วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน ( Metropolitan Museum of Art หรือ The Met) เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะบนฝั่งตะวันออกของเซนทรัลพาร์ค ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1870 โดยกลุ่มนักธุรกิจและศิลปิน มีจุดมุ่งหมายให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ เปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1872 นอกจากจะดึงดูดคนอเมริกันมาชื่นชมงานศิลปะ ยังอวลมนต์เสน่ห์มัดใจคนจากทั่วทุกมุมโลกมาสัมผัสความอลังการงานศิลป์จากที่นี่ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ The Met จึงโด่งดังไปทั่วโลกในระดับเดียวกับพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ในฝรั่งเศส
ความร่ำรวยของพิพิธภัณฑ์นั้นดูได้จากการมีผลงานศิลปะในครอบครองมากกว่าสองล้านชิ้น ด้วยความหลากหลายและมั่งคั่งเช่นนี้ ทำให้ต้องแบ่งอาคารออกเป็น 19 แผนก โดยมีอาคารหลักคือ The Met และแบ่งแยกออกไปอีกสองอาคารคือ ที่อัปเปอร์แมนฮัตตัน (Upper Manhattan) กับเดอะ คลอยสเตอร์ (The Cloisters) ซึ่งจัดแสดงศิลปะยุคกลาง
ในส่วนของอาคารใหญ่หรือ The Met ใหญ่โตกว้างขวางละลานตาด้วยเนื้อที่สองล้านตารางฟุต เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งไปจนถึงห้าโมงครึ่ง แต่วันศุกร์และเสาร์นั้น เลื่อนเวลาปิดไปจนถึงสามทุ่ม สำหรับวันอาทิตย์ ปิดเร็วหน่อย คือ ปิดห้าโมงครึ่งตามเวลาปกติ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงงานศิลปะตั้งแต่ศิลปะยุคคลาสสิค ศิลปะอียิปต์โบราณ จิตรกรรมประติมากรรมจากยุโรป ศิลปะอเมริกันและศิลปะสมัยใหม่
นอกจากนั้นพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงงานศิลปะจากแอฟริกา เอเชีย ศิลปะจากหมู่เกาะแปซิฟิค ศิลปะไบเซนไทน์ และศิลปะอิสลาม นอกจากศิลปะแล้วยังแสดงเครื่องดนตรี เสื้อผ้าและเครื่องตกแต่ง อาวุธโบราณ เสื้อเกราะและอาวุธจากทั่วโลกอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์มีสิ่งก่อสร้างที่แสดงการตกแต่งภายในเป็นการถาวรตั้งแต่จากคริสต์ศตวรรษที่ 1 ของสมัยโรมันไปจนถึงการตกแต่งสมัยใหม่ที่นำมาจัดแสดงให้ชมกันอย่างจุใจ
สำหรับคนที่ชอบศิลปะอียิปต์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แหละคือสวรรค์ชั้นเจ็ดอย่างแท้จริง มีการนำเอาบางส่วนของวิหารอิยิปต์เมื่อสามพันปีก่อนมาสร้างไว้ในอาคารพิพิธภัณฑ์ด้วย ภาพวาดบนฝาโลงดูราวกับเพิ่งวาดเสร็จเมื่อวานนี้ ดูมีเสน่ห์และมีชีวิตชีวา
จากห้องอียิปต์โบราณ เดินไปห้องกรีกและโรมันโบราณ โลงหินแกะสลักงามวิจิตร ฝีมือช่างโรมันโบราณ กลีบดอกไม้หินแกะสลักสวยงามอ่อนช้อยเหมือนแทบจะปลิวไปตามแรงลม
.jpg)
ชาวกรีกและโรมันโบราณเป็นเลิศในเรื่องการแกะสลักรูปเหล่าทวยเทพเทวดาแก้ผ้าเหาะกันไสว ไม่ว่าเทพอะไรก็แก้จนหมดสิ้น ดูแล้วให้เพลิดเพลินเจริญใจไม่น้อย เสียอย่างเดียว คนแกะสลักนั้นคาดว่าคงสอบตกวิชากายวิภาคศาสตร์ เพราะรู้สึกว่า แกะได้ผิดสัดส่วนจริงๆ โดยเฉพาะในบางส่วนที่ควรจะใหญ่ จริงๆ แล้ว ที่มวลเทพต้องยืนหนาวลมห่มฟ้าแก้ผ้าผ่อนมีที่มาจากความเชื่อในเรื่องความงามอันสมบูรณ์แบบตามอุดมคติ การที่จะเห็นความงามนั้นได้ ต้องแก้ให้ดูกันจะๆ ว่า นี่งามจริงๆ ไม่ได้ซ่อนรูป
เมื่อจักรวรรดิ์กรีกและโรมันล่มสลายลง ชาวคริสเตียนเข้ามามีบทบาทเหนือแผ่นดินที่กรีกและโรมันเคยเรืองอำนาจ ด้วยแนวความคิดที่แตกต่างกัน เหล่านักบวชคริสต์ทนดูรูปปั้นยืนอล่างฉ่างเย้ยฟ้าท้าแดดลมไม่ได้ ไม่รู้ว่าด้วยความอิจฉาหรืออุจาด เลยมีการทุบทำลาย "กล่องดวงใจ" ของรูปปั้นเทพเจ้ากรีกและโรมันโบราณลงเป็นจำนวนมาก หลงเหลือมาเป็นสมบัติของโลกเพียงไม่เท่าไหร่ หลังจากนั้นอีกนับพันปี เทวรูปเหล่านี้จึงมีโอกาสได้ไปยืนอวดมัดกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนอื่นต่อสายตาชาวโลกอีกครั้ง ตามเทวสถานและพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก
ห้องแสดงภาพอินเพรสชั่นนิสต์ มีจุดขายอยู่ตรงภาพวาดของแวนโก๊ะ ผู้ซึ่งจ่อมจมอยู่ในความหม่นเศร้าได้ตลอดชีวิต จนวาระสุดท้าย หลังวาดรูปอีกาในทุ่งข้าวสาลี (Wheat Field with Crows ) เสร็จ ยิงตัวตายประชดโลกและอีกา แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกอย่างไม่น่าเชื่อ หลังความตาย ภาพเขียนซึ่งใครๆ เคยคิดว่าไม่มีคุณค่า และขายไม่ออก กลับราคาพุ่งพรวดๆ เกินหลักหลายสิบล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะภาพเหมือนของแวนโก๊ะห์เอง กลายเป็นดาราประจำห้องแสดงภาพศิลปะอิมเพรสชั่นนิสต์ นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะญี่ปุ่นกรูกันเข้าไปแอ็คท่าคิกขุถ่ายรูปกับดวงหน้านั้นอย่างอึงคะนึง
เวลาเหลือน้อยเต็มที เลยเลือกจะไปดูภาพปิกาสโซ่ เป็นลำดับต่อไป ปาโบล ปีกาสโซ (Pablo Picasso-1881-1973) ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ.1881 ที่เมืองมาลากา แถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในสเปน ได้รับความรู้ด้านการเขียนภาพแบบเรียลลิสติกมาตั้งแต่เด็กจากพ่อผู้เป็นอาจารย์สอนศิลปะและจากโรงเรียนศิลปะ พออายุ 16 ปี ก็มีสตูดิโอเป็นของตนเองที่เมืองบาเซโลน่า
รูปแบบการเขียนภาพของปิกาสโซ่ เปลี่ยนเป็นช่วงๆ โดยในปี คศ.1901 ถึง 1904 จัดเป็นยุคสีฟ้า เพราะเป็นช่วงที่ปิกาสโซ่ นิยมใช้โทนสีฟ้าในการเขียนรูป จนมาในปี ค.ศ.1905 จึงเริ่มเปลี่ยนโทนเป็นสีน้ำตาลปนแดง และด้วยความพยายามไม่ปนเปื้อนความเศร้าลงไปในงาน จึงเพิ่มนักเต้นรำ นักกายกรรม และตัวตลก เข้ามาไว้ในการวาดภาพช่วงนั้น จากนั้นคิดค้นศิลปะแบบใหม่โดยการวิเคราะห์รูปทรงทางเรขาคณิต จนกระทั่ง ในปี ค.ศ.1921 ภาพเขียน " นักดนตรีทั้งสาม " (The three Musicians ) คือผลพวงแห่งความสำเร็จที่ได้รับจากการนำทฤษฎีใหม่นี้มาใช้
ปิกาสโซ่เป็นตัวอย่างของศิลปินที่พัฒนาผลงานอย่างไม่หยุดยั้งจนกระทั่งอายุ 90 ปี เสียชีวิตในวันที่ 8 เมษายน ปี ค.ศ.1973 ที่มอร์กิส ประเทศฝรั่งเศส ทุกวันนี้โลกยังกล่าวขานถึงนามนี้อย่างยกย่องในความเป็นเอกทัคคะทางศิลปะ ถือเป็นศิลปินที่โลกไม่ลืมคนหนึ่งเลยทีเดียว

เกรียงยศ-ทินกร-สมเกียรติ ผนึกกำลังภท. ลั่นกลองรบปักธงชัยมีนบุรี-หนองจอก!
ซ้อมใหญ่งานเกียรติยศทหารกล้า ขนทัพศิลปินเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ณ อนุสาวรีย์ชัยฯ
สุวินัย ชำแหละ ไอซ์ ไม่ใช่วีรสตรี แต่คือ อวัยวะ ที่พรรคส้มใช้ปั่นกระแสโกรธแค้น
ชูวิทย์ แฉยับนิทานนางฟ้า ปากบอกช่วยผู้ประกันตน แต่บอร์ดตัวเองโหวตขึ้นเงินสมทบ 875 บาท
ปู กนกวรรณ เคลื่อนไหว! ตกใจ น้องปราย ลูกสาวโทรหาถี่มาก เล่าหมดทุกเรื่องในชีวิต

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี