วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ไขข้อสงสัย ทำไมต้อง “เจาะปลายนิ้ว” ก่อนบริจาคโลหิตเพื่อเป็นการตรวจสอบความเข้มข้นของโลหิตก่อนการบริจาคโลหิตให้มั่นใจว่าผู้บริจาคไม่มีภาวะโลหิตจาง และตรวจหมู่โลหิตเบื้องต้นด้วยระบบ ABO สำหรับผู้บริจาคโลหิตเป็นครั้งแรก และจะตรวจความเข้มข้นโลหิตทุกครั้งก่อนการบริจาคโลหิต
ความเข้มข้นโลหิตที่สามารถบริจาคได้ เพศชาย 13.0-18.5 กรัมต่อเดซิลิตร และหญิง 12.5-16.5 กรัมต่อเดซิลิตร กรณีเจาะปลายนิ้วแล้วพบความเข้มข้นโลหิตไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้บริจาคโลหิตครั้งแรกและผู้บริจาคประจำที่ตรวจความเข้มข้นโลหิตไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องงดบริจาคในครั้งนั้นไปก่อน และจะได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ประจำห้อง donor care ในการเตรียมความพร้อมก่อนการบริจาคโลหิต ครั้งถัดไป ต้องรับประทานธาตุเหล็กเสริม ที่ได้รับจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้งหลังอาหารและรับประทานติดต่อกันจนหมด หลังบริจาคโลหิตทุกครั้งควรรับประทานอาหารที่ให้ธาตุเหล็กสูงเป็นประจำ ช่วยทำให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่อง
10 Checklist เตรียมตัวให้ปัง ก่อนเป็น “ผู้ให้”
1) อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 70 ปี ถ้าอายุไม่ถึง 18 ปี ต้องมีเอกสารยินยอมจากผู้ปกครองตามกฎหมาย และบริจาคครั้งแรกอายุไม่เกิน 60 ปี
2) น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป
3) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง
4) รู้สึกสบายดี สุขภาพแข็งแรง พร้อมจะบริจาคโลหิต
5) ไม่เป็นโรคที่อาจเป็นอันตรายทั้งต่อผู้บริจาคและผู้ป่วยที่ได้รับโลหิต เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคไวรัสตับอักเสบ บี โรคไวรัสตับอักเสบ ซี โรคหัวใจ โรคมะเร็งทุกชนิด เป็นต้น
6) ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์
7) ดื่มน้ำ ประมาณ 300-500 ซีซี ก่อนบริจาคโลหิต 10-15 นาที
8) รับประทานอาหารประจำมื้อก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ แกงกะทิ และขนม ที่มีรสหวานจัด ก่อนมาบริจาคโลหิต 6 ชั่วโมง
9) งดสูบบุหรี่ ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง
10) งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 24 ชั่วโมง
ทำไม “โลหิต”ของคุณจึงสำคัญต่อโลกใบนี้ โลหิตเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ป่วย ตามมาตรฐานการรักษาเปรียบเสมือนยาปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีใดๆ สามารถผลิตขึ้นมาทดแทนได้ ต้องได้รับบริจาคจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น
การบริจาคโลหิตไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริจาคโลหิต ร่างกายสร้างเม็ดเลือดใหม่ทุกวัน ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดใหม่มาทดแทนตลอดเวลา เม็ดเลือดแดงมีอายุประมาณ 120 วัน และหลังจากนั้นจะถูกกำจัดออกโดยม้าม
การบริจาคโลหิต 1 ครั้ง สำหรับคนที่มีน้ำหนัก 45-50 กก. บริจาคได้ 350 ซีซี และน้ำหนัก 50 กก.ขึ้นไป บริจาคได้ 450 ซีซี สามารถบริจาคได้ทุก 3 เดือน โดยไม่มีผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริจาคโลหิต กรณีอายุมากกว่า 65 ปี ต้องบริจาคโลหิตอย่างน้อย 1 ครั้งในรอบปีที่ผ่านมา สามารถบริจาคได้ทุก 6 เดือน จนอายุครบ 70 ปี (งดบริจาคในหน่วยเคลื่อนที่)
ท่านที่อ่านจนถึงตอนนี้จะทราบแล้วว่าท่านจะสามารถเข้าข่ายที่จะบริจาคโลหิตได้หรือไม่ ตั้งแต่อายุ น้ำหนักตัว ความเข้มข้นของโลหิต ฯลฯ การบริจาคโลหิต นอกจากเป็นการทำบุญอย่างใหญ่หลวงแล้วยังอาจถือได้ว่าเป็นการตรวจสุขภาพของท่านไปในตัวอีกด้วย เพราะทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และภาคบริการโลหิต ฯลฯ จะทำการตรวจคัดกรองโรคต่างๆ เช่น โรคซิฟิลิส โรค HIV/AIDs, โรคเชื้อไวรัสตับอักเสบ B และ C ให้ท่านที่กรุณาบริจาคอีกด้วย เป็นการประหยัดทั้งงบประมาณและการเสียเวลาไปรอคอยแพทย์ในการขอให้แพทย์ตรวจหาโรคต่างๆ เหล่านี้
จึงขอเรียนเชิญทุกท่านที่อยู่ในเกณฑ์การบริจาคโลหิตได้ให้ช่วยบริจาคด้วยครับ อาจเป็นเดือนวันเกิดท่าน หรือของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อเป็นการทำบุญให้ท่าน และหลังจากนั้นอยากให้ท่านพิจารณาบริจาคโลหิตทุก 3 เดือน ฯลฯ ประชาชนผู้เจ็บป่วยจะได้มีโลหิตอย่างเพียงพอ
ด้วยความขอบคุณยิ่งครับ
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

พิธา ปิยบุตร ลุยสกลนคร ลั่นตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็นการเมือง 2 ขั้ว ขั้วเดิม-ขั้วใหม่
แม่ทัพภาค 2 เยี่ยมครอบครัว พล.ต.ศตวรรษ วีรบุรุษช่องบก ย้ำกองทัพไม่ทอดทิ้ง
(คลิป) ปะทะรอบ 3 หรือไม่? ชายแดนไทย–เขมร ความขัดแย้งที่ยังไม่จบ
(คลิป) เปิดผล นิด้าโพล ครั้งสุดท้าย! พิธา มีผลเล็กน้อย คะแนนพรรคส้มร่วงทุกพื้นที่
สหรัฐฯ ประกาศ Government Shutdown บางส่วน อย่างเป็นทางการ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี