วันเสาร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเดินทางไปศรีลังกาเพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีของสมาชิกองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) หน่วยงานที่จัดทำดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ที่เราลุ้นรอการประกาศผลในทุกๆ ปี
การเดินทางครั้งนี้เป็นเหมือนการไปดูภูมิภาคทั้งภูมิภาคผ่านแว่นตาของ Transparency International(TI) ว่าเรากำลังเจอกับปัญหาอะไรเหมือนกันบ้าง และเราจะก้าวต่อไปอย่างไรในโลกที่คอร์รัปชันไม่ได้อยู่แค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เชื่อมกันเหมือนเครือข่ายใยแมงมุมที่กระจายไปทุกทิศทาง
สามวันที่ผมอยู่ในงาน TI Regional Meeting 2025 จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ บทเรียนจากประเทศต่างๆ และบทสนทนาที่ผมไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสคุยอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกับ Mr. François Valérian ประธาน Transparency International ซึ่งผมได้พบอีกครั้งในงานนี้
แม้จะเป็นการประชุม แต่บรรยากาศกลับให้ความรู้สึกเป็น “วงคุยของคนทำงานจริงที่กังวลเรื่องเดียวกัน” มากกว่าความเป็นทางการ ทุกคนเอาเรื่องราวในประเทศตัวเองมาวางบนโต๊ะ เปิดอกคุยกันตรงไปตรงมาแบบไม่มีเก็บหลังบ้าน ทุกคนต่างรู้ดีว่าคอร์รัปชันในภูมิภาคนี้กำลังเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ และหากเรายังทำงานแบบเดิมๆ เราจะตามมันไม่ทัน
สิ่งแรกที่ผมเห็นชัดมากในการประชุมคือ ภูมิภาคเราตอนนี้เจอ คอร์รัปชันแบบข้ามพรมแดน มากขึ้นกว่าเดิมอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงิน การโอนเงินผ่านบัญชีม้า เครือข่ายออนไลน์สแกมที่โยงกันหลายประเทศ และกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ที่สร้างความเสียหายจริงทั้งต่อผู้คนและระบบเศรษฐกิจ เชื่อมยาวตั้งแต่ภูมิภาคเราไปจนถึงยุโรปและอเมริกา
ทุกประเทศเล่าคล้ายกันหมดว่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้โดยต่างคนต่างทำได้อีกต่อไป เราต้องแชร์ข้อมูลให้เร็วกว่าเดิม ต้องร่วมมือระหว่างประเทศให้ลึกกว่าเดิม และต้องเชื่อใจกันพอที่จะยกประเด็นบางอย่างขึ้นมาพูดแบบไม่ต้องเกรงใจกันมากนัก
จุดร่วมที่ทุกประเทศย้ำเหมือนกันคือ ความโปร่งใสต้องมาเป็นลำดับแรก ไม่ว่าปัญหาจะใหญ่แค่ไหนวิธีแก้ที่เริ่มต้นด้วยความโปร่งใสจะสร้างความร่วมมือได้ง่ายกว่า ทำให้ประชาชนและคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยได้มากกว่า และทำให้การปฏิรูปกลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริงในระยะยาว
ระหว่างที่ฟังประสบการณ์ของประเทศต่างๆ ผมได้เห็นว่าหลายอย่างตรงกับสิ่งที่เราผลักดันในประเทศไทยมาตลอด ทั้งเรื่อง open data, การเปิดสัญญารัฐ, เครื่องมือตรวจสอบงบประมาณ หรือกระทั่งการพยายามดึงเยาวชนเข้ามาเป็นเจ้าของวาระต่อต้านคอร์รัปชัน ไม่ใช่แค่ผู้ชมที่นั่งดูอยู่ไกลๆ
ในงานนี้ ผมได้พบคุณ François Valérian อีกครั้งแต่สิ่งที่พิเศษกว่าทุกครั้งคือเราได้คุยกันนานกว่าที่เคย ทั้งช่วงพักและหลังประชุม บทสนทนาเลยไหลไปไกลตั้งแต่เรื่องโครงสร้าง TI จนถึงฝันในระยะยาวของภูมิภาคนี้
ผมเล่าให้เขาฟังถึงบริบทไทย ความเคลื่อนไหวหลายปีที่ผ่านมา และความพยายามของเราในการทำให้เรื่องความโปร่งใสเป็นประเด็นสาธารณะที่ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของ
และเมื่อพูดถึงประเด็นที่หลายคนในไทยสนใจคือ โอกาสที่ประเทศไทยจะกลับมามี TI Chapterอีกครั้ง เขาบอกว่า TI อยากให้ไทยกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระดับโลกมาก เพราะไทยมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เขาบอกชัดๆ ว่า “พร้อมสนับสนุนเต็มที่” และให้ผมเริ่มคุยกับทีม TI ได้เลย แล้วผมก็ใช้จังหวะนั้นเองเชิญเขามาเยือนไทยในปีหน้า ซึ่งเขาตอบตกลงทันทีแบบไม่ต้องคิดนาน
ระหว่างการประชุม หลายประเทศรอฟังประเด็นนี้และ TI ก็แจ้งอย่างเป็นทางการว่า ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ปี 2025 จะประกาศในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
แม้จะเป็นเพียงวันประกาศ แต่สำหรับคนทำงานด้านนี้มันคือ “วันเปิดผลสอบ” ของทั้งประเทศ เพราะ CPI ถูกติดตามโดยทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ นักลงทุน นักวิชาการ และภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ภาพลักษณ์เรื่องความโปร่งใสโยงตรงกับความน่าเชื่อถือของประเทศ ความเสี่ยงลงทุน และความไว้วางใจจากประชาคมโลก
ผมคิดในใจว่า การรู้ล่วงหน้าแบบนี้ดีมาก เพราะจะทำให้ทุกภาคส่วนในไทยมีเวลาเตรียมข้อมูล ทำความเข้าใจ และสื่อสารอย่างโปร่งใสได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ต้องมานั่งแก้ตัวหรือถกเถียงกันตอนหลังประกาศแล้ว
ระหว่างนั่งฟังเพื่อนจากเนปาลเล่าเรื่องการทำงานกับชุมชน หรือฝั่งอินโดนีเซียเล่าเรื่องการทำงานกับเหยื่อคอร์รัปชัน ผมรู้สึกว่า “งานต่อต้านคอร์รัปชัน” ถูกมองต่างไปจากเมื่อสิบปีก่อนมาก
มันไม่ใช่งานที่มีหน้าที่ไปจับผิดคนอื่นอย่างเดียว ไม่ใช่งานที่ต้องเปิดโปงอย่างเดียว และไม่ใช่งานที่ต้องมองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา มันคืองานสร้างพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกว่ามีสิทธิ์ตั้งคำถาม และงานสร้างความหวังว่าระบบนี้ดีขึ้นได้จริง
ผมเชื่อว่าประเทศไทยกำลังอยู่บนเส้นทางนี้ แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แม้จะยังมีอุปสรรค แต่เรามีคนรุ่นใหม่มีเครือข่ายที่แข็งแรงขึ้น และตอนนี้เรากำลังจะมีความร่วมมือระดับนานาชาติที่ใกล้ชิดกว่าเดิม
การเดินทางครั้งนี้เลยไม่ใช่แค่ไปประชุม แต่มันทำให้ผมกลับมาพร้อมพลังใหม่ ว่าเรายังเดินต่อได้ และอาจเดินได้ไกลกว่าที่เคยคิดด้วยซ้ำ
โดย ต่อภัสสร์ ยมนาค

บทเรียนเผาหญ้า! ไฟไหม้สวนทุเรียนวอด 5 ไร่-หวิดลามถึงบ้านเรือน
แบบนี้ไม่ไหวจริงๆนะ 'ปิ่นแก้ว'อัดส้มต่อ ถามเจ้าตัวไม่รับตัดจบ
ตลาดมหาชัยร้าง พิษ เครนถล่ม ถนนทรุด ทำคนหายเกลี้ยง
ถ่ายทอดสด ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 17 ม.ค.69
ไม่กระทบฐานเสียง ธรรมนัส มั่นใจเลือกตั้งครั้งนี้รุ่ง คดีดีเอสไอ ให้ไปพิสูจน์กันเอง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี