วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
วันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ TransparencyInternational (TI) หรือองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ จะประกาศผล ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (CorruptionPerceptions Index: CPI)ประจำปี 2025 และเช่นเดียวกับทุกปี ตัวเลขไม่กี่คะแนนนี้จะกลายเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “คะแนนขึ้นหรือลง” แต่คือ เราเข้าใจและใช้ข้อมูลชุดนี้เพื่ออ่านสถานการณ์ของประเทศได้ลึกเพียงใด
เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเข้าร่วมประชุมประจำปีกับ TI และได้แลกเปลี่ยนกับภาคีจากหลายประเทศ ภาพที่เห็นค่อนข้างชัดคือ ประเทศไทยยังคงติดอยู่ในกลุ่มประเทศที่คะแนน CPIไม่ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คะแนนทรงตัวหรือถดถอยเล็กน้อยมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ค่อยๆปรับปรุงภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสจนถูกมองว่าน่าลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ความแตกต่างนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องศักดิ์ศรีหรืออันดับในตาราง แต่สะท้อนถึงความสามารถในการดึงดูดเงินลงทุน คุณภาพของสถาบันรัฐ และต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ประเทศต้องแบกรับในระยะยาว
CPI เป็นดัชนีที่สังคมไทยคุ้นเคยกันดี และมักถูกนำมาพูดถึงอย่างกว้างขวางทุกต้นปี สิ่งสำคัญคือ CPIไม่ได้วัดคอร์รัปชันจริงในความหมายเชิงปริมาณ เช่น จำนวนคดีหรือมูลค่าเงินสินบน แต่เป็นการวัด“การรับรู้และภาพลักษณ์” เกี่ยวกับการคอร์รัปชันในภาครัฐ ผ่านมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์ความเสี่ยง และนักธุรกิจจากหลายสำนักทั่วโลก คะแนนอยู่ในช่วง 0 ถึง 100 คะแนน ยิ่งสูงยิ่งสะท้อนว่าประเทศนั้นถูกมองว่ามีความโปร่งใสและมีความเสี่ยงด้านคอร์รัปชันต่ำ
จุดแข็งของ CPI อยู่ตรงที่มันช่วยทำให้สิ่งที่มองเห็นได้ไม่ชัด “คอร์รัปชันเชิงระบบ” กลายเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปเปรียบเทียบและวิเคราะห์ได้ในทางวิชาการ CPI จึงไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อจัดอันดับประเทศ แต่ถูกนำไปเป็นตัวแปรสำคัญในการศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างคอร์รัปชันกับปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับรายได้ของประเทศ คุณภาพสถาบันรัฐ ระบบกฎหมาย การศึกษา โครงสร้างตลาด บทบาทของภาคเอกชน ความเป็นประชาธิปไตย หรือความเข้มแข็งของกลไกตรวจสอบถ่วงดุล
กล่าวอีกนัยหนึ่ง CPI ทำหน้าที่เป็น “ตัวชี้วัดปลายทาง” ที่สะท้อนผลรวมของโครงสร้างและนโยบายหลายด้านพร้อมกัน นักวิจัยจำนวนมากจึงใช้ CPI เพื่อตอบคำถามเชิงลึก เช่น เหตุใดบางประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วกลับยังเผชิญปัญหาคอร์รัปชันสูง เหตุใดบางประเทศที่มีรายได้ไม่สูงมากนักกลับสามารถรักษาระดับความโปร่งใสได้ดี หรือบทบาทของการศึกษาระบบราชการ และความต่อเนื่องของสถาบันทางการเมืองมีความสำคัญเพียงใดต่อการลดคอร์รัปชันในระยะยาว
ในมุมนี้ CPI ช่วยให้เราเห็นว่า คอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจาก “คนไม่ดี” เพียงไม่กี่คนแต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างแรงจูงใจ กติกา และสถาบันของสังคม หากกติกาทางเศรษฐกิจเปิดช่องให้เกิดอำนาจผูกขาด หากระบบราชการขาดความโปร่งใส หากกลไกตรวจสอบอ่อนแอ หรือหากประชาชนขาดโอกาสและความรู้ในการเรียกร้องสิทธิ ปัญหาคอร์รัปชันก็มีแนวโน้มฝังรากลึกและสะท้อนออกมาในดัชนีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมนักวิชาการด้านคอร์รัปชันทั่วโลก จึงเตือนอยู่เสมอว่า การนำ CPI มาเปรียบเทียบแบบปีต่อปีอย่างผิวเผินอาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เพราะความเปลี่ยนแปลงระยะสั้นอาจเกิดจากปัจจัยชั่วคราวหรือความผันผวนทางสถิติ แต่หากมอง CPI ในกรอบระยะยาว และเชื่อมโยงกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคม ดัชนีนี้จะช่วยให้เราเข้าใจ “ต้นทุนที่แท้จริงของคอร์รัปชัน” ได้ชัดเจนขึ้น ทั้งในแง่ความเชื่อมั่น การลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชน
สรุปแล้ว CPI ไม่ได้มีไว้ลุ้นคะแนนปีละครั้ง แต่มีไว้ช่วยตั้งคำถามว่า โครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของเรากำลังสร้างแรงจูงใจแบบใดให้กับผู้มีอำนาจ ระบบสถาบันของเราช่วยลดหรือกลับเพิ่มโอกาสในการทุจริต และเรากำลังลงทุนกับปัจจัยพื้นฐานอย่างการศึกษา หลักนิติธรรม และการตรวจสอบถ่วงดุลมากพอหรือยัง หากเราอ่าน CPI ด้วยกรอบนี้ การประกาศผลในวันที่ 10 กุมภาพันธ์จะไม่ใช่แค่ข่าวประจำปี แต่จะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้สังคมไทยเข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้น และถกเถียงเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันได้อย่างมีทิศทางและมีสาระมากขึ้นในระยะยาว
รศ.ดร.ต่อตระกูล - รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค

รทสช. เปิดปราศรัยใหญ่กลางกรุง ย้ำเลือกเบอร์ 6 ไม่โกหก เลือกกำหนดชีวิตเอง ลั่นกลองรบ 33 เขต กทม.
ใครเก๋าเข้ามา พระมาเฟีย ท้าดวล ตำรวจ-กำนัน ก่อนเผ่นหนีไร้ร่องรอย
อภิสิทธิ์ ฟาด ภท. แซะ ปชป.สมบัติผู้เฒ่า จะรอดู เป็นผู้เฒ่าแล้วจะเหลืออะไรหรือไม่
‘ศุภจี’ อ้อนขอดูแลชีวิตปากท้อง หลังเลือกตั้ง ยันเป็นรัฐบาลได้ ‘คนครึ่งพลัส’ กลับมา
พรรคประชาชนปลุกอุบลฯ กาส้ม 2 ใบ ล้มบ้านใหญ่ ลั่นหมดโครงการคนละครึ่งแล้ว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี