วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2569
นับเป็นข่าวที่ฉีกหน้านายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สองอดีตนายกฯพี่น้องตระกูลชินที่พยายามเคลื่อนไหวก่อหวอดทางการเมืองอีกครั้งด้วยการไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือที่เขียนโดยนายฮาจิเมะ อิชิอิ อดีตรมว.มหาดไทยของญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่เพิ่งผ่านมา โดยนายทักษิณผู้พี่ให้สัมภาษณ์สื่อญี่ปุ่นเรียกร้องให้มีประชาธิปไตยในไทยโดยมีการเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว รวมทั้งโจมตีคณะรักษาความสงบแห่งแห่งชาติ(คสช.)กรายๆให้เลิกคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวป่วนเมือง ขณะเดียวกันก็ชี้นำกระแสปลุกขวัญเหล่านักการเมืองพรรคเพื่อไทยด้วยการฟันธงแนวโน้มผลการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่จากการเผยโฉมออกมาเคลื่อนไหวของสองอดีตนายกฯพี่น้องตระกูลชินครั้งนี้กลับถูกสื่อดังของญี่ปุ่นฉีกหน้ายับเยิน
ทั้งนี้สำนักงานข่าวเกียวโดซึ่งเป็นสำนักข่าวชื่อดังของญี่ปุ่นเผยแพร่ข่าวการเคลื่อนไหวของ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ครั้งนี้โดยใช้คำนำหน้าชื่อบุคคลทั้งสองว่า “Fugitives” ซึ่งมีความหมายในทำนองว่า “ผู้หลบหนีคดี” หรือถ้าจะตีความให้ตรงและชัดเจนก็คือ “นักโทษหนีคุก”
การใช้คำนำหน้าเรียก นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า “ผู้หลบหนีคดี” สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเนื่องจาก นายทักษิณ เป็นนักโทษหนีโทษจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญาตามคำพิพากษาของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก และยังมีคดีทุจริตตลอดจนคดีด้านความมั่นคงติดตัวอีกหลายคดี รวมทั้งหมายจับคดีทุจริตกรณีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กลุ่มบริษัทกฤษดามหานครกว่า 10,000 ล้านบาทในยุครัฐบาลทักษิณ ทั้งๆที่กลุ่มบริษัทกฤษดามหานครอยู่ในบัญชีดำธุรกิจที่มีความเสี่ยงเป็นเอ็นพีแอลหรือเสี่ยงหนี้สูญทำให้รัฐเสียหายมูลค่ามหาศาล
ก่อนหน้าที่ นายทักษิณ จะหลบหนีคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ทีมทนายความของ นายทักษิณ ได้นำถุงขนมซึ่งภายในบรรจุเงิน 2 ล้านบาทพยายามที่จะไปติดสินบนผู้พิพากษาเจ้าของคดี แต่ผู้พิพากษาไม่ยอมรับสินบนซ้ำดำเนินคดีทีมทนายของ นายทักษิณ ทำให้ นายทักษิณ รู้ชะตากรรมตัวเองจึงตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศเอาตัวรอดไปเสพสุขอยู่ในต่างแดนก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญาในเวลาต่อมา
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นอดีตนายกฯนักโทษที่หลบหนีโทษจำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญาตามคำพิพากษาของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตอย่างมโหฬารและสร้างความเสียหายแก่ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท
ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ สร้างภาพประกาศหนักแน่นพร้อมสู้ตายคาสนามประชาธิปไตยโดยจะไม่หลบหนีอย่างเด็ดขาดและพร้อมจะไปฟังคำพิพากษาด้วยตัวเองเพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่แล้วก่อนศาลจะตัดสินเพียงแค่ 2 วัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยการช่วยเหลือของ นายทักษิณ ผู้เป็นพี่ชายก็หลบหนีออกนอกประเทศไปใช้ชีวิตอย่างหรูหราในต่างแดนอย่างลอยนวล
นอกจากนี้สองอดีตนายกฯพี่น้องตระกูลชินยังเป็นบุคคลที่ทางการไทยยกเลิกพาสปอร์ตทุกฉบับและเป็นนักโทษหนีคุกที่ถูกถูกออกหมายจับเพื่อนำตัวกลับมารับโทษตามคำพิพากษาของศาล
สองอดีตนายกฯพี่น้องตระกูลชินทั้งๆที่เป็นนักโทษหนีโทษความผิดแต่กลับใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในต่างแดนอย่างลอยนวล ซ้ำยังพยายามทำทุกวิถีทางเคลื่อนไหวทางการเมืองท้าทายกฏหมายบ่อนทำลายประเทศมาอย่างต่อเนื่องหวังที่จะฟื้นระบอบทักษิณให้กลับมามีอำนาจยึดครองประเทศอีกครั้ง
ทั้งๆที่ถูกศาลพิพากษาว่าทุจริตประพฤติมิชอบและไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม แต่สองอดีตนายกฯพี่น้องตระกูลชินรวมทั้งขบวนการระบอบทักษิณกลับพยายามสร้างภาพเรียกร้องประชาธิปไตย อันสวนทางกับพฤติกรรมของระบอบทักษิณซึ่งเป็นธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยจอมปลอมที่ลงทุนและใช้ผลประโยชน์ทุกรูปแบบซื้อส.ส. ซื้อเสียง ซื้ออำนาจรัฐ ซื้อประเทศ ซื้อประชาธิปไตย และเมื่อได้อำนาจรัฐก็จะทุจริตคอร์รัปชั่นโกงบ้านกินเมืองถอนทุนบวกกำไรมหาศาล และใช้อำนาจเผด็จการรัฐสภาเสียงข้างมากประพฤติเลวร้ายตามใจชอบ จัดตั้งกลุ่มเสื้อแดงและกองกำลังใต้ดินก่อจลาจลทั่วกทม.และบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำชาติอาเซียนและผู้นำชาติมหาอำนาจคู่เจรจาที่พัทยา ก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมืองจนสร้างความบอบช้ำให้ประเทศอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีแนวคิดทะเยอทะยานคิดเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศจนเป็นต้นเหตุสร้างความแตกแยกในชาติอย่างลึกซึ้งทำให้ให้มวลมหาประชาชนออกมาแสดงพลังขับไล่ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จนเกิดการรัฐประหารถึง 2 ครั้งตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา
จากพฤติกรรมของสองอดีตนายกฯพี่น้องตระกูลชินที่หลบหนีโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลจึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นแบบอย่างของอภิสิทธิ์ชนที่ทำตัวอยู่เหนือกฏหมายเหนือคนทั่วไปโดยไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมแม้แต่คำพิพากษาของศาล อันเป็นการสวนทางกับความถูกต้องชอบธรรมและระบอบประชาธิปไตยที่พยายามอ้างเพื่อสร้างภาพมาตลอด

รู้แล้วแต่งวันไหน! ณเดชน์เช็กความพร้อม บ้านสวนยิ่งเย็น เตรียมรับขวัญญาญ่า สู่สะใภ้ขอนแก่น
ในหลวง พระราชทานชื่อใหม่ สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
หมอวรงค์โชว์คลิป เมินอาหารฟรีสภาฯ ซื้อก๋วยเตี๋ยวกินเอง ไม่เบียดเบียนภาษีประชาชน
ด่วน! อิหร่าน ส่งโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุฯ ล้างแค้นหลังเซาท์พาร์สโดนโจมตี
นายกฯ ส่งความปรารถนาดี วันอีฎิ้ลฟิตริ ชาวไทยมุสลิมทุกคน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี