
บ้านเมอร์เทิลส์ได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของรัฐหลุยส์เซียน่า ตั้งบนพื้นที่ 10 เอเคอร์และมีอายุกว่า 200 ปีมีเรื่องร่ำลือว่าบ้านไร่หลังนี้สร้างขึ้นบนหลุมฝังศพเก่าของอินเดียนแดงเผ่าทูนิก้าแต่สิ่งที่ทำให้สถานที่นี้มีผู้ไปเยือนไม่ขาดสายกลับไม่ใช่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นเรื่องวิญญาณอาถรรพ์ที่สิงสู่อยู่ในกระจก
ตามประเพณีของทางใต้ เมื่อสมาชิกในบ้านเสียชีวิตลงกระจกทุกบานในบ้านต้องถูกคลุมไว้เพื่อที่วิญญาณคนตายสามารถเดินทางไปยังอีกโลกได้ ไม่ถูกผูกติดไว้ในกระจกปัจจุบันบ้านหลังนี้เปิดเป็นโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่อยากพิสูจน์สิ่งลี้ลับ
บ้านไร่เมอร์เทิลส์สร้างในปี ค.ศ.1796 โดยผู้พันเดวิด แบรดฟอร์ดอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นหลายปี จนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ.1817นักศึกษากฎหมายของแบรดฟอร์ดคนหนึ่งคือ เคิร์กวู๊ดรัฟแต่งงานกับลูกสาวของแบรดฟอร์ด แล้วเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้หลังจากเสียภรรยาไปในปี ค.ศ. 1831 เคิร์ก วู๊ดรัฟกับลูกสาวย้ายไปอยู่เมืองโควิงตันในรัฐเดียวกัน จากนั้นจ้างคนดูแลบ้านและขายให้แก่รัฟฟิน แกรี่ สแตริ่ง ในปี ค.ศ. 1834
สแตริ่งกับภรรยาซ่อมแซมบ้านไร่สั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพงมาจากยุโรป และขนานนามว่า“เมอร์เทิลส์” ครอบครัวนี้มีลูก 9 คน แต่ห้าคนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็กสแตริ่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1854 บ้านหลังนี้จึงตกเป็นมรดกของภรรยา
ในปี ค.ศ.1865 แมรี่ โคปป์จ้างวิลเลี่ยม ครูว์วินเทอร์เพื่อช่วยจัดการดูแลไร่ในฐานะทนายความและตัวแทนต่อมาวิลเลี่ยมแต่งงานกับลูกสาวของแมรี่ โคปป์ชื่อ ซาราห์ สแตริ่งซาราห์และวิลเลี่ยม อยู่ในบ้านไร่เมอร์เทิลส์หลังจากแต่งงานและมีลูกด้วยกันทั้งหมด 6 คน
ในปี ค.ศ.1871 วิลเลี่ยมถูกยิงตายที่หน้าบ้านตรงระเบียงหลังจากซาราห์เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1880บ้านไร่เมอร์เทลส์ตกเป็นของลูกชายโทนคือสตีเฟ่นแต่เวลานั้นทั้งครอบครัวเต็มไปด้วยหนี้สิน จึงตัดสินใจขายในปี ค.ศ.1886มีการขายทอดตลาดอีกครั้งในปี ค.ศ.1889 จนกระทั่งแฮริสัน มิลตันวิลเลี่ยมซื้อไว้ในปี ค.ศ. 1891
บ้านหลังนี้เปลี่ยนผ่านระหว่างทายาทของแฮริสันมาหลายชั่วคนจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1950 ได้ขายให้มาร์จอรี่ มูนสันผู้ซึ่งสังเกตเห็นว่าในบ้านมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาหลังจากนั้นถูกเปลี่ยนมืออีกในปี ค.ศ.1970โดยตกเป็นของเจมส์และฟรานเซส มายเยอร์ซึ่งปรับปรุงบ้านไร่เมอร์เทิลส์เป็นโรงแรมจากนั้นโรงแรมนี้ถูกขนานนามว่าเป็นโรงแรมสุดสยองติดอันดับในอเมริกานับแต่นั้นมา
ทำไมโรงแรมนี้จึงถูกขนานนามว่าโรงแรมผีสิง..???
ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 มีการฆ่ากันตายในไร่นี้ตลอดเวลาโดยเริ่มตั้งแต่พวกทาสผิวดำที่ถูกฆ่าอย่างทารุณถูกปล่อยเน่าคาไร่หรือลักลอบฝังไว้ท้ายไร่ อาจจะเป็นเพราะเจ้าที่แรงเพราะสร้างทับลงหลุมฝังศพเก่าแก่ของอินเดียนแดงเลยทำให้เกิดโศกนาฎกรรมอย่างต่อเนื่อง
ไร่เมอร์เทิลส์ถูกเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆพร้อมด้วยข่าวการฆาตกรรมและจำนวนคนที่ถูกฆ่าในบ้านหลังนี้จนกระทั่งนิตยสารไลฟ์นำทั้งภาพและเรื่องราวของบ้านไร่เมอร์เทิลส์ไปตีพิมพ์นอกจากนี้สถานีโทรทัศน์เข้ามาทำข่าวจึงทำให้มีการสืบเสาะคดีฆาตกรรมในเมอร์เทิลส์จนรู้ว่ามีคนถูกฆ่าตายในคฤหาสน์นี้ไม่ต่ำกว่า 10 คน
แม้ว่าที่พักจะหาความสะดวกสบายไม่ได้เลยแต่กลับเป็นที่ท้าทายของบรรดานักท้าพิสูจน์ผีจากทั่วทุกมุมโลกให้นอนพักที่โรงแรมเมอร์เทิลส์เจ้าของไร่ปัจจุบันเล่าว่าแขกที่มาพักมักเจอกับเสียงแปลกๆเสมอไม่ว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าหรือเสียงลากโซ่ตรวนของทาสบางคนโชคดีถ่ายรูปยังมีภาพลางๆ ติดมาด้วย
สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในบรรดาสถานที่สุดเฮี้ยน ติดอันดับ 1 ใน 10 ของอเมริกา มีคนเห็นวิญญาณเด็กสาวชาวอินเดียนแดงอยู่บ่อยๆช่วงสงครามกลางเมือง บ้านหลังนี้ถูกทำลายโดยทหารฝ่ายเหนือทหารสามคนถูกฆ่าตายในบ้านหลังนี้เพราะพบคราบเลือดที่ทางเดินระหว่างห้องไม่สามารถขจัดออกได้แม้จะทำความสะอาดอย่างหนักก็ตามวันดีคืนดีทุกคนได้ยินเสียงเพลงบรรเลงมาจากเปียโนหลังใหญ่ในห้องโถงชั้นล่าง บรรเลงเพลงซ้ำไปซ้ำมา เมื่อไปดูที่เปียโนพบว่าไม่มีใครเล่นบางทีเสียงเพลงดังขึ้นในตอนกลางวัน แต่บางหนบรรเลงเองในกลางดึกเมื่อมีคนเข้าไปดู เสียงเพลงจะหยุดทันทีและบรรเลงเองอีกครั้งเมื่อคนเดินจากไป
ครั้งหนึ่งที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์ในโรงแรมเมอร์เทิลส์แห่งนี้เป็นซีรีย์ทางโทรทัศน์เรื่องเดอะลองฮอทซัมเมอร์ทีมงานกองถ่ายย้ายเฟอร์นิเจอร์ในห้องเล่นเกมและห้องกินข้าวบางส่วนออกไป จากนั้นออกไปทำงานอื่นต่อข้างนอกบ้านแต่เมื่อกลับมาปรากฎว่าเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดถูกย้ายกลับที่เดิมสร้างความประหลาดใจให้แก่ทีมงานอย่างยิ่ง
ส่วนกระจกผีสิงนั้นเล่าลือว่าเป็นกระจกขังวิญญาณมักปรากฎรอยมือให้เห็นเสมอ เจ้าของบ้านรุ่นต่อมาพยายามเปลี่ยนกระจกแต่รอยมือเหล่านั้นก็ยังปรากฎเช่นเดิมกระจกบานโตที่เชื่อกันว่ามีวิญญาณอยู่ข้างในยังแขวนไว้ในห้องนั่งเล่นของโรงแรมเมอร์เทิลให้ทุกคนพิสูจน์ความสยองจนถึงปัจจุบัน
...............................................

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี