วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
.jpg)
ศาสตราจารย์นายแพทย์ อมร ลีลารัศมี
รองอธิการบดี ม. สยาม
อดีตนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ
วันที่ 23 สิงหาคม 2567
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2567 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดของโรคฝีดาษวานร (Mpox) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศเป็นครั้งที่สองในรอบ 2 ปี หลังจากพบการระบาดอย่างรุนแรงครั้งใหม่ในต้นปีที่ผ่านมาในหลายประเทศในภูมิภาคแอฟริกากลางและตะวันออกและเริ่มพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ 1b นอกทวีปแอฟริกาด้วย พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกประเทศ ทุกองค์กร พร้อมกับสมาคมแพทย์นานาชาติ (World Medical Association) ให้ทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่เพื่อช่วยวินิจฉัยโรคให้เร็ว ช่วยให้ผู้ติดเชื้อเข้าถึงการดูแลรักษาได้ง่าย และควบคุมการระบาดของโรคฝีดาษวานรให้มีประสิทธิภาพทั้งภายในประเทศของตนและช่วยเหลือประเทศที่เป็นดงระบาดของโรคในทวีปแอฟริกาด้วย
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรพบว่า ในช่วงหกเดือนแรกของปี 2567 มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วจำนวน 1,854 ราย จากรัฐสมาชิกในภูมิภาคแอฟริกาซึ่งคิดเป็นร้อยละ 36 ของจำนวนผู้ป่วย 5,199 ราย ที่พบทั่วโลกและผู้ป่วยจำนวน 1,754 ราย จาก 1,854 ราย หรือร้อยละ 95 พบในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก(DRC) ซึ่งกำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยค่อนข้างเร็ว โดยมีผู้ป่วยที่มีลักษณะทางคลินิกเข้าข่ายโรคนี้มากกว่า 15,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าจำนวนผู้ป่วยที่พบใน DRC ในปี 2566 เชื้อที่ระบาดใน DRC เกิดจากสายพันธุ์ (Clade) กลุ่ม 1 และกลุ่ม 1b โดยการศึกษาในอดีตในปี ค.ศ. 1980 พบอัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 10 และมักก่อโรคในเด็กและในผู้หญิง อัตราตายในขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 3.2 ในเด็ก สายพันธุ์นี้แตกต่างจากการระบาดนอกทวีปแอฟริกาเมื่อ 2 ปีก่อนที่พบว่าเชื้อก่อโรคเป็นสายพันธุ์ 2bซึ่งมีอัตราตายต่ำเพียงร้อยละ 0.2
หลังการประกาศภาวะฉุกเฉินฯ ครั้งที่สองขององค์การอนามัยโลกไม่ถึง 1 สัปดาห์ สวีเดนกลายเป็นประเทศแรกนอกทวีปแอฟริกาที่รายงานผู้ติดเชื้อฝีดาษวานร สายพันธุ์ 1b ในบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2567 ทั้งๆ ที่ยังคงพบผู้ติดเชื้อฝีดาษวานรสายพันธุ์ 2b ในยุโรปประมาณ 100 รายทุกเดือน ส่วนปากีสถานพบผู้ป่วยฝีดาษวานร(คาดว่าเกิดจากสายพันธุ์ 1b)ที่เดินทางกลับมาจากทวีปแอฟริกา กระทรวงสาธารณสุข ฟิลิปปินส์ก็ได้รายงานผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรรายแรกในปีนี้เมื่อวันอาทิตย์ 18 สิงหาคม โดยระบุว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นชายสัญชาติฟิลิปปินส์ อายุ 33 ปี ไม่มีประวัติการเดินทางออกนอกประเทศ แต่มีประวัติการสัมผัสใกล้ชิด 3 สัปดาห์ก่อนเริ่มมีผื่น เข้าใจว่า อาจจะเกิดจากสายพันธุ์ 1b รายนี้จะตอกย้ำว่า การระบาดนอกทวีปแอฟริกาของสายพันธุ์ 1b ที่ดุร้ายกว่า ได้เริ่มขึ้นอีกแล้วและอาจจะไม่มีวันเลิกราไปอีกนาน
สำหรับประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมาพบผู้ป่วยยืนยัน 827 ราย เป็นเพศชายถึงร้อยละ 98 ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ซึ่งถือว่า เป็นการสัมผัสอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชาย ในปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-3 สิงหาคม พบผู้ป่วยยืนยัน 140 ราย ทุกรายเป็นสายพันธุ์ 2b และแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ประเทศไทยก็พบผู้ติดเชื้อเป็นชาวยุโรปอายุ 66 ปี เพิ่งกลับมาจาก DRCในทวีปแอฟริกา และเดินทางมาถึงประเทศไทยวันที่ 14 สิงหาคม 2567 เวลา 18.00 น. ผู้ป่วยรายนี้มีผื่น มีไข้ ในวันรุ่งขึ้นและมีลักษณะคลินิกเข้าได้กับโรคฝีดาษวานร จึงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง การตรวจตัวอย่างจากตุ่มหาเชื้อสายพันธุ์ 2b ให้ผลลบ จึงทำให้สงสัยว่ารายนี้จะเป็นรายแรกในประเทศไทยที่ติดเชื้อสายพันธุ์ 1b ขณะนี้เริ่มมีการรายงานการแพร่กระจายของเชื้อสายพันธุ์ 1b นอกทวีปแอฟริกามากขึ้นเรื่อยๆ และเชื่อว่ายังมีผู้ติดเชื้อในระยะฟักตัวของโรคจากสายพันธุ์ 1b อีกจำนวนมากซึ่งยังไม่แสดงอาการออกมา
เชื้อไวรัสฝีดาษวานร (Mpox)
เชื้อไวรัสฝีดาษวานรมี 2 สายพันธุ์หลัก ได้แก่
1.สายพันธุ์คลาสสิก (West African clade หรือ clade 2) : สายพันธุ์นี้มักพบในพื้นที่แถบแอฟริกาตะวันตกและมีความรุนแรงน้อยกว่า อัตราตายต่ำอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.2 เมื่อปี 2565 สายพันธุ์นี้ระบาดหนักไปนอกทวีปแอฟริกาถึง 116 ประเทศ และมีผู้ติดเชื้อทั้งหมดจำนวนหนึ่งแสนราย เชื้อที่ก่อโรคกลายพันธุ์มาเป็นสายพันธุ์ 2b
2.สายพันธุ์คองโก (Congo Basin clade หรือ clade 1) : สายพันธุ์นี้พบในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันออกมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าและมีความรุนแรงมากกว่า ในอดีตเคยพบว่า อัตราตายอยู่ที่ร้อยละ 10 ในเดือนกรกฎาคมปีนี้เริ่มพบว่ามีการระบาดออกนอกทวีปแอฟริกา จนองค์การอนามัยโลก ต้องประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณะระหว่างประเทศเป็นครั้งที่สองเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมนี้เอง
วิธีการติดต่อของเชื้อฝีดาษวานร
มีข้อมูลที่ชัดเจนว่า การมีเพศสัมพันธ์เป็นวิธีหลักที่ทำให้เกิดการสัมผัสอย่างใกล้ชิดและยาวนานเพียงพอที่จะแพร่เชื้อจากผู้ป่วยไปสู่รายใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสหรือการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด/ทางทวารหนัก) ปากต่อปาก (การจูบ) ปากต่อผิว (การมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือการจูบที่ผิวหนัง) วิธีการอื่นๆ เช่น การสัมผัสโดยตรงจากมือไปถูกผื่น ตุ่มหนอง น้ำหนองของผู้ป่วย หรือสิ่งของปนเปื้อนของผู้ป่วย เป็นวิธีรองลงมา ส่วนการติดเชื้อจากการสูดดมละอองฝอยที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไปในทางเดินหายใจ เช่น การไอ จาม หรือการพูดคุยกับผู้ป่วยในระยะ 1 เมตรเป็นไปได้ยากมากและไม่เหมือนเชื้อ SARS-CoV-2 เพราะเชื้อไวรัส Mpox มีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของ SARS-CoV-2 ซึ่งทำให้เชื้อ Mpox แทบจะลอยอยู่ในอากาศได้ไม่นานเท่า นอกจากนี้การสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น ลิง หนู และกระรอกในดงระบาด อาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผู้ป่วยไปรับเชื้อได้
ลักษณะคลินิก
ระยะเวลาฟักตัวของโรค Mpox อยู่ประมาณ 5-21 วันโรคฝีดาษวานรมีอาการดังนี้ :
● ไข้ : มักเป็นอาการเริ่มต้น มีไข้ ไข้สูงและอาจจะหนาวสั่น
● อาการปวด : ปวดตามกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ
● อ่อนเพลีย : รู้สึกอ่อนเพลียและไม่ค่อยมีแรง
● ต่อมน้ำเหลืองโต : ต่อมน้ำเหลืองอาจบวมและเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณใกล้กับจุดที่ติดเชื้อ เช่น ที่ขาหนีบ รักแร้ คอ
● ผื่นหรือตุ่ม : จะเริ่มมีผื่นหรือตุ่มน้ำที่ผิวหนังขึ้นตามใบหน้า ร่างกาย ฝ่ามือ ฝ่าเท้าหลังจากมีไข้ 1-3 วัน แต่ในบางรายอาจจะมีก่อนมีไข้ได้ ผื่นจะกลายเป็นตุ่มที่มีน้ำใสในระยะแรกหรือแผล(อาจมีลักษณะคล้ายฝีดาษ) ตุ่มน้ำจะมีขนาดใกล้เคียงกัน (ไม่เหมือนไข้สุกใสที่มีตุ่มน้ำขนาดแตกต่างกันในช่วงเวลาเดียวกันและไม่มีต่อมน้ำเหลืองโต)
● อาการอื่นๆ : อาจมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น คออักเสบ หรือตาแดง
ผู้ติดเชื้อที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว กินยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ยาต้านไวรัสฝีดาษวานร
ยาที่ใช้รักษาโรคฝีดาษวานร (Mpox) มีดังนี้:
1.Tecovirimat (TPOXX) : เป็นยาที่ได้รับการอนุมัติสำหรับการรักษาโรคฝีดาษ รวมถึงฝีดาษวานร
2.Cidofovir : อาจใช้ในกรณีที่รุนแรง ร่วมกับ tecovirimat ในการรักษารายที่ป่วยรุนแรง
3.Brincidofovir : เป็นยาที่คล้ายกับ cidofovir และกำลังมีการศึกษาเพื่อใช้ในการรักษา
หากไม่ได้รับยาต้านไวรัส โรคอาจจะหายได้เองใน 2-4 สัปดาห์ อัตราตายของโรคฝีดาษวานรสายพันธุ์ 1b อาจจะอยู่ที่ร้อยละ 3.2 ซึ่งต้องรอการยืนยันจากการศึกษาที่ครบถ้วนอีกครั้ง
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ทบ. โต้หนังสือประท้วงกัมพูชา ยันปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมทุกประการ
พิพัฒน์ กางแผน Disneyland Thailand ปั้นแลนด์มาร์กใหม่ ยกระดับท่องเที่ยวไทยสู่ 60 ล้านคน
เต้ มงคลกิตติ์ ส่องานเข้า กกต.ส่งหนังสือเตือนพรรค หาเสียงด้วยนโยบายที่เป็นไปไม่ได้
ชัยทิพย์ ไม่หวั่น ป.ป.ช.ชี้มูลคดีเล่นพนันในสภา ขอแค่ชนะเลือกตั้ง พิสูจน์ชาวบ้านยังรัก
พ่อลูเซียสต้องรู้เรื่องนี้ มัลฟอย เป็นเทพเจ้าองค์ใหม่รับตรุษจีน ชาวเน็ตแห่ติดรูปพรึ่บ ชมคลิป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี