วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.
ใส่ใจอุบัติเหตุเท่าอาชญากรรม ลดบาดเจ็บล้มตายบนถนนได้

ดูทั้งหมด

  •  

เหลืออีกเพียง 2 สัปดาห์เศษๆ ก็จะหมดปี 2562 เข้าสู่ปีใหม่ 2563 กันแล้ว ซึ่งช่วง “ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่” แบบนี้คนวัยทำงานที่ “หยุดยาว” ก็จะได้กลับไปพบหน้าญาติพี่น้องที่บ้านเกิดก่อนจะกลับมาเริ่มต้นสู้ชีวิตกันใหม่ในปีถัดไป แน่นอนการได้พบปะญาติสนิทมิตรสหายที่ปีหนึ่งอาจได้เจอกันเพียง 1-2 หน (นอกจากปีใหม่สากลแล้วยังมีเทศกาลสงกรานต์อันเป็นปีใหม่ไทยอีกช่วงที่มีวันหยุดยาว) ย่อมเป็นปกติวิสัยที่จะมี “น้ำเมา” ในวงสังสรรค์

แต่ในช่วงเทศกาลหยุดยาวแบบนี้เองที่ปัญหา “อุบัติเหตุบนท้องถนน” จะเพิ่มสูงอย่างมีนัยสำคัญ (ซึ่งอันที่จริงวันธรรมดาก็สูงอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นองค์การอนามัยโลก หรือ WHO คงไม่จัดอันดับให้ไทยติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีคนตายเพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงที่สุดในโลก โดยอยู่ในอันดับ 2ในรายงานปี 2558 และอันดับ 9 ในรายงานปี 2561) จากสาเหตุสำคัญอย่าง “เมา” ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วไปขับขี่ยานพาหนะ “ซิ่ง” ขับขี่ด้วยความเร็วเกินกฎหมายกำหนดหรือในลักษณะหวาดเสียว “ง่วง” พักผ่อนไม่เพียงพอแล้วต้องขับขี่ยานพาหนะ


เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา มีการจัดสัมมนาสื่อมวลชนกับการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน “พลังของการรายงานเชิงลึกเพื่อส่งเสริมนโยบายความปลอดภัยทางถนนในประเทศไทย” ณ รร.มิราเคิล แกรนด์ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.), มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) , Internews และโครงการ Global Road Safety Partnership ซึ่งในวงสัมมนามีช่วงหนึ่งได้แสดงความเป็นห่วงกรณีวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่า 2562-ต้อนรับปีใหม่ 2563 กล่าวคือ..

“ในครั้งนี้จะมีวันหยุดอย่างเป็นทางการคือ เสาร์ที่ 28 ธ.ค. 2562-พุธที่ 1 ม.ค. 2563 รวม 5 วัน ดังนั้นอาจมีบางองค์กรเริ่มเปิดทำการวันแรกในวันพฤหัสบดีที่ 2 ม.ค. 2563ทำให้ผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาต้องรีบกลับมาตั้งแต่วันที่1 ม.ค. 2563 เพื่อเตรียมตัวทำงานในเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งที่เพิ่งผ่านพ้นการฉลองข้ามปีหรือเคาน์ดาวน์ (Countdown) ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2562 หลายคนอาจดื่มจนเมาและยังไม่สร่างเต็มที่ หรือถึงแม้จะไม่ดื่มแต่ร่างกายอาจอ่อนเพลียเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอเนื่องจากนอนดึก เมื่อต้องมาขับขี่ยานพาหนะย่อมเพิ่มความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้”

นอกจากนั้น นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ยังได้เสนอแนะว่า“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ควรให้การสนับสนุนการทำงานสืบสวนคดีอุบัติเหตุของตำรวจท้องที่ให้มากขึ้น”เช่น วางแนวปฏิบัติว่าคดีอุบัติเหตุลักษณะใดบ้างที่สมควรทำงานเชิงสืบสวนหาต้นตอที่แท้จริงและนำมาเสนอต่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนัก ตลอดจนให้หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปปรับปรุงแก้ไข

“ทุกวันนี้การดำเนินคดีมันจบแค่ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทำให้การแก้ไขต้นเหตุจริงๆขยับต่อได้ยาก เช่น ตรงนั้นอาจเป็นโค้งหรือจุดอันตราย หรืออาจเป็นเรื่องสภาพรถที่ไม่ดี ถ้าเราทำให้พนักงานสอบสวนเริ่มต้นจากคดีที่สำคัญ 1.เป็นจุดที่เกิดเหตุซ้ำๆ 2.เป็นอุบัติเหตุหมู่ เช่น เทกระจาด หรืออุบัติเหตุกับรถโดยสารสาธารณะ พูดง่ายๆ คือเป็นคดีที่มีความลึกของสาเหตุที่ต้องสืบค้นเชิงลึก” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

เช่นเดียวกับ ผู้แทนจากมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ พงศ์ธร จันทรัศมี กล่าวว่า แม้งานจราจรจะอยู่คู่กับตำรวจมาอย่างยาวนาน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ถูกให้ความสำคัญอย่างจริงจัง โดยเป็นเพียงงานหนึ่งที่สามารถสับเปลี่ยนโยกย้ายกำลังเจ้าหน้าที่กับงานด้านอื่นๆ ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้มีการแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก กำหนดให้มีตำแหน่ง“เจ้าพนักงานจราจร” ขึ้นมาในงานตำรวจอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้เกิดการฝึกอบรมความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวต่อไป และรัฐบาลก็ต้องสนับสนุนให้ สตช. ทำงานเชิงสืบสวนกรณีอุบัติเหตุด้วย

“ถ้ารัฐบาลลงทุนให้ตำรวจสามารถทำแผนผังของการเกิดอุบัติเหตุได้ชัดเจนก็จะช่วยลดปัญหาอุบัติเหตุลงเมื่ออุบัติเหตุลดลงก็จะพ่วงไปถึงตำรวจที่จะลดเวลาในการต้องมาใช้ในคดีอุบัติเหตุลง จะได้ไปทำคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินมากกว่าได้ จุดไหนที่มีอุบัติเหตุบ่อยๆมีความสูญเสียบ่อยๆ ตำรวจก็ควรจะตีแผ่ออกมาว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไรแน่ นำไปสู่การแก้ปัญหา ไม่เช่นนั้นมันก็จะเกิดโค้งร้อยศพหรือแยกอาถรรพ์อยู่อย่างนั้น รัฐบาลต้องให้งบประมาณสนับสนุนเพราะทุกคนคาดหวังว่าตำรวจจะเป็นพระเอกในการแก้ปัญหา” พงศ์ธร ระบุ

ตัวอย่างการสืบสวนอุบัติเหตุบนท้องถนนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คือเหตุการณ์รถตู้ชนกับรถกระบะ บนถนนสาย 344 บ้านเนินหนองขนุน หมู่ 1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จนมีผู้เสียชีวิตรวมกัน25 ศพ เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2560 ในช่วงแรกๆ กระแสสังคมมุ่งโทษไปยังคนขับรถตู้ว่าเมาสุราบ้าง เสพยาเสพติดบ้างกระทั่งต่อมาเมื่อการสืบสวนดำเนินไป เช่น สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ แถลงเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2560 ว่าศพคนขับรถตู้ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วยนั้นไม่พบแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกาย

ขณะที่สำนักงานขนส่งจังหวัดจันทบุรี พบว่า คนขับรถตู้คันดังกล่าวขับรถไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ-จ.จันทบุรี ตั้งแต่วันที่ 1-2 ม.ค. 2560 รวมทั้งสิ้น 5 เที่ยวจนเที่ยวที่ 5 จึงประสบอุบัติเหตุ ทำให้หลังจากนั้นภาครัฐได้ออกมาตรการ เช่น กำหนดให้รถตู้โดยสารทุกคันติดระบบติดตามด้วยดาวเทียม (GPS) จำกัดความเร็วไว้ที่ไม่เกิน 80-90 กม./ชม. และคนขับรถทุกคนต้องบันทึกเวลาขับรถผ่านเครื่องอ่านใบขับขี่ที่เป็นบัตรสมาร์ทการ์ด ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุของรถตู้โดยสารลดลงอย่างชัดเจน

หากมีกระบวนการเดียวกันกับจุดที่เกิดอุบัติเหตุซ้ำๆ ซากๆ ของแต่ละพื้นที่ หรือรูปแบบการทำงานที่เสี่ยงอันตราย (เช่น ระยะหลังๆ มีการพูดถึง “ม้าเร็ว 2 ล้อส่งของ”มากขึ้นจากสารพัดแอพพลิเคชั่นที่มีให้บริการ ทำให้ผู้ขับขี่ มอเตอร์ไซค์ส่งของที่ไปรับงานต้องทำความเร็วเพราะรายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเที่ยวที่วิ่งได้) ก็น่าจะช่วยลดการบาดเจ็บล้มตายบนท้องถนนได้อีกหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศไทย!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
07:00 น. กสทช.งัดยาแรง คุมสัญญาณมือถือข้ามแดน
06:45 น. ปั้นไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์ ‘ก.อุตฯ-ส.THSIA’ปักหมุดยุทธศาสตร์
06:30 น. ตีกลับตู้คอนเทนเนอร์สหรัฐซุกขยะE-waste
06:15 น. คต.นำคณะลุยดูไบ หารือผู้ค้ารายใหญ่ ดันยอดซื้อข้าวไทย เจาะตลาดสุขภาพ
06:00 น. ‘กานต์’ ดีใจ ‘ลางปริศนา’ เรตติงปัง แฮปปี้รับบทท้าทาย ชม ‘ธันวา’ ช่วยแนะนำการแสดง
ดูทั้งหมด
รวบคาสุวรรณภูมิ DSI ล็อกตัวอดีตผู้บริหาร เซ่นคดีทุจริต 300 ล้านบาท
หมอข้าวโพด แนะ 4 สัญญาณเตือน เมื่อการเดินทางของน้องใกล้สิ้นสุด
ทลายโกดังตลาดโรงเกลือ 7 จุด ลักลอบส่งสัญญาณเน็ต ฝั่งไทยไปกัมพูชา
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ-รมว.คลัง เข้าเฝ้าฯ
กษัตริย์กัมพูชา งดปฏิบัติพระราชกรณียกิจ มอบหมายให้ ฮุน เซน นั่งรักษาการประมุขแห่งรัฐ
ดูทั้งหมด
รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์
มองรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง
ปู่จิ๊บ เป็นสัตว์สังคม ต้องมีเพื่อนและญาติเยอะ จึงมักทำงานสำเร็จ มีใจสุขสงบ (1)
สงครามจัดตั้งรัฐบาล?
ใครจะเป็นนายกฯ ? พรรคไหนบ้างจะร่วมรัฐบาล?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

พิธา โพสต์แล้ว หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

คุมไม่อยู่! โรคคาลา-อาซาร์ ระบาดหนักในเคนยา คร่าชีวิตคนมากสุดเป็นประวัติการณ์

‘เท้ง’ยอมรับผลการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นอันดับหนึ่ง ย้ำจุดยืนไม่ร่วมภูมิใจไทย ลุยทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

เพจ ‘ภูมิใจไทย’ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่มอบให้ ‘ผู้สมัคร-พรรค’

ภท.มาเหนือ กวาด สส.เขต 178 ที่นั่ง ทิ้งห่างปชน.-พท. แถมเจาะพื้นที่หัวใจส้ม-แดง

เพื่อไทย แถลงขอบคุณทุกคะแนนที่มอบให้ โยนพรรคอันดับหนึ่งรวมเสียงตั้งรัฐบาล

  • Breaking News
  • กสทช.งัดยาแรง คุมสัญญาณมือถือข้ามแดน กสทช.งัดยาแรง คุมสัญญาณมือถือข้ามแดน
  • ปั้นไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์ ‘ก.อุตฯ-ส.THSIA’ปักหมุดยุทธศาสตร์ ปั้นไทยฮับเซมิคอนดักเตอร์ ‘ก.อุตฯ-ส.THSIA’ปักหมุดยุทธศาสตร์
  • ตีกลับตู้คอนเทนเนอร์สหรัฐซุกขยะE-waste ตีกลับตู้คอนเทนเนอร์สหรัฐซุกขยะE-waste
  • คต.นำคณะลุยดูไบ หารือผู้ค้ารายใหญ่ ดันยอดซื้อข้าวไทย เจาะตลาดสุขภาพ คต.นำคณะลุยดูไบ หารือผู้ค้ารายใหญ่ ดันยอดซื้อข้าวไทย เจาะตลาดสุขภาพ
  • ‘กานต์’ ดีใจ ‘ลางปริศนา’ เรตติงปัง  แฮปปี้รับบทท้าทาย ชม ‘ธันวา’ ช่วยแนะนำการแสดง ‘กานต์’ ดีใจ ‘ลางปริศนา’ เรตติงปัง แฮปปี้รับบทท้าทาย ชม ‘ธันวา’ ช่วยแนะนำการแสดง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ผ่านวิดีโอ ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ผ่านวิดีโอ ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

7 ก.พ. 2569

DIPROM ดันธุรกิจร้านอาหาร เพิ่มช่องทางตลาด สร้างรายได้ในชุมชน

DIPROM ดันธุรกิจร้านอาหาร เพิ่มช่องทางตลาด สร้างรายได้ในชุมชน

31 ม.ค. 2569

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

24 ม.ค. 2569

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

17 ม.ค. 2569

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

10 ม.ค. 2569

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

3 ม.ค. 2569

PSMD เปิดรับปริญญาโท  เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’  เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

PSMD เปิดรับปริญญาโท เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

26 ธ.ค. 2568

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’  ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

19 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved