
ย้อนกลับไปยุคที่อเมริกาเป็นเพียงอาณานิคม สมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 1 คือช่วงปี ค.ศ.1607 อังกฤษตั้งอาณานิคมที่เจมส์ทาวน์ปัจจุบันอยู่ในรัฐเวอร์จิเนียลงหลักปักฐานอย่างมั่นคงกลายเป็นสิบสามอาณานิคมของอังกฤษในเวลาต่อมา
ไม่ใช่มีแค่อาณานิคมอังกฤษเท่านั้นในอเมริกาเหนือทุกชาติในยุโรปต่างเข้ามาปักหลักเขตครอบครองแผ่นดินไม่ว่าจะเป็นสเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศสและฮอลแลนด์ทั้งห้าชาติร่วมแบ่งเค้กอย่างสนุกสนานแต่บางหนก็ทะเลาะแย่งชิงเค้กก้อนใหญ่ที่สุดจนเกิดสงครามในเวลาต่อมา
เมื่ออังกฤษก่อตั้ง 13 อาณานิคมในอเมริกาทั้งฝรั่งเศสและสเปนต่างจับตามองดูการเจริญเติบโตของ 13อาณานิคมด้วยความไม่พอใจเพราะสเปนครอบครองดินแดนทางใต้ถัดลงมาจาก 13 อาณานิคมของอังกฤษ ตั้งแต่ฟลอริดาลงมายันอเมริกาใต้แต่หลังจากแพ้สงครามกับอังกฤษในปี ค.ศ. 1588 แล้วสเปนก็ไม่ค่อยอยากข้องเกี่ยวกับอังกฤษเท่าใดนัก
ส่วนฝรั่งเศสนั้นยึดพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์โดยเรียกดินแดนที่ยึดครองส่วนนี้ว่านิวฟรานซ์นอกจากนี้ยึดดินแดนลุ่มน้ำมิสซิสซิปปีไปถึงเทือกเขาร็อกกี้แล้วเรียกบริเวณนี้ว่าหลุยส์เซียน่าพื้นที่ครอบครองของฝรั่งเศสมีผลกระทบต่อสิบสามอาณานิคมของอังกฤษอย่างยิ่ง เพราะปิดล้อมอาณานิคมอังกฤษทั้งตอนเหนือและตะวันตกถือเป็นหอกข้างแคร่ของอังกฤษบนดินแดนใหม่แห่งนี้
จริงๆแล้วอังกฤษกับฝรั่งเศสถือเป็นคู่รักคู่แค้นตลอดกาลทางฝั่งยุโรปมาหลายศตวรรษ สาเหตุที่ไม่ลงรอยกันมาจากสาเหตุหลายประการ เช่นฝรั่งเศสนับถือโรมันคาทอลิค ส่วนอังกฤษนับถือโปรแตสแตนท์เมื่ออพยพผู้คนมาตั้งอาณานิคมในดินแดนใหม่ก็นำความศรัทธาดั้งเดิมมาด้วยทั้งสองประเทศต่างเกรงการแผ่ขยายอิทธิพลทางศาสนาของอีกฝายหนึ่ง
สาเหตุความไม่ลงรอยอีกประการหนึ่งคือการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นทางการค้าเพราะต้องการลงหลักปักฐานแย่งกันกอบโกยและขยายฐานอำนาจในดินแดนใหม่ๆ ทั่วโลกให้ได้มากที่สุดทั้งสองประเทศต่างถือดีและทะนงในความเกรียงไกรของกองทัพเรือของตนอย่างยิ่งยวด ทำให้อังกฤษและฝรั่งเศสเปิดศึกกันตลอดเวลา รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ตั้งแต่ปี ค.ศ.1689-1763 เปิดเกมรบกันทั้งในยุโรปและลากยาวมาถึงอเมริกาโดยเฉพาะการรบระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสในอเมริกามีสาเหตุมาจากความขัดแย้งด้านการขยายเขตอาณานิคมของแต่ละฝ่าย เพราะอังกฤษมองว่าหลุยส์เซียน่าอันเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสสะกัดกั้นการขยายอำนาจของอังกฤษ
ฝรั่งเศสกลับมองว่า 13อาณานิคมของอังกฤษได้เปรียบอาณานิคมของตนจึงยุแยงอินเดียนแดงเผ่าอีโรคัวให้โจมตีอาณานิคมอังกฤษในปี ค.ศ.1704กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายระหว่างสองประเทศเพราะชาวอาณานิคมอังกฤษลงความเห็นว่าจะต้องขจัดอาณานิคมของฝรั่งเศสออกไป ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้
หลังจากทำสงครามมาแล้วถึงสามครั้งอังกฤษกับฝรั่งเศสก็รบกันอีกเป็นหนที่สี่และเป็นหนสุดท้ายอังกฤษกับฝรั่งเศสทำสงครามยืดเยื้อยาวนานถึง 4 ครั้งกินเวลาในการทำสงครามตั้งแต่ปี ค.ศ.1689-1763 นานถึง 74 ปีคือรบกันตั้งแต่รุ่นปู่มาสู่รุ่นหลานนั่นเอง
อังกฤษและฝรั่งเศสต่างอ้างสิทธิดินแดนที่อยู่เหนือหุบเขาโอไฮโอฝรั่งเศสรุกคืบก่อนด้วยการประกาศยึดครองผืนดินแถบนี้ทำให้ชาวอาณานิคมเวอร์จิเนียของอังกฤษไม่พอใจเพราะครอบครองดินแดนแถบนี้มานานแล้ว อยู่ๆฝรั่งเศสประกาศสิทธิ์เอาดื้อๆแถมข้าหลวงฝรั่งเศสในแคนาดาส่งกองกำลังทหาร 1,000 คน เข้าสู่หุบเขาโอไฮโอเพื่อสร้างป้อมปราการยืนยันสิทธิของตนในการครอบครอง ข้าหลวงอังกฤษจึงส่งจอร์จ วอชิงตันวัย 21ปีไปเจรจาพร้อมจดหมายสั่งให้ฝรั่งเศสออกจากหุบเขาโอไฮโอ
ทางฝรั่งเศสได้ฟังก็ล่าถอยออกจากบริเวณนั้นแทนที่จะหันหลังกลับ กลับยึดป้อมของอังกฤษแถวพิทเบิร์กแทน จอร์จวอชิงตันยกพลไปที่ป้อมเนเชชชีตีเพื่อรับมือกลับเพลี่ยงพล้ำจนฝรั่งเศสยึดป้อมนี้ได้ในที่สุด อังกฤษส่งทหารมา 1400นายภายใต้การนำของนายพลแบรดด็อค ซึ่งประมาทฝีมืออินเดียนแดงทางฝรั่งเศสนำอินเดียนแดงมาร่วมกองทัพเป็นจำนวนมากและพวกนี้ชำนาญเรื่องซุ่มโจมตีที่สุด
นายพลแบรดด็อคไม่ยอมฟังคำสั่งของทหารชาวอาณานิคมเพราะทะนงตนในปี ค.ศ.1755 นำพล 2,000 คนเคลื่อนสู่ป้อมเนเชชชีตีผลคือเจอเดชอินเดียนแดงจนทหารอังกฤษตายไปถึง 2 ใน 3 ส่วนนายพลนำเข้าจากอังกฤษเองก็สิ้นชีวิตด้วยฤทธิ์อินเดียนแดงด้วยเช่นกัน จอร์จ วอชิงตันจึงนำกำลังพลที่เหลือไปที่ป้อมคัมเบอร์แลนด์
ฝรั่งเศสฮึกเหิมคิดว่าศึกครั้งนี้ประเทศตนชนะแน่นอนวางแผนจะยึดอาณานิคมของอังกฤษทั้ง 13 อาณานิคมกระหยิ่มยิ้มย่องว่าพลเมืองแห่งดินแดนใหม่จะต้องพูดภาษาฝรั่งเศสและนับถือนิกายโรมันคาทอลิค ไม่ใช่โปรแตสแตนท์แบบอังกฤษผลการรบทำให้ชาวอาณานิคมตระหนักดีว่าจากนี้ไปคงไม่สามารถพึ่งพาอังกฤษได้อีกต่อไปแล้วแถมทหารอังกฤษไม่ได้หน้าที่คุ้มกับภาษีแพงลิบลิ่วที่ชาวอาณานิคมต้องจ่ายเลยแม้แต่น้อย ที่แย่ไปกว่านั้นคือ การรบครั้งต่อมาระหว่างปี ค.ศ. 1754-1755 อังกฤษเป็นฝ่ายแพ้ตลอด
ปี ค.ศ.1756 อังกฤษเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาเป็นวิลเลี่ยม พิตต์ทำลายเรือรบและเรือสินค้าฝรั่งเศสเพื่อตัดเสบียงทำให้เกมพลิกกลายมามีชัยชนะเหนือฝรั่งเศส อังกฤษบุกยึดป้อมต่างๆที่ฝรั่งเศสเคยยึดครอง แล้วขับไล่ทหารฝรั่งเศสออกไป ในปี ค.ศ.1759 กองทัพอังกฤษยึดฐานที่มั่นของฝรั่งเศสทั้งหมดในแคนาดาและอเมริกาแต่ฝรั่งเศสดึงสเปนมาร่วมรบกับอังกฤษกลับปรากฎว่าอังกฤษสามารถเอาชนะทั้งฝรั่งเศสและสเปนได้ในปี ค.ศ.1763 มีการลงนามในสนธิสัญญาปารีสเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ค.ศ.1763 ส่งผลให้ฝรั่งเศสหมดอำนาจและอิทธิพลเหนือดินแดนใหม่โดยสิ้นเชิง
นอกจากหมดอำนาจในอเมริกาเหนือแล้วยังต้องยกดินแดนอาณานิคมที่เคยครอบครองให้อังกฤษคือดินแดนแถบลุ่มน้ำเซนต์ลอเรนซ์และฝั่งตะวันออกของหลุยส์เซียน่าแถมเมื่อดึงสเปนมารบกับอังกฤษยังพลอยทำให้สเปนเสียฟลอริดาให้อังกฤษอีกด้วยสเปนเลยคิดบัญชีด้วยการขอเฉือนดินแดนฝั่งตะวันตกของหลุยส์เซียน่านิวออลีนส์และสิทธิเหนือแม่น้ำมิสซิสซิปปีมาโปะแผ่นดินที่เสียให้กับอังกฤษ
สนธิสัญญาปารีสทำให้ชาวอาณานิคมไม่เกรงกลัวฝรั่งเศสอีกต่อไปจึงพร้อมจะขยายดินแดนไปทางฝั่งตะวันตกของประเทศที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของฝรั่งเศสแต่ปัญหาใหม่ที่พบคือการเผชิญหน้ากับอินเดียนแดงภายใต้การนำของปอนติแอค หัวหน้าเผ่าออตตาวาซึ่งระดมพลอินเดียนแดงถึง 40 เผ่ายืนขวางหน้าชาวอาณานิคมอังกฤษทั้งหลายไม่ให้เข้าไปยึดดินแดนด้านตะวันตก เกิดสงครามระหว่างชาวอาณานิคมอังกฤษกับอินเดียนแดงในปี ค.ศ. 1763 เรียกว่าสงครามปอนติแอคอินเดียนแดงบุกฆ่าและยึดป้อมค่ายของชาวอาณานิคมแต่สุดท้ายอินเดียนแดงก็ยอมสงบศึก
นับจากสงครามฝรั่งเศสและอินเดียนแดงมาปิดท้ายด้วยสงครามปอนติแอคอังกฤษกลายเป็นมหาอำนาจในอเมริกาแทนฝรั่งเศส
..............................................................

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี