วันอาทิตย์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569
ผมได้รับเชิญจาก AFSM (Asian Federation of Sports Medicine หรือสหพันธ์กีฬาเวชศาสตร์แห่งเอเชีย) และจาก SMAP (Sports Medicine Association of Pakistan หรือสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศปากีสถาน) ให้ไปบรรยาย 2 เรื่องทางด้านกีฬาเวชศาสตร์ คงเพราะผมเป็นนายกสมาคมกีฬาเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย (Sports Medicine Association of Thailand หรือ SMAT) และรองประธาน AFSM ระหว่างวันที่ 2-4 มกราคม 2569!?
ตอนแรกที่ได้รับเชิญยังสองจิตสองใจว่าจะไปดีหรือไม่? เพราะประเทศไทยกำลังฉลองปีใหม่ 31/12/68-4/1/69 แต่ในที่สุด ด้วยความเกรงใจ และเพราะผมมีตำแหน่งดังกล่าว จึงตัดสินใจไปโดยขอไปคืนวันที่ 2 และกลับวันที่ 4/1/69 หลังประชุมเสร็จ เพราะการบรรยายของผมทั้ง 2 เรื่องอยู่ในวันที่ 4 มกราคม 2569
ผมจองเครื่องบินไทย TG จะพยายามบินสายการบินของไทยถ้าเป็นไปได้ ถ้าไม่แพงเกินไปนัก แต่โดยทั่วๆ ไปก็ยังแพงกว่าสายการบินอื่นนิดหน่อย) TG มีเที่ยวบินวันละ 1 ครั้งเท่านั้น มีขาไปเที่ยว TG341 บิน 18.50 น. ถึงการาจี 22.25 น. เวลาการาจี(ช้ากว่าไทย 2 ชม.) ใช้เวลาบิน 5.35 ชม. เท่านั้น และขากลับเครื่องเดียวกันแต่เป็นเที่ยวบิน TG342 ใช้เครื่อง Boeing787 ทั้งขาไปและขากลับ ออก 23.35 น. ถึงไทย 06.10 น. ของวันรุ่งขึ้น ผมจองที่นั่งริมทางเดิน แถวแรก ซึ่งปัจจุบันนี้แถวแรกต้องเสียตังค์เพิ่ม ตอนแรกตั้งใจจะใช้ไมล์สะสม upgrade ที่นั่งแต่ไม่มีที่ จึงนั่งชั้น economy ซึ่งสำหรับผม ถ้าได้นั่งริมทางเดินและแถวแรกก็ดีพอมากแล้ว
ไปถึงสนามบินการาจีที่เล็กมาก เดินแพร็บเดียวก็ถึงตรวจคนเข้าเมืองซึ่งมีไม่กี่แถว ผมใช้หนังสือเดินทางทางการ แต่ยังต้องทำวีซ่า online ใช้เวลาประมาณ 7 วัน ค่าวีซ่า 72 us dollars ตอนแรกที่ผมให้สำเนา passport ทางการ เขาก็ดำเนินการไป แต่แล้วกลับมาบอกว่าต้องใช้ passport ธรรมดา ผมก็ส่งไปให้ (ถ่ายรูปเท่านั้นไม่ต้องส่ง passport ไปทั้ง 2 ครั้ง) ก็ได้รับวีซ่ามา แต่เขาออกวีซ่าให้เป็นของ official passport ที่ผมให้ไปตั้งแต่แรก!?
คิวตรวจ passport ยาวพอสมควร เจ้าหน้าที่น้อยมาก มีแถวสำหรับผู้สูงอายุ คนต่างชาติ น้อยมาก 1-2 แถว นอกนั้นเป็นของชาวปากีสถานทั้งนั้น แต่ไม่นานนักก็เรียบร้อย ผมรอกระเป๋านานมาก พอออกไปข้างนอกก็พบคนขับรถจากโรงแรมที่ผมพัก Movenpick ถือป้ายโรงแรมและมีชื่อผม Dr.Pinit เล็กๆ ต้องตั้งใจมองจึงจะเห็น คนขับก็พูดอังกฤษได้พอประมาณ 30 นาทีก็ถึงโรงแรม
โรงแรมดีมาก ห้องใหญ่ แอร์ดี มีเครื่องให้ความสะดวกสบายมาก มีสายปลั๊กและช่องเสียบ USB ฯลฯ มากพอสมควร คืนแรกเขาเปิดแอร์ไว้ที่ 18 ๐C ผมลดลงเป็น 24๐C ก็ยังเย็น ปกติผมเปิด 24-25๐C แต่คืนที่ 2 ตอนกลับเข้าห้องที่ผมปิดแอร์ไว้ก็พบว่ายังเย็น จึงไม่ได้เปิดแอร์นอน อากาศที่นี่ตั้งแต่ 15-24๐C ตอนกลางคืนเย็นมาก ผมเอาแต่สูทไป และมีเสื้อ cardigan ไปด้วยเท่านั้น (cardigan คือ เสื้อที่ปิดกระดุมข้างหน้าตลอดทาง pullover คือ เสื้อที่สวมผ่านศีรษะ ไม่มีกระดุม ซึ่งเวลาใส่ทำงาน cardigan จะถือว่าสุภาพกว่า) ตอนขึ้นเครื่องบินจนกว่าจะบินขึ้น ร้อนมาก แต่พอบินขึ้นเรียบร้อย หนาวมาก ต้องใส่ cardigan และเสื้อนอก (blazer) ทับก็ยังหนาว ต้องห่มผ้าห่ม ไม่ได้นอน แต่เคลิ้มๆ ไปพอสมควร
ไปถึงโรงแรมเช็คอินปรากฏว่า วันที่ 4 ที่ผมต้องเช็ค out โรงแรมตอนเที่ยง โดยโรงแรมไม่รู้เรื่องการขอ check out ช้า ตามที่ SMAP ขอไว้ โชคดีที่ประธาน SMAP มาดูวิทยากรอีกท่านหนึ่งที่โรงแรม ในที่สุดจึงเรียบร้อย
ตกลงตอนเช้าวันที่ 3 มกราคม ตอน 09.30 น. เจ้าภาพถามผมว่าจะไปไหม หรือจะพักเพราะผมไม่มีอะไรวันนั้น แต่ผมอยากไปดูการประชุม สถานที่ to get the feel, the atmosphere หรือบรรยากาศของห้องประชุม ฯลฯ จึงตอบว่าไป คืนนั้นนอนตี 1 (เช้าวันที่ 3) ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ 07.30 น. แต่ปรากฏว่าตื่นตี 05.15 น. นอนไปเพียง 4 ชม.เท่านั้น
อาหารเช้ามีไข่ ไส้กรอกไก่ baked beans ปลา เนื้อ และอาหารปากีสถานต่างๆ รวมทั้งแกง แต่ปกติผมไม่ค่อยกินอาหารเช้า แต่ต้องกินหน่อยเพราะหิว และไม่แน่ใจว่ามื้อต่อไปจะมีอะไรที่กินได้ไหมจึงกินไข่ดาว ขอ 1 ฟองแต่ chef ทำให้ 2 ฟอง จึงกินไข่ขาวทั้ง 2 ฟอง แต่กินไข่แดงฟองเดียว ไส้กรอกไก่ baked beans ที่ชอบ และขนมปังกลมๆ เล็กๆ 3 ก้อน และน้ำเปล่า ช่วงนี้ไม่ได้ทานชา กาแฟ แอลกอฮอล์ เลย
เวลา 09.30 น. ทางเจ้าภาพให้เจ้าหน้าที่ physiotherapy 1 คนชื่อ Faizan Hassan มารับพาเราไป ที่นี่เขาแปลก เรียนจบ physiotherapy ก็เรียก Dr. แต่ไม่ใช่แพทย์ ไม่ใช่ PhD เรียน
4 ปีต่ออีก 1 ปี สามารถเปิดคลินิกทางกายภาพเองได้ ประชาชนสามารถไปหานักกายภาพได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านแพทย์ก่อน ที่บ้านเราต้องผ่านอย่างน้อยแพทย์ทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อน
Faizan มารับผมและ Dr.Fajar PhD physiotherapy จากมาเลเซีย ที่สนใจ strength training กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แต่พุงโตด้วย!? Faizan พาเราไปดู museum แต่ปิด จึงดูจากข้างนอก เท่าที่ดูถนนหนทางบ้านช่องมีฝุ่นเต็มไปหมด ยังไม่นับ PM2.5 ซึ่งเป็นสีส้มเกือบแดง!? บ้านเมืองสกปรก มีขยะ plastics เต็มไปหมด เทียบแล้วกรุงเทพฯ คือ สวรรค์ดีๆ นั่นเอง รถราขับกันมั่ว บีบแตรตลอด บางทีถึงวงเวียนจะไปทางขวาไม่อ้อมวงเวียนแต่เลี้ยวขวาไปเลย แต่รถที่สวนมาก็ไม่ว่าอะไร คงทำหรือโดนทำจนชิน คนขี่จักรยานยนต์เกือบทุกคนไม่สวมหมวกนิรภัย!?
Faizan พาเราไป Wellness Club ก็คือ Sports Club นั่นเอง เป็นที่ออกกำลังกาย fitness ของคนรวย มีเครื่องออกกำลังกายมากมาย แต่สถานที่มีฝุ่นมาก ไม่สะอาด ห้องน้ำชายก็ธรรมดา มีที่อาบน้ำ ส้วมไม่กี่ห้อง โล่งๆ ผมดูแล้วไม่ประทับใจเลย เทียบกับ Royal Bangkok Sports Club ของเราไม่ได้เลย เหมือนฟ้ากับเหว!? ที่นี่มีการทำ Workshop ซึ่ง Dr.Fajan ต้องทำตั้งแต่ 12.00-16.00 น.! เราเลยทิ้งแกไว้ที่นี่แล้วผมกับ Faizan ก็ไปต่อที่ Iqra University ซึ่งเป็นที่ประชุมของ SMAP
ที่ Iqra ซึ่งไม่มีคณะแพทย์ แต่มีภาควิชา Physiotherapy ดูห้องประชุม กินข้าว “หมกไก่” จานแล้วก็ไปต่อ Faizan ชอบกินมาก แวะซื้อขนมหวานเจี๊ยบมากิน ผมก็ต้องกินไป 1 ก้อนเล็กๆ แกฟาดเรียบคนเดียวหมดกล่อง อายุ 34 ปี แต่พุงโตกว่าผมแล้ว และยังพาไปกินที่ KFC อีก แล้วก็พาไปดู Arabian Sea ทะเลก็ไม่สวยงาม ธรรมชาติ เหมือนบ้านเรา เขาบอกว่าฝั่งตรงข้าม คือ Dubai!! บ่าย 4 โมงเราก็กลับไปรับ Fajar กลับไปที่โรงแรม และเจ้าภาพมารับเรา 19.30 น. ไปทานอาหารเย็นกับ Faculty (กลุ่มวิทยากร) ที่มีแต่ผม Fajar และชาวปากีสถานที่มาจาก UK อีก 7-8 คนเป็นนักกายภาพและผู้เชี่ยวชาญทางด้านเท้าเท่านั้น (podiatrist) ไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันเลย และเจ้าภาพหลักคือ Dr.Ucksy Mallick ประธานของ SMAP และลูกพี่ลูกน้อง คือ Dr.Emad Mallick
ส่วนหนึ่งที่ผมดีใจที่ได้มาคือ ผมเคยรู้จักคุณพ่อของ Dr.Ucksy ดี เป็นแพทย์ทางด้านกีฬาเวชศาสตร์เหมือนกัน เขาสนิทกับเพื่อนรักผม คุณหมอเจริญทัศน์ จินตนเสรีมาก เมื่อ 25-30 ปี มาแล้ว แต่โดนยิงตายเนื่องจากทางการเมืองเมื่อ 23 ปีมาแล้ว ตอนนั้นมีอายุเพียง 47 ปี ถ้าอยู่ก็คงมีอายุ 70 ปีพอดี ผมจึงดีใจที่จะมาได้รู้จักและคบกับลูกหลานของอดีตเพื่อนผมต่อ
นพ.พินิจ กุลละวณิชย์

นราธิวาสประกาศเคอร์ฟิว! งัดกฎอัยการศึกคุมทุกอำเภอ หลังเหตุป่วนใต้11จุด
‘นายกฯ’ รับทราบเหตุป่วนบึ้ม 3 จว.ชายแดนใต้ ชี้ไม่ใช่ก่อการร้าย แต่ส่งสัญญาณรับ‘เลือกตั้งท้องถิ่น’
แม่ทัพภาค4 ลงพื้นที่สั่งยกระดับความปลอดภัยสูงสุด หลังเหตุเผาปั๊ม11จุด3จังหวัดใต้
คุณแหน : 11 มกราคม 2569
'พิพัฒน์'ตรวจเหตุวางเพลิงบึ้มปั๊มน้ำมันปัตตานี เปิดโอกาสผู้มีอุดมการณ์ไม่ตรงกันมาเจรจา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี