วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
การออกกำลังกายและการเล่นกีฬาจะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อายุยืนยาวขึ้น – ถ้าเราไม่เสียชีวิตในระหว่างการออกกำลังกายเสียก่อน!!!
การออกกำลังกาย อาหาร การนอนหลับอย่างมีคุณภาพและเพียงพอ การมีสุขภาพจิตที่ดีเป็นพื้นฐานที่ดีของการมีสุขภาพที่ดี และถ้าบวกด้วยการไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช้สิ่งเสพติด การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย การตรวจสุขภาพเป็นระยะๆ และการตรวจคัดกรองหาโรค ฯลฯ จะเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีมากครบวงจร
แต่การออกกำลังกายอาจเป็นดาบ 2 คม คือ ถึงแม้ทำให้อายุยืนอย่างมีคุณภาพ แต่การออกกำลังกายที่หนักอาจทำให้คนที่มีปัจจัยเสี่ยง (โดยไม่รู้ตัว) เสียชีวิตระหว่างการออกกำลังกายได้ นักกีฬาที่ออกกำลังกายหนักมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าประชาชนธรรมดาถึง 3 เท่า
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สมาคมแพทย์ต่างๆ ทั่วโลก จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า จะต้องมีการตรวจคัดกรองหาโรคที่อาจทำให้ผู้เล่นกีฬาเสียชีวิตระหว่างการเล่นได้ จากความรู้ทางการแพทย์พบว่าผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการออกกำลังกายสามารถแบ่งออกได้คร่าวๆ เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี และอีกกลุ่มคือ ผู้ที่มีอายุเกิน 35 ปี ในกลุ่มที่ต่ำกว่า 35 ปี โรคที่ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตเป็นโรคที่มาจากพันธุกรรม หรือมีการบกพร่องของหัวใจตอนเกิด เช่น โรค hypertrophic cardiomyopathy,coronary artery anomaly ฯลฯ ส่วนในกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 35 ปี มักเป็นโรคของหลอดเลือดหัวใจตีบและอุดตัน ซึ่งในบางรายประชาชนมักมีอาการบ้างเล็กน้อย เช่น แน่น จุกลิ้นปี่ แต่ไม่สนใจ นึกว่าเป็นโรคทางกระเพาะอาหาร คำนิยามของคำว่า sudden death in exercise ส่วนใหญ่คือการเสียชีวิตระหว่างการออกกำลังกายและภายใน 1 ชม. หลังออกกำลังกาย
สมาคมแพทย์ต่างๆ ตั้งแต่ IOC (โอลิมปิกสากล), ESC (European Society of Cardiology), AHA (American Heart Association) FIFA ฯลฯ จึงกำหนดให้มีการตรวจคัดกรองหาผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการมี sudden cardiac death (SCD) ก่อนการแข่งขัน คือ มี Pre Participation Screening (PPS) แต่จะมีการทำอะไรบ้างยังเป็นที่ถกเถียง เช่น AHA ในอเมริกา ขอให้ทำการถาม (questionnaire) 14 คำถาม IOC, Fifa ก็เช่นกัน เกี่ยวกับประวัติของนักกีฬา ประวัติทางครอบครัว เช่น เคยมีอาการเจ็บ แน่นอก เหนื่อยกว่าปกติ หัวใจเต้นแรง เต้นเป็นจังหวะหรือไม่ เป็นลมโดยเฉพาะช่วงที่ออกกำลังกายหรือไม่ ฯลฯ แล้วต่อด้วยการตรวจร่างกาย ทุกประเทศยอมรับแค่นี้ บางประเทศขอให้ทำการตรวจหัวใจด้วยเครื่องไฟฟ้า คือ การทำ 12 lead electrocardiogram
ที่ยุโรปได้นำข้อมูลมาจากประเทศอิตาลีที่มีกฎหมายออกมาในปี 1982 ให้ทำการตรวจคัดกรองจากประวัตินักกีฬา ครอบครัว และทำ 12 lead ECG ซึ่งจากประสบการณ์ 24 ปีนี้ในปี ค.ศ.2006 พบว่าอัตราการเสียชีวิตระหว่างการเล่นกีฬาสามารถลดลงไปได้ถึง 89% แต่ปรากฏว่าในประเทศอิสราเอลการทำแบบนี้ไม่มีผลแตกต่าง!?
ทั้งนี้ คงจะเป็นเพราะในแต่ละประเทศมีประชาชนที่มีเชื้อชาติ (ethnicity) ประเพณี ฯลฯ แตกต่างกัน เท่าที่ทราบจาก กกท. (การกีฬาแห่งประเทศไทย) ประเทศไทยนอกจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายแล้ว เรายังทำ ECG อีกด้วย
ผมเองยังไม่ทราบสถิติการเสียชีวิตจาก SCD ในประเทศไทย แต่มีความเห็นว่า สมาคมกีฬาเวชศาสตร์ควรเป็นหัวหอกในการรวบรวมข้อมูล (ถ้ามี) หรือเริ่มต้นเก็บข้อมูลเพื่อจะหาแนวทางปฏิบัติได้
ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมว่าแต่ละประเทศต้องหาข้อมูล สถิติของ SCD ของประเทศตนเอง ว่า พบบ่อยแค่ไหน มีสาเหตุอะไรบ้าง (ต้องทำการศึกษาทางนิติเวชด้วย) แล้วจึงวางแผนขั้นตอนการทำ PPS ต้องเริ่มจากแต่ละประเทศเอง เพราะแม้แต่ในประเทศ South East Asia เชื้อชาติ วัฒนธรรม ยังมีความแตกต่างกันมาก ฉะนั้นถ้าจะเอาขั้นตอนการตรวจคัดกรองของโลก ของยุโรป ของอเมริกา หรือแม้แต่ของเอเชียมาใช้อาจไม่เหมาะสมต่อประเทศนั้นๆ รวมทั้งประเทศไทย
ทั้งนี้ สมาคม Asian Pacific Society of Cardiology (APSC) ได้มี consensus statement ออกมาในปี ค.ศ.2021 ว่า 1) ควรทำการตรวจคัดกรองโดยการซักประวัตินักกีฬา ครอบครัว และตรวจร่างกาย ในผู้ที่ต้องออกกำลังกายหนักและปานกลาง ถ้าประเทศนั้นๆ สามารถ mass screening ได้ และ 2) ถ้าประเทศไหนมีศักยภาพที่จะทำ mass screening รวมทั้ง 12 lead ECG ได้ก็ทำไป ทั้งนี้ ECG ต้องมีคุณภาพ ผู้อ่าน ผอ.ต้องมีคุณภาพ 3) เมื่อ 1) และ 2) ตรวจพบความผิดปกติ ต้องมีความสามารถที่จะส่งต่อไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูได้ 4) ในผู้ที่ออกกำลังกายแบบ low intensity หรือเบาๆ ไม่ต้องทำการตรวจคัดกรอง 5) ในผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างต้องไม่ให้เล่นกีฬาเลย
ส่วนการตรวจหัวใจอื่นๆ นอกเหนือจาก ECG ก็มี echocardiogram, cardiac stress test, cardiac MRI, etc. ทั้งนี้แล้วแต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จริงๆ แล้วถึงแม้เป็นแพทย์เชี่ยวชาญทางหัวใจ ก็ยังอาจไม่พอ ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคหัวใจที่สนใจทางด้านกีฬาเวชศาสตร์ด้วย เพราะนักกีฬาอาจมีหัวใจที่โตกว่าคนทั่วๆ ไป แต่เป็นปกติของนักกีฬา ECG ของนักกีฬาอาจมีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือน ECG ในคนปกติทั่วไป ฯลฯ
มีอะไรอีกมากมายที่ประเทศไทย สมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง น่าที่จะต้องทำ ทั้งนี้แล้วแต่ว่าผู้นำ ผู้บริหาร ของแต่ละหน่วยงาน องค์กร มีความคิดสร้างสรรค์มากน้อยแค่ไหน
ผมพูด สอน เสมอว่าผู้บริหาร ผู้นำ ต้องเก่งคิด เก่งคน เก่งงาน เก่งเงิน เก่งเวลา เก่งขาย และเก่งฟัง นอกเหนือจากความดีที่ต้องมาก่อนคุณสมบัติอื่นใด และความรอบรู้
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

(คลิป) แกว่งปาก หาเสี้ยน สหรัฐไม่ใช่พ่อน่ะ รังสิมันต์ โรม
อนุทิน ยันไร้นโยบายประชานิยม พร้อมสานต่อ ‘คนละครึ่งพลัส’ เฟส 2 ลั่นดันแลนด์บริดจ์’เต็มสูบ
หนุ่ม ศรราม ควง น้องวีจิ โชว์ความน่ารัก เคลียร์ประเด็นคลิปลูกไม่ให้ กุ้งพลอย จีบ
FAA ประกาศเตือนสายการบิน ใช้ความระมัดระวังระหว่างบินผ่านอเมริกากลาง-ใต้
รวบชายวัย 39 ปี สังหาร มาดามปัท อดีตท้าวแชร์ ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี