วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
การประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญผ่านไปแล้ว หลังจากที่ได้ประชุมหารือกันเป็นเวลาสองวัน และเป็นไปตามคาดคือไม่มีผลหรือสาระแก่นสารอันใดที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้เลย
สถานการณ์เกิดขึ้นเพราะมีข้อเรียกร้องประการหนึ่งของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แต่กลับมีการเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกันเลย นั่นคือเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัส พิจารณาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ และพิจารณาเรื่องการลาออกของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้เสียเวลาเลย
เพราะกรณีการแพร่ระบาดของไวรัสนั้นคนไทยทั้งประเทศก็รู้เช่นเห็นชาติกันทั่วแล้วว่ามีการฉวยโอกาสใช้อำนาจตามกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินในการปกครองบ้านเมือง ในขณะที่คนบางพวกก็ฉวยโอกาสทำมาหากินกับความเดือดร้อนทุกข์เข็ญของราษฎร ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่ทรุดหนักลงยิ่งกว่าหลายประเทศในโลกนี้
ถ้าหากจะพิจารณาเรื่องไวรัสก็ควรพิจารณาในเรื่องยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งไม่มีความจำเป็นอะไรเลย เพราะกฎหมายปกติที่มีอยู่ก็เพียงพอต่อการใช้เป็นอย่างดีแล้ว
ส่วนในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้นก็เมื่อญัตติแก้รัฐธรรมนูญค้างอยู่ในสภาและรอลงมติกันอยู่ เพียงแค่บรรจุวาระให้ลงมติเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น ก็รู้หัวรู้ก้อยแล้ว แต่กลับเอาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญซึ่งไม่เป็นแก่นสารสาระมาบรรจุให้เสียเวลา
สำหรับเรื่องลาออกของนายกรัฐมนตรีก็เช่นกันเป็นเรื่องการตัดสินใจเฉพาะของนายกรัฐมนตรีคนอื่นไม่เกี่ยว ดังนั้น การเสนอวาระเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องน่าขันอย่างยิ่งและทำให้เห็นว่าคุณภาพของผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็นอย่างไร
สำหรับเรื่องการออกจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีนั้น จากการพูดจากันสองวันในรัฐสภาก็พอสรุปได้ว่านายกรัฐมนตรีไม่มีวันลาออกจากตำแหน่งเพราะท่านเชื่อของท่านว่าไม่ได้ทำผิดอะไร และจนบัดนี้ฝ่ายค้านก็ไม่สามารถแสดงความผิดอะไรของนายกรัฐมนตรีให้เห็นเป็นที่ชัดเจนได้
เมื่อการลาออกเป็นไปไม่ได้แล้วก็มาที่ประเด็นการยุบสภา ซึ่งจะทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง แต่ต้องทำหน้าที่อยู่จนกว่าคณะรัฐมนตรีใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ก็คงไม่มีใครอยากให้ยุบสภาเพราะแต่ละคนก็กลัวจะตกงานด้วยกันทั้งสิ้น และคาดหมายได้ว่านายกรัฐมนตรีจะไม่มีวันยุบสภา เพราะทันทีที่ยุบสภาก็หมายความว่าได้ก่อศัตรูจากบรรดานักการเมืองจำนวนมากและนักการเมืองนั้นเมื่อมีความแค้นฝังหัวแล้ว ในอนาคตอะไรจะเกิดขึ้นก็ยากจะคาดเดา
คงเหลือหนทางการพ้นจากตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีอีกทางหนึ่ง คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนมาก เว้นแต่จะเกิดเหตุการณ์แทงข้างหลังกันเอง
นอกจากนี้แล้วก็เหลืออีกทางหนึ่งก็คือ ถูกไล่ออก ซึ่งอาจจะถูกไล่ออกโดยมวลชนหรือโดยการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งยากจะคาดเดา
สำหรับการไล่ออกโดยมวลชนนั้นขณะนี้กระแสก็ก่อตัวมาระยะหนึ่งแล้วและขยายตัวลุกลามมากกว่าทุกระยะที่ผ่านมา ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีเดินทางไปราชการที่ใดก็ตามก็จะมีคนไปชูสามนิ้วตะโกนอย่างหยาบคายให้ได้ยินอยู่เสมอ
และใครจะไปรู้ว่าสักวันหนึ่งอาจจะมีการชุมนุมเข้ามาประท้วงจนทำให้ราชการเสียหายไปก็ได้ และม็อบนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะประมาทไม่ได้เพราะตราบใด
ที่ยังมีเชื้อเหลือไฟอยู่ก็อาจลุกโชติช่วงขึ้นมาเมื่อใดก็ได้
ดังนั้นโบราณจึงว่าอย่าประมาทกับประกายไฟอันน้อยเพราะอาจจะไหม้ลามทุ่งได้ ม็อบเมื่อก่อตัวขึ้นแล้ว ถ้าขยายตัวมากขึ้นและวันใดวันหนึ่งมีการชุมนุมจำนวนนับหลายแสนคนขึ้นมาเมื่อใดก็จะส่งผลสะเทือนหรือแรงกดดันมาก
แม้ระดับการชุมนุมเป็นแฟลชม็อบแต่ก็ทำให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นปกติต่อไปไม่ได้ แต่ละวันต้องระดมกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทั่วประเทศเข้ามาเตรียมการไว้เพื่อดูแลและป้องกันอันตรายอันเกิดจากการชุมนุม ซึ่งใครเล่าจะรู้ได้ว่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาในวันไหน
การที่ต้องระดมเจ้าหน้าที่เข้ามาเป็นจำนวนมากและเมื่อมีการชุมนุมก็ต้องเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ออกไปสกัดตามที่ชุมนุมต่างๆ กันทุกวันประหนึ่งเล่นซ่อนหากันอย่างสนุกสนานนั้นได้ทำให้บ้านเมืองของเราไม่เป็นปกติ และแน่นอนว่าย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นและระบบเศรษฐกิจของประเทศ
สภาพเช่นนี้เป็นสภาพที่ไม่อาจตั้งอยู่ได้นาน จะนำไปสู่สถานการณ์สองอย่างคือการรวมตัวจำนวนมากขึ้นจนเกิดพลังขับไล่รัฐบาลได้สำเร็จ หรือเป็นการจุดชนวนที่อาจก่อให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารตามมาได้ เพราะเหตุนี้สภาพเช่นนี้จึงเป็นสภาพที่ทำให้บ้านเมืองตกอยู่ในความเสี่ยง อ่อนไหว และขาดความเชื่อมั่น ซึ่งไม่เป็นผลดีอะไรกับใครเลย

วัส ติงสมิตร ชี้ช่อง อ.โต้ง สู้คดีเลิกจ้าง 17 ปี ย้ำต้องฟ้องศาลแรงงาน
เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี