วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
ระยะนี้มีการกล่าวอ้างความเป็นสถาบันทางพระพุทธศาสนาบ้าง ความเป็นสถาบันคณะสงฆ์บ้าง กระทั่งอ้างองค์กรระดับโลกของพุทธศาสนาบ้าง และองค์กรระดับโลกของชาวพุทธบ้าง บ่อยครั้งมาก จนเกิดความสับสนขึ้นว่า องค์กรเหล่านี้เป็นใคร
เพราะไม่มีใครรู้เห็น เข้าร่วม หรือมีการแต่งตั้งหรือก่อตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายแต่ประการใด
ก็เป็นการกล่าวอ้างลอยๆของขบวนการเถื่อนทั้งนั้น เพราะไม่มีกฎหมายของประเทศไหนหรือองค์กรไหนในโลกรับรองการกล่าวนั้น และไม่มีใครรู้จักองค์กรหรือแกนนำขบวนการเหล่านั้นเลย
การกล่าวอ้างทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เห็นได้ชัดเจนว่ามีข้อเรียกร้องเป็นอย่างเดียวกัน คือต้องการคุ้มครอง ป้องกัน ช่วยเหลือพวกกบฏผีบุญที่ย่ำยีพระพุทธศาสนา ย่ำยีกฎหมายบ้านเมืองและตั้งตนเป็นรัฐอิสระอยู่ในบ้านเมืองของเราในทุกวันนี้
ดังนั้นสำหรับชาวพุทธจึงต้องสามารถจำแนกแยกแยะได้อย่างชัดเจนและปราศจากข้อสงสัยว่าอะไรคือเรื่องของพระพุทธศาสนา อะไรคือเรื่องของพวกกบฏผีบุญ
เพื่อการนี้ จึงขอนำเสนอวิธีจำแนกแยกแยะอย่างง่ายๆ ในบางเรื่องบางประการที่สามารถใช้เป็นเส้นแบ่งระหว่างพุทธกับกบฏผีบุญได้โดยง่าย
ประการแรก การที่พระพุทธศาสนานั้นอยู่ภายใต้กฎหมาย ยอมรับกฎหมายบ้านเมืองมาตั้งแต่ครั้งที่พระบรมศาสดายังทรงพระชนม์อยู่ ดังเช่นการกำหนดเวลาเข้าพรรษา เมื่อพระเจ้าแผ่นดินแห่งแคว้นมคธขอเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าพรรษาในวันที่กำหนดได้ พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงผ่อนผัน จึงเป็นเหตุให้วันเข้าพรรษามีสองวัน คือวันเข้าพรรษาหน้าและวันเข้าพรรษาหลัง
แม้การตัดไม้ซึ่งในยุคนั้นชาวบ้านสามารถตัดไม้ได้ นำมาใช้สอยได้ แต่เมื่อทางการหวงกัน พระบรมศาสดาก็วางพระวินัยห้าม ดังนี้เป็นต้น
ส่วนพวกกบฏผีบุญเป็นพวกนอกกฎหมาย เป็นพวกไม่นับถือกฎหมาย เป็นพวกฝ่าฝืนกฎหมาย ที่ทำผิดกฎหมายได้ทุกรูปทุกแบบ และตั้งตนอยู่เหนือกฎหมาย ดังที่ปรากฏคดีโกงประชาชนหลายหมื่นล้านบาท หลอกลวงประชาชนเอาทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากมายมหาศาล รวมทั้งการทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ แม้กระทั่งการซ่องสุมกำลังคนและสิ่งผิดกฎหมายทั้งหลาย
ดังนั้นจึงสามารถจำแนกได้ในประการนี้ได้โดยง่ายว่า ในพระพุทธศาสนานั้นเคารพกฎหมาย อยู่ภายใต้กฎหมาย ส่วนกบฏผีบุญนั้นไม่เคารพกฎหมาย และอยู่เหนือกฎหมาย บังอาจทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ยำเกรงการลงโทษ ไม่ต่างอันใดกับมหาโจร
ประการที่สอง เกี่ยวกับเรื่องหลักธรรมคำสอน ซึ่งปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาได้ชี้ไว้อย่างต่อเนื่องว่า พวกกบฏผีบุญคือภัยร้ายแรงของพระพุทธศาสนา และทำลายพระพุทธศาสนาอย่างรุนแรงที่สุด
หลักสำคัญของพระพุทธศาสนาคือพระไตรลักษณ์ ได้แก่กฎสามัญของสรรพสิ่งที่ว่าสรรพสิ่งไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่และดับไปเป็นธรรมดา สิ่งปรุงแต่งทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และธรรมทั้งหลายไม่ใช่ตัวตนของใคร
ส่วนกบฏผีบุญนั้นสอนในทางตรงกันข้าม สอนให้ยึดมั่นในตัวตน สอนให้ยึดมั่นในความโลภและความหลง คือโลภอยากได้สวรรค์
ชั้นต่างๆ ไม่มีที่สิ้นสุด โลภอยากได้บุญ โลภอยากได้ทุกสิ่งทุกอย่างอย่างไม่มีข้อจำกัด ซึ่งเป็นความหลงขั้นรุนแรงที่สุดที่มนุษย์จะพึงมี ซึ่งกบฏผีบุญต้องสั่งสอนอย่างนี้จึงจะสามารถหลอกลวงคนทั้งปวงให้ส่งมอบทรัพย์สินเงินทองได้ตามต้องการ
ประการที่สาม เกี่ยวกับเรื่องการสวดมนต์ เอะอะก็อ้างว่าสวดมนต์ จะปกป้องคนผิดที่ศาลออกหมายจับหมายค้นก็เอาการสวดมนต์มาบังหน้า ซึ่งไม่ใช่วิสัยในพระพุทธศาสนา
อันการสวดมนต์นั้น อาจจำแนกเป็นประเภทได้ดังต่อไปนี้
ประเภทแรก เป็นการสวดตามพระวินัย ที่พระพุทธเจ้าบัญญัติให้พระสวด ไม่ว่าจะเป็นการสวดทำวัตรเพื่อความเป็นปกติของวัตรปฏิบัติแห่งสงฆ์ การสวดญัตติจตุตถกรรมในการทำพิธีอุปสมบท หรือการสวดปาติโมกข์เพื่อทบทวนพระวินัยที่ทรงบัญญัติไว้ให้แจ่มแจ้งขึ้นใจในคณะสงฆ์ ซึ่งการสวดเหล่านี้เป็นพิธีกรรมที่ต้องกระทำโดยความสามัคคีแห่งสงฆ์ ในเขตอันกำหนดแน่นอนคือเขตพุทธาวาส และในท่ามกลางความบริสุทธิ์ของสงฆ์
ประเภทที่สอง เป็นการสวดเพื่อความรำลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัย และอานิสงส์ของพระรัตนตรัย หรือที่เรียกว่าการสวดพระพุทธมนต์ อันจำแนกแยกแยะเป็นสองอย่างคือการสวดมนต์สำหรับงานชาวบ้านที่สวดด้วยจุลราชปริตร และการสวดในงานหลวงหรือที่เรียกว่ามหาราชปริตร ซึ่งเป็นการสวดตามที่มีผู้อาราธนาเพื่อความเป็นสิริมงคล
ถ้าจะสังเกตเรื่องการสวด ก็สามารถจำแนกแยกแยะได้ด้วยประการต่างๆ ที่พรรณนามานี้
ประการที่สี่ เกี่ยวกับเรื่องการนั่งสมาธิ
ด้วยสี่ประการนี้จะสามารถใช้เป็นเส้นแบ่งในการจำแนกแยกแยะระหว่างพุทธศาสนากับกบฏผีบุญได้อย่างง่ายดาย

สมชัย โชว์เหนือ! เปิดโพย ChatGPT ตอกย้ำปม สส.หุ่นยนต์ ทำสภาเดือดเกือบวางมวย
เสริมรบ 3 มิติ กองทัพเรือเดินหน้าจัดหาเรือฟริเกต 1 ลำ งบ 1.7 หมื่นล้าน
คนไทยภูมิใจ! มิลลิ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าอันดับ 4 Show Me The Money 12
เจาะโปรไฟล์ระดับโลก ดร.สันติธาร เสถียรไทย กลางข่าวสะพัด ถูกดึงนั่งผู้ช่วยคลัง
รสนา ตั้งข้อสังเกตส่วนต่างราคาน้ำมันไทย-ญี่ปุ่น จี้รัฐทบทวนค่าการกลั่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี