วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
.jpeg)
กรณีทุจริตโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้พื้นที่อนุรักษ์เพื่อลดผลกระทบภาวะวิกฤติโลกร้อน หรือฝายแม้ว วงเงินงบประมาณปี 2551 จำนวน 770 ล้านบาท ยังอยู่ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช.
คดีนี้ อดีตรัฐมนตรีหญิง ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับพวก ถูกไต่สวนฐานกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
หลายปีผ่านไป ยังไม่ปรากฏข้อยุติว่าจะชี้มูลเมื่อไหร่
1) โครงการเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น จ.พิษณุโลก จ.แพร่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ตาก
มีการไต่สวน ทั้งเจ้าหน้าที่ระดับนโยบาย และผู้ปฏิบัติ
มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ปฏิบัติไปแล้ว
เจ้าหน้าที่บางส่วน ถูกกันไว้เป็นพยาน
2) มีการหักเงินสร้างฝาย 50 เปอร์เซ็นต์ จากการตั้งงบฝายละ 5,000 บาท
โครงการจำนวนแสนกว่าฝาย
บางแห่งสร้างจริง บางแห่งสร้าง 50 เปอร์เซ็นต์
และบางแห่งไม่สร้างเลย แต่ก็มีการเบิกเงิน
เงินจำนวนดังกล่าวไปตกที่ใคร?
3) เม็ดเงินกว่าครึ่งของโครงการ แบ่งกันระหว่างข้าราชการ
และนักการเมืองที่ร่วมขบวนการ
ลักษณะไม่ใช่ฝายเก็บน้ำ แต่น่าจะเป็นฝายเก็บเงิน
ผันเงินงบประมาณแผ่นดินเข้ากระเป๋าตนเองและพวกพ้อง
มีการการจัดวางตัวบุคคล ควบคุมผู้เข้าร่วมกระบวนการมิให้มีการแฉกันในภายหลัง
4) หลายกรณี ไม่มีการจัดสร้างฝาย แต่เบิกเงิน
ทำหลักฐานรายงานปลอม
ปลอมเอกสารการซื้อวัสดุก็มี
บ้างใช้วิธีติดป้ายที่ฝายเก่า
บางฝายถูกถ่ายรูปหลายมุม เบิกเงินตามจำนวนภาพถ่าย ทั้งๆ ที่มีฝายเดียว
ฮอลลีวู้ดยังอาย
5) งบส่วนใหญ่อ้างว่าเป็นค่าจ้าง
เจ้าหน้าที่บางพื้นที่ ประกาศรับสมัครคนงานให้มาทำใบสมัครทิ้งไว้ เอาใบสมัครไปให้พรรคพวกคนละพื้นที่นำไปเบิกเงินก็มี
ประชาชนร้องว่าไม่ได้ไปทำฝาย แต่กลับมีชื่อเบิกเงิน
เงินตนเองก็ไม่ได้
แต่ชื่อถูกนำไปใช้
เจ้าหน้าที่ยอมทำแบบนี้ ได้เลื่อนตำแหน่ง ปิดปาก
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตสส.ประชาธิปัตย์ พิษณุโลก คณะกรรมการกรรมาธิการงบประมาณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เคยแฉว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้เป็นแค่เบี้ยตัวหนึ่งของโครงการทุจริต
โครงการนี้มีการเรียกเก็บเงิน 50% หรือครึ่งหนึ่งของการสร้างฝาย 5 พันบาท ส่งเงินส่วยไปให้ระดับบน เมื่อสร้างเสร็จ ก็ต้องมาสร้างหลักฐานการเบิกจ่ายให้ครบ ชาวบ้านที่ควรได้ค่าแรง 150 บาท ก็ได้แค่ 50 บาท
6) คุณภาพฝายไม่ได้มาตรฐาน
1 แสนฝาย สร้างภายใน 3 เดือน
ดำเนินการไม่ถูกต้องตามแนวทางพระราชดำริ
ละเลงงบประมาณเป็นว่าเล่น
7) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สรุปผลการตรวจสอบพบว่า ฝายแม้วที่จัดสร้างขึ้น มีคุณภาพไม่เหมาะสม ไม่คงทนแข็งแรง ไม่คุ้มค่ากับเงินงบประมาณแผ่นดิน
ในปี 2551 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งผ่านการเห็นชอบ
จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2551 ใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น 770 ล้านบาท โดยดำเนินการก่อสร้างฝาย
แบบผสมผสานจำนวน 119,600 แห่ง
สตง.ยังระบุว่า การดำเนินงานสร้างฝายต้นน้ำตามโครงการ การคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างไม่มีความเหมาะสม ไม่ได้พิจารณาตามสภาพและลำดับความรุนแรงของปัญหาในพื้นที่เป็นสำคัญ
การก่อสร้างเป็นไปอย่างเร่งด่วน มีระยะเวลาจำกัด ในขณะที่ปริมาณงานมีเป็นจำนวนมาก ทำให้ สบอ.ที่รับผิดชอบต้องใช้
บุคลากรจากส่วนงานอื่นที่ไม่ได้มีภารกิจโดยตรงต่อการดำเนินกิจกรรมก่อสร้างฝาย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการก่อสร้างฝายมาก่อน เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบดำเนินงานก่อสร้างโดยเฉลี่ย 160-400 แห่งต่อคน และบางรายมากถึง 600-900 แห่ง
8) ในการแถลงผลงานของ ป.ป.ช.เมื่อปลายปีที่แล้ว สำนวนอยู่ในความดูแลของ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง
แต่ถึงวันนี้ ยังไม่มีการสรุปเรื่อง ชี้มูลความผิด
สารส้ม

จีนอ่วม! ฝนถล่มหนัก น้ำท่วมใหญ่หลายมณฑล คร่าชีวิต 10 ราย
จับตาพรุ่งนี้!!! ศาลนัดฟังคำพิพากษา โตโต้ ปิยรัฐ คดี ม.112
คณะองคมนตรี ร่วมสังเกตการณ์ ประชุมบกป.ภช.พร้อมให้คำแนะนำ.-ข้อห่วงใย รับมือภัยแล้ง ปี 69
เพจภาควิชาฯโพสต์อาลัย ผลยืนยันอัตลักษณ์ ศิษย์เก่า ม.เกษตรฯ ดับ 1 ใน 8 เหยื่อรถไฟชนรถเมล์
กล้าธรรม เสริมทัพใหญ่! แบ่งงานรองหัวหน้าพรรค-ตั้งทีมโฆษกชุดใหม่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี