วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569

บ้านเมอร์เทิลส์ได้รับการจดทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของรัฐหลุยส์เซียน่า ตั้งบนพื้นที่ 10 เอเคอร์และมีอายุกว่า 200 ปีมีเรื่องร่ำลือว่าบ้านไร่หลังนี้สร้างขึ้นบนหลุมฝังศพเก่าของอินเดียนแดงเผ่าทูนิก้าแต่สิ่งที่ทำให้สถานที่นี้มีผู้ไปเยือนไม่ขาดสายกลับไม่ใช่เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นเรื่องวิญญาณอาถรรพ์ที่สิงสู่อยู่ในกระจก
ตามประเพณีของทางใต้ เมื่อสมาชิกในบ้านเสียชีวิตลงกระจกทุกบานในบ้านต้องถูกคลุมไว้เพื่อที่วิญญาณคนตายสามารถเดินทางไปยังอีกโลกได้ ไม่ถูกผูกติดไว้ในกระจกปัจจุบันบ้านหลังนี้เปิดเป็นโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่อยากพิสูจน์สิ่งลี้ลับ
บ้านไร่เมอร์เทิลส์สร้างในปี ค.ศ.1796 โดยผู้พันเดวิด แบรดฟอร์ดอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นหลายปี จนกระทั่งเสียชีวิตในปี ค.ศ.1817นักศึกษากฎหมายของแบรดฟอร์ดคนหนึ่งคือ เคิร์กวู๊ดรัฟแต่งงานกับลูกสาวของแบรดฟอร์ด แล้วเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้หลังจากเสียภรรยาไปในปี ค.ศ. 1831 เคิร์ก วู๊ดรัฟกับลูกสาวย้ายไปอยู่เมืองโควิงตันในรัฐเดียวกัน จากนั้นจ้างคนดูแลบ้านและขายให้แก่รัฟฟิน แกรี่ สแตริ่ง ในปี ค.ศ. 1834
สแตริ่งกับภรรยาซ่อมแซมบ้านไร่สั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์หรูหราราคาแพงมาจากยุโรป และขนานนามว่า“เมอร์เทิลส์” ครอบครัวนี้มีลูก 9 คน แต่ห้าคนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็กสแตริ่งเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1854 บ้านหลังนี้จึงตกเป็นมรดกของภรรยา
ในปี ค.ศ.1865 แมรี่ โคปป์จ้างวิลเลี่ยม ครูว์วินเทอร์เพื่อช่วยจัดการดูแลไร่ในฐานะทนายความและตัวแทนต่อมาวิลเลี่ยมแต่งงานกับลูกสาวของแมรี่ โคปป์ชื่อ ซาราห์ สแตริ่งซาราห์และวิลเลี่ยม อยู่ในบ้านไร่เมอร์เทิลส์หลังจากแต่งงานและมีลูกด้วยกันทั้งหมด 6 คน
ในปี ค.ศ.1871 วิลเลี่ยมถูกยิงตายที่หน้าบ้านตรงระเบียงหลังจากซาราห์เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1880บ้านไร่เมอร์เทลส์ตกเป็นของลูกชายโทนคือสตีเฟ่นแต่เวลานั้นทั้งครอบครัวเต็มไปด้วยหนี้สิน จึงตัดสินใจขายในปี ค.ศ.1886มีการขายทอดตลาดอีกครั้งในปี ค.ศ.1889 จนกระทั่งแฮริสัน มิลตันวิลเลี่ยมซื้อไว้ในปี ค.ศ. 1891
บ้านหลังนี้เปลี่ยนผ่านระหว่างทายาทของแฮริสันมาหลายชั่วคนจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1950 ได้ขายให้มาร์จอรี่ มูนสันผู้ซึ่งสังเกตเห็นว่าในบ้านมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาหลังจากนั้นถูกเปลี่ยนมืออีกในปี ค.ศ.1970โดยตกเป็นของเจมส์และฟรานเซส มายเยอร์ซึ่งปรับปรุงบ้านไร่เมอร์เทิลส์เป็นโรงแรมจากนั้นโรงแรมนี้ถูกขนานนามว่าเป็นโรงแรมสุดสยองติดอันดับในอเมริกานับแต่นั้นมา
ทำไมโรงแรมนี้จึงถูกขนานนามว่าโรงแรมผีสิง..???
ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 18 มีการฆ่ากันตายในไร่นี้ตลอดเวลาโดยเริ่มตั้งแต่พวกทาสผิวดำที่ถูกฆ่าอย่างทารุณถูกปล่อยเน่าคาไร่หรือลักลอบฝังไว้ท้ายไร่ อาจจะเป็นเพราะเจ้าที่แรงเพราะสร้างทับลงหลุมฝังศพเก่าแก่ของอินเดียนแดงเลยทำให้เกิดโศกนาฎกรรมอย่างต่อเนื่อง
ไร่เมอร์เทิลส์ถูกเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆพร้อมด้วยข่าวการฆาตกรรมและจำนวนคนที่ถูกฆ่าในบ้านหลังนี้จนกระทั่งนิตยสารไลฟ์นำทั้งภาพและเรื่องราวของบ้านไร่เมอร์เทิลส์ไปตีพิมพ์นอกจากนี้สถานีโทรทัศน์เข้ามาทำข่าวจึงทำให้มีการสืบเสาะคดีฆาตกรรมในเมอร์เทิลส์จนรู้ว่ามีคนถูกฆ่าตายในคฤหาสน์นี้ไม่ต่ำกว่า 10 คน
แม้ว่าที่พักจะหาความสะดวกสบายไม่ได้เลยแต่กลับเป็นที่ท้าทายของบรรดานักท้าพิสูจน์ผีจากทั่วทุกมุมโลกให้นอนพักที่โรงแรมเมอร์เทิลส์เจ้าของไร่ปัจจุบันเล่าว่าแขกที่มาพักมักเจอกับเสียงแปลกๆเสมอไม่ว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าหรือเสียงลากโซ่ตรวนของทาสบางคนโชคดีถ่ายรูปยังมีภาพลางๆ ติดมาด้วย
สถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในบรรดาสถานที่สุดเฮี้ยน ติดอันดับ 1 ใน 10 ของอเมริกา มีคนเห็นวิญญาณเด็กสาวชาวอินเดียนแดงอยู่บ่อยๆช่วงสงครามกลางเมือง บ้านหลังนี้ถูกทำลายโดยทหารฝ่ายเหนือทหารสามคนถูกฆ่าตายในบ้านหลังนี้เพราะพบคราบเลือดที่ทางเดินระหว่างห้องไม่สามารถขจัดออกได้แม้จะทำความสะอาดอย่างหนักก็ตามวันดีคืนดีทุกคนได้ยินเสียงเพลงบรรเลงมาจากเปียโนหลังใหญ่ในห้องโถงชั้นล่าง บรรเลงเพลงซ้ำไปซ้ำมา เมื่อไปดูที่เปียโนพบว่าไม่มีใครเล่นบางทีเสียงเพลงดังขึ้นในตอนกลางวัน แต่บางหนบรรเลงเองในกลางดึกเมื่อมีคนเข้าไปดู เสียงเพลงจะหยุดทันทีและบรรเลงเองอีกครั้งเมื่อคนเดินจากไป
ครั้งหนึ่งที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์ในโรงแรมเมอร์เทิลส์แห่งนี้เป็นซีรีย์ทางโทรทัศน์เรื่องเดอะลองฮอทซัมเมอร์ทีมงานกองถ่ายย้ายเฟอร์นิเจอร์ในห้องเล่นเกมและห้องกินข้าวบางส่วนออกไป จากนั้นออกไปทำงานอื่นต่อข้างนอกบ้านแต่เมื่อกลับมาปรากฎว่าเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดถูกย้ายกลับที่เดิมสร้างความประหลาดใจให้แก่ทีมงานอย่างยิ่ง
ส่วนกระจกผีสิงนั้นเล่าลือว่าเป็นกระจกขังวิญญาณมักปรากฎรอยมือให้เห็นเสมอ เจ้าของบ้านรุ่นต่อมาพยายามเปลี่ยนกระจกแต่รอยมือเหล่านั้นก็ยังปรากฎเช่นเดิมกระจกบานโตที่เชื่อกันว่ามีวิญญาณอยู่ข้างในยังแขวนไว้ในห้องนั่งเล่นของโรงแรมเมอร์เทิลให้ทุกคนพิสูจน์ความสยองจนถึงปัจจุบัน
...............................................

ทำดีต้องชื่นชม! ผบช.ภาค 4 ยกย่อง หมู่บอส ระงับเหตุหนุ่มคลั่ง
บาหลีไฟลุก ลิซ่า ปล่อยภาพบิกินีสุดฮอต อวดหุ่นเซี๊ยะ
CIB ไล่ล่าเก๋งต้องสงสัย ขับหนีขึ้นเขาบูโด พบซุกต่างด้าว 9 ราย
รถน้ำแข็งรีบส่งให้ลูกค้า หลุดโค้งเบรกไม่อยู่ ชนเสาไฟดับวุ่นทั้งอำเภอ
74 ยังแจ๋ว! แม่บานเย็น ยกหน้าใหม่ครั้งที่ 4 สวยสับระดับตำนาน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี