู้สร้างหรือต้นธาตุมีอะไร?
ใครสร้างพระผู้สร้างและเป็นต้นธาตุ?
คล้ายประเด็นปัญหาที่ว่า “ไก่กับไข่” อย่างไหนเกิดก่อนกัน
แต่ในพระพุทธศาสนาบอกว่า...มันมีอยู่อย่างนั้นอยู่แล้ว...มีอยู่อย่างไม่มีเบื้องต้น ไม่มีเบื้องปลาย ไม่มีที่สิ้นสุด..มัน
หมุนวนเป็นวัฏฏะไปตามเหตุปัจจัย (ปฏิจจสมุปบาท) มันเป็นของมันเช่นนั้นเอง(อิทัปปจยตา)
ว่ากันตรงๆก็คือ ธาตุ 6 “มีอยู่ – เป็นอยู่” แล้ว โดยไม่ต้อง “ไม่มี” มาก่อน
แม้ในปัจจุบันขณะนี้ก็มี
กล่าวอย่างนี้ย่อมขัดกับความเชื่อของเราอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ คือ “มันจะมีอยู่เองได้อย่างไร? มันต้องไม่มีมาก่อน ต่อมาจึงมี จึงจะถูกต้อง”
ธาตุ 6 มีอยู่แล้ว
เหตุปัจจัยที่ปรุงแต่งธาตุ 6 (ปฏิจจสมุปบาท) ก็มีอยู่แล้ว
นิยาม 5 ก็มีอยู่แล้ว
กฎที่มันเป็นเช่นนั้นก็มีอยู่แล้ว (อิทัปปจยตา)
แต่มีอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่เนืองนิตย์...ในฝ่ายสังขตธาตุ
ดังนั้น ต้นกำเนิดหรือต้นธาตุต้นธรรมในนิยามที่ 1 จึงไม่มี หรือไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเป็น “ปฐมธาตุ” ทีนี้มาถึงนิยามที่ 2 ที่ไม่ต้องตั้งประเด็นปัญหาเรื่องปฐมธาตุหรือต้นกำเนิดของธาตุ 6 อีกว่ามาจากไหน – ใครสร้าง (ละนิยามที่ 1 ไป) คือยอมรับว่ามีธาตุ 6 อยู่แล้ว
แต่ธาตุ 6 นี้เอง ก็มีประเด็นปัญหาว่า “มีปฐมธาตุแห่งการเป็นพระพุทธเจ้า” หรือมีต้นธาตุต้นธรรมแห่งการเป็นพระพุทธเจ้าหรือไม่...ซึ่งคำตอบก็เป็นเช่นเดียวกับเรื่องปฐมธาตุ หรือเรื่องพระผู้เป็นเจ้า
แต่ขอย้ำว่า “ไม่มีสิ่งใดในสากลจักรวาลที่ไม่ประกอบด้วยธาตุ 6” ไม่ว่าเป็นธาตุรูป(วัตถุ)หรือธาตุนาม(วิญญาณ) รวมถึงธาตุที่เกิดจากการปรุงแต่งกันของธาตุ ๖ จนเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ...ทั้งที่เป็น “รูปปรากฏ” และไม่เป็น
รูปปรากฏ อย่างจริต นิสัย ฯลฯ ก็เป็นธาตุทั้งนั้น
ดังนั้น ธาตุแห่งการเป็นพระพุทธเจ้าก็ย่อมมีอยู่แล้ว เช่น นิพพานธาตุ นิโรธธาตุ เป็นต้น
ไม่มีใครสร้าง ไม่มีใครทำให้มี มันมีอยู่ – เป็นอยู่เองแล้วตามธรรมดาของมัน
ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า...ธาตุนั้นเป็นอย่างไร
เราหาคำตอบได้ในพระพุทธศาสนา...หรือย้อนไปอ่านข้อเขียนในคอลัมน์นี้ตอนแรกๆ ที่ผมเรียกว่า “ทฤษฎีนิเวศ
ปรมัตถ์” ก็ได้...ก็จะเห็นได้ว่า ไม่มี “ใคร” เป็นต้นธาตุต้นธรรมของใครและให้ใคร
เพราะ “ใคร” หรือตัวเราทุกคนก็เป็นพียงธาตุ 6 ประกอบด้วยธาตุ 6...ซ้ำยังหลงคิดว่ามีตัวเรา –มีชีวิต แล้วก็ “ยึดมั่นถือมั่น” เอาเป็นตัวเป็นต้นกันทุกคน
จึงไม่มีพระผู้สร้างหรือต้นธาตุต้นธรรม “แตกตัว” ออกมา “เป็นนั่นเป็นนี่” เหมือนพวกสัตว์เซลล์เดียวอย่างตัวอะมีบ้า เพื่อปราบมาร เพื่อกอบกู้โลก หรือเพื่ออะไรก็ตาม
แม้หากจะมีพระผู้สร้าง...พระผู้สร้างก็เป็นเพียงธาตุ 6
แม้หากจะมีต้นธาตุต้นธรรม...ต้อนธาตุต้นธรรมก็เป็นเพียงธาตุ 6
แม้หากจะเป็นอะไรที่เท่หรือขลังมากกว่านี้...ก็เป็นการ “คิดเอาเอง” อย่างวิปลาส หรือไม่ก็เจตนาหลอกลวงผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ตัว

อิสราเอล ยึดปราสาทใน เลบานอน รุกลึกสุดในรอบกว่า 26 ปี
ทรัมป์เตรียมเปิดงานฉลอง 250 ปีสหรัฐฯด้วยตัวเอง หลังศิลปินแห่ถอนตัว
รอรับหมายอีกราย! แก้วตา ฮึ่ม แอคหลุม พรรคชายแท้ หลังแชร์โพสต์เจ้าตัว ตั้งแคปชันปากแจ๋ว
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่างๆ เฝ้าฯ
แตกตื่นทั้งเมือง! อุกกาบาตระเบิดเหนือสหรัฐฯ พลังเทียบเท่าระเบิดTNT300 ตัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี