วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569
ขณะที่เหตุการณ์ชายแดนไทย-เขมรยังไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม เขมรยังเติมกำลังคนและยุทโธปกรณ์มาเรื่อยๆ เพียงแต่การสู้รบรอบใหม่ยังไม่เกิดขึ้น
แต่ภายในประเทศกัมพูชาเองก็ดูเหมือนร่ำๆ จะมีความเปลี่ยนแปลง นอกจากสภาพเศรษฐกิจจะหนักหนาสาหัส จนอาจทำให้ประชาชนทนต่อไปไม่ไหว ตอนนี้จีนก็บีบถึงขนาดฮุนเซน ต้องหักหลังพรรคพวกจีนเทา ซึ่งแหล่งรายได้ของตน ส่งตัว เฉิน จื้อให้ทางการจีนไปดำเนินคดี
ยิ่งกว่านั้นจีนก็มีทีท่าสนับสนุนเจ้านโรดมจักราวุธ ขณะที่สหรัฐอเมริกาชัดเจนว่า สนับสนุน สม รังสี ทั้งสองทางอาจจะบีบให้ ฮุนเซน ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้าเลือดเข้าตา หลังชนฝา
ฮุนเซน เกิดไม่ยอมขึ้นมา ยังต้องการกุมอำนาจเต็มเหมือนเคย แทนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ อาจจะเป็นนองเลือดใหญ่จากเขมร 3 ฝ่าย อะไรก็เป็นไปได้เมื่อกัมพูชายังมีคนชื่อฮุนเซน
แต่บทเรียนที่ไทยเราเคยเจอมาหลังการฆ่าฟันกันเองของเขมร3 ฝ่ายในอดีต คือการเปิดบ้านรับชาวเขมรอพยพเข้ามาเพื่อมนุษยธรรม จนยึดครองหลายส่วนของแผ่นดินไทยมาหลายสิบปี ก็ไม่ควรจะให้เกิดซ้ำรอยประวัติศาสตร์ขึ้นอีก ใครจะหาว่าไร้น้ำใจก็ช่างหัวมัน
หันมาพูดเรื่องการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของเด็กๆ กันดีกว่า ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นอันตรายที่ควรได้รับการจัดการอย่างจริงจัง
ตอนนี้เริ่มแล้วที่ออสเตรเลีย มีการห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี จากการลงทะเบียนบนโซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มต่างๆ ถูกเรียกร้องให้ลบบัญชีที่เด็กๆ ถือครองออก แม้เด็กจำนวนหนึ่งจะปลอมเป็นผู้ใหญ่ ก็ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ และหากพบปล่อยให้มีผู้ใช้เป็นเด็กแพลตฟอร์มเหล่านั้นจะต้องถูกดำเนินคดี
จากเดือนมกราคมนี้ มาเลเซียก็กำลังเตรียมการที่จะมีการแบนคล้ายๆ กัน ส่วนสภาของหลายประเทศในยุโรปก็เริ่มมีการอภิปรายถกเถียงอย่างเปิดเผย เพื่อจะทำตามตัวอย่างของออสเตรเลีย ฝรั่งเศสเรียกร้องให้ผู้ปกครองไม่อนุญาตเด็กวัยต่ำกว่า 15 เข้าร่วมโซเชียลเนตเวิร์ก เบลเยียมแบนโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กต่ำกว่า 13 ขวบนอร์เวย์และเยอรมนีกำลังหารูปแบบหลากหลายในการควบคุมผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กเข้าถึงโซเชียลมีเดีย
แนวโน้มนี้ชัดเจนมากขึ้น ภายในปีหรือสองปีนี้ เป็นไปได้ว่าจะมีเด็กๆ จำนวนมากหายไปจากโซเชียลมีเดียและบางประเทศอาจจะไปไกลกว่านี้ด้วยการระงับยับยั้งไม่ให้เด็กเข้าถึงอินเตอร์เนตโดยสิ้นเชิง
แต่ก็ไม่ใช่ผู้ปกครองทุกคนจะยอมทำเหมือนกันตราบใดที่ “เงิน” ยังเป็นปัจจัยสำคัญในโลกของทุนนิยม ผู้ปกครองจำนวนมากแทนที่จะเลี้ยงเด็กขึ้นมาตามธรรมชาติที่ควรเป็น กลับเอาโทรศัพท์มือถือยื่นใส่มือเด็กเล็กๆ และไม่สนใจว่าผลลัพธ์ของมันจะเป็นยังไงบ้าง เพราะพ่อแม่เองก็รูดจอปรื๊ดๆ ทั้งวันเหมือนกัน
ผู้ปกครองบางรายแทนที่จะยอมรับสิ่งนี้ หลายคนยังคุยเขื่องในทำนองว่า ผมกำลังสอนเทคโนโลยีให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กๆ หรืออ้างว่า การที่เด็กๆ พูดคุยกันตัวเป็นๆต่อหน้าก็ไม่แตกต่างจากคุยออนไลน์ และบางพวกก็กล่าวหา คนที่เป็นห่วงเด็กและเยาวชนว่า ติดอยู่ในอดีต ความขี้เกียจของพ่อแม่ที่จะดูแลลูกเต้าอย่างใกล้ชิดกลายเป็นความก้าวหน้าไปเสียอย่างนั้น
ต่อไป มนุษย์อาจจะไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยเงิน และเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์มือถือ
มีปัญหาอยู่สองสามด้านที่พอจะเป็นเหตุผลสนับสนุนว่า ทำไมเด็กควรจะถูกกันออกจากโซเชียลมีเดียและทำไมการใช้อินเตอร์เนตต้องมีข้อจำกัดสำหรับเด็ก
อย่างแรกเลยคือสิ้นเปลืองเวลา ไม่เพียงเวลาหลายปีที่ควรมีจุดมุ่งหมายจะใช้เพื่อการเรียนรู้และการเติบโตถูกใช้ไปในติ๊กต็อก, ดูช่องของอินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไร, เล่นเกม หรือการพูดคุยไร้สาระกับคนแปลกหน้าอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น มีการวิจัยมามากแล้วว่า เด็กที่ติดหนึบอยู่กับโทรศัพท์จะขาดพัฒนาการที่ถูกต้อง
เด็กๆ ทุกวันนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงของทุกวันส่งข้อความที่ไม่มีอะไรเลย ทำให้มีปัญหาในเรื่องการเขียนอ่านการเรียนรู้ และขอบเขตทางสติปัญญาก็แคบลง ถ้าเด็กๆเสพติดอินเตอร์เนต บางทีแทนที่พวกเขาจะออกไปเล่นกับเพื่อนๆ กลับนั่งอยู่หน้าจอเป็นเวลา 10 ชั่วโมงติดต่อกัน โดยไม่รู้ว่าสื่อสารออนไลน์เหล่านั้นไม่ได้ช่วยพัฒนาสมองขึ้นมาเลย
อันตรายที่เกิดขึ้นจากโซเชียลมีเดียไม่ใช่เรื่องพูดกันในทางทฤษฎี เพราะในโซเชียลมีเดียมันมีพวกที่ชอบเพศสัมพันธ์กับเด็ก และนักต้มตุ๋นหลอกลวงแบบที่เรียกกันว่า“สแกมเมอร์” ซึ่งสามารถล่อลวงเด็กๆได้ง่ายเพราะความไร้เดียงสาของพวกเขา
และอันตรายใหญ่ที่สุดคือ สิ่งที่ไม่ควรเป็นเรื่องปกติกลายเป็นปกติมากขึ้นทุกที นั่นคือความหยาบคาย, การด้อยค่า, ความทารุณโหดร้าย รวมถึงการตลาดที่มุ่งเป้าไปที่เด็กๆ ซึ่งยากจะควบคุมในโลกออนไลน์
โซเชียลมีเดียทุกวันนี้ ด้านหนึ่งเป็นความสะดวกสบายความก้าวหน้าของเทคโนโลยี แต่อีกด้านหนึ่งคือแดนเถื่อน อย่าว่าแต่เด็กเลย ผู้ใหญ่เองก็ยังยากที่จะปลอดภัย แล้วทำไมถึงจะปล่อยเด็กๆให้ท่องโซเชียลมีเดียอย่างไร้ข้อจำกัด ทำไมพวกเขาต้องพบพวกหื่นกามที่ชอบเพศสัมพันธ์กับเด็ก, สแกมเมอร์ หรือมิจฉาชีพรูปแบบต่างๆ, โฆษณาที่ก้าวร้าว, ความหยาบคาย และการด้อยค่ากันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเมื่อพวกเขาเรียน, เล่น หรือโตขึ้นแบบง่ายๆสมกับวัย
ผมเองก็ไม่ฉลาดพอจะมีคำตอบหรอกแค่สงสัยว่ามีหน่วยงานใดสำเหนียกอันตรายเหล่านี้บ้างหรือยัง?
ทิวา สาระจูฑะ

บุกทลายยานรก จับชาวยิวอัพยา ภายในวิลล่าหรู กลางเกาะพะงัน
เปิดศักราชกับซีรีส์จีนฟอร์มล้ำ ! ‘Love Between Lines – เกมรักข้ามบทบาท’
‘ยูโร’ เปิดใจขอบคุณแฟนละครที่ติดตาม บทสรุป ‘ลวง’ปิดม่านสุดตราตรึงหัวใจ
สอบสินบนทองคำ ตร.ยันเดินหน้าคดีตามก.ม. ทนาย‘บิ๊กโจ๊ก’บุกร้องปปช.
เมื่อความหน้าเด็กทำคนเข้าใจผิด… ‘เจี๊ยบ พิจิตตรา’เจอคอมเมนต์ฮา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี