วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
การคิดราคากลางที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินในการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐเป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน ในขนาดที่คนในวงการจัดซื้อจัดจ้างทั้งรัฐและเอกชนคุยกันว่า “หากมีตัวเลขราคากลางที่ถูกต้องและเป็นธรรมแล้ว ต่อให้มีการสมยอมกันของผู้เข้าประมูลเพื่อไม่เสนอราคาเข้าแข่งขันกันจริง (ฮั้วประมูล) รัฐก็ยังสามารถป้องกันการถูกเอาเปรียบ จนต้องจ่ายเงินงบประมาณของส่วนรวมแพงเกินควรได้”
จากข้อมูลแถลงผลงานด้านปราบปรามการทุจริตในรอบ 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม 2564 - มกราคม 2565) โดยเลขาธิการ ป.ป.ช. เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พบว่ามีคำกล่าวหาเรื่องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างมากถึง 393 เรื่อง และคำกล่าวหาเหล่านี้พุ่งเป้าไปที่หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
เมื่อไปตรวจสอบข้อมูลคดีทุจริตจากสำนักข่าวอิศรา ก็พบข่าวผลงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดต่างๆ อยู่เป็นประจำ เช่น การชี้มูลทุจริตนายก อบจ. กำแพงเพชร แทรกแซงตั้งแต่ขั้นสืบราคาทำราคากลางในการทุจริตซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกาย มีรายละเอียดดังนี้ “...การกระทำของนายก อบจ.กำแพงเพชร มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนด ราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งหมายมิให้มี การแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ กระทำการใดๆโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 และ
ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจใน ตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริตตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/3 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 192 และ
เห็นว่า มีมูลเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิมเติม มาตรา 79
จึงให้ส่งเรื่องให้ อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญา และให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอน ดำเนินการทางวินัยไปตามหน้าที่และอำนาจ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561...”
กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้กฎหมายทั้งเก่าและใหม่ หลายฉบับ ในการชี้เป้าและจับทุจริต ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ในมาตรา 4 และมาตรา 12 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ในมาตรา 172 (เดิมที่รู้จักกันใน มาตรา 123/1) และ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ ฉบับใหม่ที่ประกาศใช้ในปี 2560 (พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560) ที่ออกตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
นั่นหมายความว่า เรื่องการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างนั้น ถ้า ป.ป.ช. จะเอาจริง ก็ทำได้ เพราะมีอำนาจและมีกฎหมายในมือมากเพียงพอ คำถามที่สำคัญคือ จะเอาจริงหรือไม่ และ เลือกสืบสวนถูกโครงการหรือเปล่า
เรื่องเอาจริงหรือไม่คงต้องไปถาม ป.ป.ช. เอง แต่คำถามต่อมาว่าเลือกสืบสวนถูกโครงการหรือเปล่านั้น พอจะมีทางช่วยได้ นั่นคือการใช้มาตรา 62 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดทำประกาศและเอกสารเชิญชวนให้ทราบเป็นการทั่วไปว่า หน่วยงานของรัฐจะดำเนินการในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุใด วัน เวลา สถานที่ยื่นข้อเสนอและเงื่อนไขอื่นๆ และมาตรา 63 ที่ให้หน่วยงานของรัฐประกาศรายละเอียดข้อมูลราคากลาง และ การคำนวณราคากลาง ลงในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ข้อนี้เป็นการบังคับให้เปิดเผยรายละเอียดการคิดราคากลางออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนด้วย ทั้งสองมาตรานี้จะช่วยสร้างความโปร่งใส ป้องกันการมั่วราคากลาง ทำให้การคิดคำนวณราคากลางมีความถูกต้องเป็นธรรมมากขึ้น เพราะเมื่อข้อมูลโปร่งใส หากมีความเสี่ยงต่อการทุจริต คนรอบข้างก็จะเห็นได้ง่ายและช่วยร้องเรียนให้ ป.ป.ช. ไปสืบสวนได้ถูกที่มากขึ้น
แล้วความโปร่งใสและความมีส่วนร่วมของประชาชนช่วยต้านโกงได้จริงหรือ? เราได้เห็นตัวอย่างโครงการข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ผลักดันให้เกิดขึ้นแล้ว โดยส่งประชาชนที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เข้าไปเป็นผู้สังเกตการณ์อิสระในการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆซึ่งพบว่าหากผู้สังเกตการณ์เข้าไปตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดเงื่อนไขและราคากลางแล้ว จะสามารถช่วยป้องกันคอร์รัปชันได้อย่างมาก ดูได้จากตัวเลขงบประมาณที่ลดลงกว่า 30% ของแต่ละโครงการที่เข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม รวมๆ แล้ว คิดเป็นเงินหลักแสนล้านบาทเลยทีเดียวดังนั้นคงไม่ต้องถกเถียงเรื่องนี้กันให้เสียเวลาอีก นี่คือสิ่งที่ ป.ป.ช. จะต้องผลักดันให้เกิดขึ้นมากกว่านี้ หากต้องการจะแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้จริง
ข้อแนะนำสำหรับ ป.ป.ช. อีกประการหนึ่งคือ พัฒนาการสื่อสารของ ป.ป.ช. ให้ประชาชนได้มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นว่า มีผลงานจับคนโกงได้จริงอยู่บ้างแล้ว ด้วยการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน ให้ประชาชนและสำนักข่าวต่างๆ เข้าถึงและร่วมกันติดตามได้อย่างง่ายและสะดวก และที่สำคัญเปิดในรูปแบบที่สามารถนำไปคิดวิเคราะห์ต่อได้
ไม่ใช่ในรูปแบบ PDF หรือตารางสรุป ที่นำมาเสนอตอนแถลงข่าวทุก 3 เดือนเพียงเท่านั้น เพราะความโปร่งใสและจริงใจจะนำพาไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นที่ดีขึ้นได้ครับ
รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค และ ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค

เฟซบุ๊ก‘อนุทิน’เจอมือดีถล่มปลิวหายช่วงค่ำ ก่อนโผล่กลับมา แต่โพสต์ชายแดน-ปีใหม่หายเกลี้ยง
สลด!ชายหายตัว 3 วัน พบเป็นศพลอยน้ำใต้สะพานท่ารถ บขส.เชียงคำ
สายเอเชีย (ขาเข้า กทม.) ผ่าน จ.อ่างทอง แน่นทุกช่องทาง แนะเลี่ยงเข้าอ่างทองสายใน ตั้งแต่สิงห์บุรี
สลด! นทท.รัสเซียหมดสติเสียชีวิต ขณะปีนขึ้นเจดีย์สำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง กลางเมืองพังงา
ลุยช่วย‘เอก สายไหมต้องรอด’ ‘เอกนัฏ’เผยรอบนี้‘คนกรุง’สนใจ‘ภูมิใจไทย’เป็นพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี