วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
สวัสดีปีใหม่อีกครั้งครับ วันนี้เป็นวันที่ 4 มกราคม 2569 ท่านที่เดินทางไปต่างจังหวัด อาจเดินทางกลับบ้านของท่านแล้ว หรือกำลังกลับ หรือลางานต่ออีกวัน 2 วันเพื่อการเดินทางจะได้ไม่ติดขัด คล่องตัว ไม่ว่าท่านจะเดินทางเมื่อไหร่ อย่างไร ขอให้ท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ สะดวก ปลอดภัยทุกประการนะครับ
ปีใหม่นี้ผมขอเสนอให้ท่านทำอะไรที่ดีๆ ต่อจากบทความที่แล้ว เท่าที่ท่านสามารถจะทำได้ ผมอยากให้ทุกท่านมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อยากให้ท่านที่มีอายุ 17-70 ปี ไปบริจาคโลหิตต่อ หรือเริ่มบริจาคโลหิต อยากให้ทุกท่านมีส่วนช่วยลดอุบัติเหตุบนถนน ที่ทำให้พี่น้องชาวไทยเสียชีวิตโดยเปล่าประโยชน์ถึงปีละประมาณ 15,000 คนต่อปี อยากให้ท่านประหยัดการใช้จ่าย อะไรที่ไม่จำเป็นตัดออกให้หมด แล้วนำเงินที่ประหยัดได้ไปลงทุนสำหรับอนาคต หรือสำหรับตอนท่านเกษียณ ถึงแม้จะเป็นยอดเงินเพียง 200 บาทต่อเดือน แต่ขอให้ทำทุกเดือน อยากให้แต่ละท่านทำอะไรดีๆ ทุกวันในชีวิตประจำวัน เช่น ไม่เริ่มหรือเลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช้สิ่งเสพติด มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคต่างๆ มากมาย เช่น ซิฟิลิส หนองในโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัสตับ B และ C และโรค HIV/AIDS อยากให้ทุกท่านมีงานอดิเรก เช่น ถ่ายภาพ วาดรูป ฟังธรรมะ อ่านหนังสือ เต้นรำ สมัครเป็นสมาชิกชมรมต่างๆ เช่น ชมรมอาสายุวกาชาด อาสาสมัครกาชาด ชมรมโต้วาที ฯลฯ
ผมขออนุญาตพูดเรื่องใหญ่ๆ สัก 2-3 เรื่อง คือ เรื่อง climate change หรือการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือ Global Warming หรือสภาวะโลกร้อน สภาวะโลกร้อนนี้มาจากพฤติกรรมของมนุษย์เอง โดยสรุปก็มาจากการใช้พลังงานจาก fossil เช่น ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปฏิวัติอุตสาหกรรม ค.ศ.1850 เพราะการใช้พลังงานจาก fossil ทำให้มีการปล่อยก๊าซ CO2 และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ออกมา ซึ่งเป็นสารเรือนกระจกที่มีส่วนทำให้โลกร้อน สภาวะโลกร้อนจะทำให้น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายเป็นน้ำ น้ำจะไหลลงทะเล น้ำทะเลจะสูงขึ้นทำให้น้ำท่วมแผ่นดิน อีกหน่อยเมืองที่อยู่ตามชายทะเลจะท่วมหมดรวมทั้ง กทม. ด้วย ถ้าเราไม่มีการวางแผนระยะยาวแต่เนิ่นๆ CO2จะละลายในทะเลทำให้ทะเลเป็นกรดมากขึ้น สัตว์ต่างๆ ปะการัง จะค่อยๆ ตายไป อากาศจะเป็นพิษจาก PM2.5 ฯลฯ
ฉะนั้นทุกคนในโลกนี้ทั้ง 8 พันกว่าล้านคน ต้องช่วยกัน ทุกคนมีหน้าที่ ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือองค์กรต่างๆ เท่านั้น ทุกๆ คนต้องหาความรู้ว่าภาวะโลกร้อนมาจากสาเหตุอะไร แล้วทุกคนต้องช่วยกันป้องกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือเท่าที่จะทำได้ในชีวิตประจำวันของแต่ละท่าน
ต้นไม้จะช่วยดูดซึม CO2 ฉะนั้นวิธีหนึ่งคือการปลูกต้นไม้ให้ทั่วประเทศ ต้นไม้นอกจากจะดูดซึม CO2 ไว้แล้ว ย้งเก็บซับน้ำไว้ในแผ่นดินอีกด้วย และจะค่อยๆ ปล่อยน้ำออกมาช้าๆ ถ้าไม่มีต้นไม้เวลาฝนตกหนัก ฝนจะไหลจากที่สูงไปที่ต่ำเลยอย่างรวดเร็ว จะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขึ้นมาทันทีได้อย่างง่าย
ภาวะโลกร้อนจะทำให้มีน้ำท่วม น้ำแล้ง บ่อยขึ้น รุนแรงขึ้นนานขึ้น เหตุการณ์ทางภาคใต้ที่มีฝนตกหนัก 600-800 มม. ภายใน 3-4 วัน จะยิ่งมีการพบบ่อยขึ้น รุนแรงขึ้น นานขึ้น ฉะนั้นรัฐบาลภาคประชาชน ฯลฯ ต้องช่วยกันวางแผนให้รอบคอบตั้งแต่บัดนี้ และทำอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทุกๆ คนทำได้คือ หนึ่ง พยายามเลิกใช้หรือสนับสนุนการใช้พลังงานจากถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ และหันไปใช้พลังงานจากแสงแดด ลม น้ำ ฯลฯ เช่น ถ้าต้องซื้อรถใหม่ควรพิจารณาซื้อรถไฟฟ้าแทนที่จะซื้อรถที่ใช้น้ำมัน ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าจากแสงแดดที่บ้าน หรือที่ทำงาน ถ้าเป็นไปได้ รัฐบาลต้องช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ที่จะช่วยทำให้การติดตั้ง solar panel ที่บ้าน มีราคาที่คุ้มค่าทุกท่านต้องปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศเวลาออกนอกห้อง และเวลาใช้เครื่องปรับอากาศ เปิดให้มีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ แต่เปิดพัดลมด้วย ใช้จักรยานถ้าเหมาะสม แทนที่จะนั่งรถไปที่ใกล้ๆ ใช้ระบบขนส่งมวลชนแทนรถส่วนตัวถ้าเป็นไปได้ ทั้งนี้รัฐบาลต้องพยายามพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมที่สะดวกสบาย ทั่วถึง อยู่เรื่อยๆ กินอาหารที่วัตถุดิบผลิตมาจากท้องถิ่น เป็นผักผลไม้ เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงแถวๆ นั้น แทนที่จะกินเนื้อที่ส่งมาจากอเมริกาหรือออสเตรเลีย เพราะจะมีการใช้พลังงานในการขนส่ง ไม่กินเนื้อแดง (สัตว์ใหญ่)หรือกินให้น้อยลง เพราะการเลี้ยงสัตว์ใหญ่ เช่น วัว จะต้องการพื้นที่มาก จึงต้องตัดไม้ทำลายป่า เพื่อมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงสัตว์ ต้องใช้น้ำมาก แม้แต่การปลูกข้าวก็สามารถทำให้โลกร้อนได้ จากการที่มีการปล่อยก๊าซมีเทนออกมา
จะเห็นได้ว่าการปลูกป่านอกจากช่วยเรื่องโลกร้อนแล้วยังช่วยลดสภาวะน้ำท่วมได้อีกด้วย
ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้ ผมจึงอยากให้รัฐบาล หรือองค์กรอะไรก็ได้ ออก/ทำแผ่นพับ “วิธีการช่วยลดภาวะโลกร้อนในชีวิตประจำวันที่คุณทำได้” เช่น
ปิดไฟ แอร์ เมื่อออกจากห้อง
ปลูกต้นไม้ทั่วประเทศ ทุกหน่วยงานควรมีโครงการปลูกต้นไม้ทุกปี ทุกคนปลูกที่บ้าน ฯลฯ
ไม่ใช้/ไม่สนับสนุนการใช้ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ หันมาใช้พลังงานจากแสงพระอาทิตย์ ลม ฯลฯ ถ้าซื้อรถใหม่ ซื้อรถไฟฟ้า
ไม่กินสัตว์ใหญ่ วัว หมู แพะ แกะ หรือน้อยลง
กินข้าวเท่าที่จำเป็น (ดีต่อสุขภาพด้วย)
ไม่ซื้อของ เช่น เสื้อผ้าถ้าไม่จำเป็น
ทำอาหารแต่พอดี อย่ามีอาหารเหลือ แต่ถ้ามีเก็บไว้กินต่อไป
แยกขยะ ฯลฯ
ไม่ใช้พลาสติกถ้าไม่จำเป็น มีถุงผ้าสำหรับใส่ของเวลาไปตลาด ฯลฯ
ถ้าทุกคนในโลกหันมากิน plant based diet เราจะลดพื้นที่ๆ ขณะนี้ใช้สำหรับการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์จาก 4,000 ล้าน hectares ลงมาเหลือเพียง 1,000 ล้าน hectares (1 hectare คือ 6 ไร่ 1 งานหรือ 2,500 ตารางวา) เท่านั้น ซึ่งจะทำให้เรามีที่เหลืออีกถึง 3 พันล้านhectares ที่จะเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นได้เป็นอย่างดี
ยังมีอีกครับ เรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ ที่น่าทำ แต่วันนี้พอก่อน
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

ฮุน เซน โพสต์หวานซึ้ง ครบรอบ 50 ปีแต่งงาน บุน รานี
กูรู'เทพไท'ฟันธง! พรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้ ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 ชัวร์
'พิธา'รับฟังเสียงคนไทยในต่างแดน เสนอขยายเวลาลงทะเบียนประชามติถึง 8 ม.ค.
หวั่นปะทะรอบ3! ชาวบ้านชายแดน เร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตการเกษตร
น้าเดช แนะ ประชาชน ใช้คำถามเดียว ลองใจ พรรคปชน. ปม ไอซ์ รักชนก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี