วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
นักการเมืองระดับนำของพรรคก้าวไกล และอดีตนักการเมืองของพรรคอนาคตใหม่ที่วันนี้กลายพันธุ์มาเป็นคณะก้าวหน้า หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบและอวตารมาเป็นพรรคก้าวไกล ยิ่งนานวันกาลเวลาก็ได้เปลือยเปลื้องเผยให้เห็นสิ่งที่เป็นของเทียมซึ่งถูกภาพลวงตาปกปิดเอาไว้ออกมาให้เห็นอย่างล่อนจ้อน
เวลานี้ในโลกโซเชียล เขามองแบบกะเทาะเปลือกว่า “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”อาจจะป่วย เรียกร้องความสนใจ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย คนเขาเห็นเรื่อยมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง ที่พูดเรื่องกลับมางานศพพ่อ ในอดีตสัมภาษณ์อย่างหนึ่ง พอต่อมาถูกสัมภาษณ์เรื่องเดิมกับพิธีกรอีกคนหนึ่ง ทั้งที่เรื่องเดียวกันแท้ๆ แต่ข้อเท็จจริงต่างจากหนแรกแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แม้แต่เวลานี้ก็กำลังถูกจับโป๊ะเรื่องอายุ 11 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษา และเรื่องปริญญาตรีสองใบเป็นต้น
แต่อย่างไรก็ดี การพูดกลับกลอกของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” นั้น ก็ไม่ได้มีผลต่อการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เพราะคนไทยจำนวนมากละเลยเรื่อง “สัจวาจา” ของนักการเมือง ดังจะเห็นได้จากผลการเลือกตั้งที่ออกมา ปรากฏว่าคนไทยมากกว่า 14.4 ล้านเสียง จากผู้ออกมาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 39.5 เสียงเทคะแนนให้กับพรรคก้าวไกล ด้วยหวังที่จะให้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี
ยังนับว่าประเทศไทยโชคดี เนื่องจากผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงอีกกว่า 27 ล้านคน หรือคิดเป็น68.64 เปอร์เซ็นต์ไม่เลือกพรรคก้าวไกล แต่กระจายไปเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ หาไม่เช่นนั้นถ้าหากพรรคก้าวไกลได้แลนด์สไลด์ ประเทศไทยก็จะได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ซึ่งนึกเห็นภาพแล้วดูไม่จืด
นอกเหนือจาก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อีกคนหนึ่งที่ต้องพูดถึงก็คือ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้าซึ่งบุคคลผู้นี้ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคก้าวไกลเท่านั้น คนทั่วไปรู้ดีว่าเขาคือเจ้าของพรรคตัวจริงทั้งพรรคอนาคตใหม่ในอดีตและพรรคก้าวไกลในปัจจุบัน
ในวันนี้ความจริงได้เปิดเผยว่า คนรอบตัวของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” โกหกเรื่อง “ดีลลับฮ่องกง” ที่นายธนาธรบินไปพบกับนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกงในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ช่วงที่พรรคเพื่อไทยกำลังจัดตั้งรัฐบาล และความจริงที่เปิดเผยนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เปิดออกมาจากปากของนายธนาธรเอง
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ให้สัมภาษณ์กับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมาในรายการ“กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” โดยเปิดเผยกับนายสรยุทธว่า ได้เดินทางไปพบ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ฮ่องกงจริง นับเป็นครั้งแรกที่นายธนาธรยอมรับ จากที่ก่อนหน้านี้คนรอบตัวนายธนาธร และคนในพรรคก้าวไกลได้ดาหน้าออกมาปฏิเสธ
ย้อนลำดับความให้เห็น หนึ่งในนั้นก็คือ “ช่อ-พรรณิการ์ วานิช” แกนนำคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดที่รู้ความเคลื่อนไหวของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ดีที่สุด ได้ออกมาสยบข่าวลือด้วยการโพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ว่าไม่เป็นเรื่องจริง แต่เป็นการปั่นกระแสข่าว พร้อมทั้งยืนยันว่านายธนาธรไม่ได้เดินทางไปฮ่องกง แต่อยู่ในกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม การที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้สัมภาษณ์กับนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ว่าได้พบกับ“ทักษิณ ชินวัตร” จริงโดยได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ไปต่อรองเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล แต่ไปพบกันตามปกติ เป็นการพูดคุยกันเรื่องชีวิตและเรื่องลูกหลาน ซึ่งเขาบอกกับสรยุทธว่า “เพราะผมเองไม่มีตำแหน่งในการเมือง และก็อาจจะโดนยุบพรรค ถ้าไปต่อรอง”
คำสัมภาษณ์ดังกล่าวของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นั้นคนไทยทั่วไปได้ฟังแล้วก็ไม่เชื่ออยู่ดี แต่รู้ว่านายธนาธร “โกหก” เพราะหลังจากไปพบ “ทักษิณ ชินวัตร” ในเดือนกรกฎาคมแล้ว เขาก็เก็บตัวเงียบไปหลายเดือน เพิ่งจะออกมาเปิดตัวก่อนหน้าให้สัมภาษณ์กับสรยุทธได้ไม่กี่วัน โดยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนโยบาย “ดิจิทัล วอลเล็ต” ของพรรคเพื่อไทยแบบ “ขี้เท่อ” เพราะสิ่งที่นายธนาธรวิจารณ์นั้น อดีตผู้ว่าฯแบงก์ชาติและคณาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ที่เคยออกมาติติงและเสนอแนะรัฐบาลได้พูดกันมาหมดแล้วทั้งสิ้น
การให้สัมภาษณ์ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ครั้งนี้ทำให้ต่อภาพจิ๊กซอว์ทางการเมืองได้กระจ่างชัด ว่าทำไมพรรคก้าวไกลที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไม่ทำหน้าตรวจสอบรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่องนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร และเรื่องการแจกเงิน “ดิจิทัล วอลเล็ต 1 หมื่นบาท” ที่เป็นสองเรื่องใหญ่ของประเทศในเวลานี้
นั่นก็เพราะ “ดีลลับฮ่องกง” ค้ำคอนี่เอง อ่านระหว่างบรรทัดได้จากที่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ให้สัมภาษณ์กับสรยุทธ สุทัศนะจินดา ว่า “รู้สึกเสียใจและเจ็บปวดที่สุดที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล แต่ก็เข้าใจข้อจำกัดของพรรคเพื่อไทย และถึงแม้จะเสียใจแต่พรรคเพื่อไทยคือมิตร และทางออกที่จะทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้าต้องมีสองพรรคนี้ฝากถึงเพื่อนในพรรคก้าวไกลและแกนนำพรรคเพื่อไทยด้วย อนาคตของประเทศไทยอยู่ในมือคุณทั้งสอง พันธมิตรระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเป็นพันธมิตรที่ทำให้ประเทศก้าวหน้าที่สุด และกลับมาเป็นประชาธิปไตย”
อีกไม่นานคงจะได้เห็น สองสโกแกนของสองพรรคการเมือง คือ “คิดใหญ่ ทำเป็น” ของพรรคเพื่อไทยได้มารวมกับพรรคก้าวไกลที่ชูสโลแกนว่า “การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต”
บรรทัดนี้ต้องไม่ลืมคำว่า “บกพร่องโดยสุจริต”ของทักษิณ ชินวัตร และ“โกหกโดยสุจริต” ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” อาจจะกลายเป็น “โกงโดยสุจริต” แบบไม่ได้ตั้งใจก็เป็นได้ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
บางจากแจงชัด! ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคลังน้ำมันสุราษฎร์ฯ ที่เป็นข่าว ยันการรับจ่ายน้ำมันเป็นไปตามมาตรฐาน
ช่องจอมร้อน ทหารกัมพูชาเริ่มยั่วยุ ทัพบกเร่งเสริมกำลัง
ครม.นัดพิเศษ อาจมีหารือเรื่องวิกฤตน้ำมัน เหตุเรื่องเร่งด่วน พร้อมถกเตรียมแถลงนโยบาย
ปัตตานีระทึก พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนไว้ในแท่งแบริเออข้างถนน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี