Logo วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เขียนเพื่อคิด
เขียนเพื่อคิด

เขียนเพื่อคิด

กษิต ภิรมย์
วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.
แฝดสยามแห่งความยุ่งเหยิงของการเมืองไทย

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เมื่อปี พ.ศ. 2549 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้อยู่ในทีมของ พลเอกสนธิ บุณยรัตกลิน ที่ทำการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจล้มรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหารล้มรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ในฐานะรัฐบาลหุ่นเชิดของ ทักษิณ ชินวัตร) ทำให้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ถือเป็นศัตรูและคู่อริทางการเมืองของ ทักษิณ ชินวัตรอย่างชัดเจน ทำให้พอจะประเมินได้ว่า ผู้ยิ่งใหญ่ของการเมืองไทย ทั้ง 2 นั้นจะไม่มีวันเผาผีกันเป็นอันขาด

และแม้ว่าทั้ง 2 ผู้เฒ่าจะมีความต่าง ทั้งในแง่ความคิดและการปฏิบัติ ว่าด้วยเรื่องการบ้านการเมือง แต่ก็มีความเหมือนที่เสมือนเป็นคู่แฝดในความคิดอ่าน ในเรื่องที่ยึดเอาตัวตนเป็นที่ตั้ง หรือการเป็นผู้มีอัตตาเป็นที่ยึดเหนี่ยว เสมือนเป็นคู่แฝดสยาม ว่าด้วยการยึดติดกับอำนาจนิยม การคิดและเชื่อว่าตัวตนนั้นเป็นสิ่งที่สังคมไทยขาดเสียซึ่งมิได้ (Indispensable)มีเพียงตนเองเท่านั้นที่จะนำพาสังคมได้


นั่นก็เพราะทั้งสองไม่รู้จักคำว่า “ปล่อยวาง” คำว่า “พอเพียง” หรือคำว่า “เลิกรากันไป” ทั้งสองไม่ตระหนักว่าการคงอยู่ หรือการยืดเยื้อในสนามการบ้านการเมืองของไทยนั้นไม่ได้ส่งผลดีต่อชาติบ้านเมือง เพราะมันมีแต่สร้างความแตกแยก ความสับสนยุ่งเหยิง เสริมสร้างสภาวะการไร้ซึ่งเสถียรภาพ และการไร้ซึ่งสันติสุขในบ้านเกิดเมืองนอนของตน

ในวันนี้ แม้ ทักษิณ ชินวัตร จะต้องเร่ร่อนไปทั่วโลกเป็นสัมภะเวสีแห่งการเมืองไทย แต่ก็ยังคงหายใจเข้าหายใจออกเป็นเรื่องการเมืองไทย และยังหวังถึงการจะได้กลับคืนสู่บ้านเกิดอย่างสง่างาม ด้วยวิธีใดก็ได้ ที่ตนเองจะปราศจากมลทิน ซึ่งการยึดมั่นถือมั่นในความทะเยอทะยานนี้ยังไม่เคยลดละหรือจืดจางไปแต่อย่างใด ยังคงความเข้มข้นอย่างสม่ำเสมอจนน่าพิศวง

ขณะเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อาสาเข้ามารับใช้บ้านเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และการติดสันดอนของการเจริญก้าวหน้า ด้วยวิธีการต้องมีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และต้องคงอยู่ต่อไป โดยคิดว่าเป็นการแสดงออกซึ่งความปรารถนาดีต่อบ้านเมืองและความรักชาติ เป็นการแสดงออกที่บ่งบอกซึ่งการเสียสละดั่งชีวิตจะหาไม่ โดยไม่ได้คำนึงเลยว่า การเข้าสู่ตำแหน่งหน้าที่ของตนนั้น มีความถูกต้องชอบธรรม เป็นไปตามจิตวิญญาณและลายลักษณ์อักษรของตัวบทกฎหมายหรือไม่ และก็ไม่ได้นำมาเปรียบเทียบว่า ความอยากและการปฏิบัติตามความอยากนั้น นำมาซึ่งความสำเร็จ และความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองอย่างจริงๆ หรือไม่ หรือเป็นการมโน คิดเองและเออเอง และที่สำคัญก็ได้แสดงให้สังคมได้เห็นว่า ไร้ความสามารถในการรับฟัง และการประเมินของผู้อื่นว่า ประเทศไทยคงจะไปได้ดีกว่านี้ ถ้าไม่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ส่วน ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยมีรัฐบาลหุ่นเชิดสมัคร สุนทรเวช, สมชาย วงศ์สวัสดิ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรที่มีภารกิจสำคัญยิ่งเป็นอันดับแรก ก็คือการนำเอา ทักษิณชินวัตร กลับสู่ประเทศไทย แบบที่กฎกติกาการลงโทษความผิดในอดีตของบ้านเมืองมิอาจแตะต้องเขาได้ แต่ก็ประสบแต่ความล้มเหลว ซึ่งบัดนี้ ก็ยังมุ่งมั่น อยู่ระหว่างการเตรียมการจัดตั้งรัฐบาลหุ่นเชิดชุดที่ 4 ขึ้นมาอีกในนามของ แพทองธาร ชินวัตร ผู้บุตรสาว โดยที่ ทักษิณชินวัตร ไม่คิดจะยอมรับบทเรียนที่ผ่านมา ยังคงดึงดัน ดันทุรังต่อไป ซึ่งในการนี้ก็จะทำให้สังคมไทยต้องแตกแยกและเผชิญหน้ากันต่อไป เพราะฝ่ายทักษิณ และฝ่ายต่อต้านทักษิณ ก็จะไม่ยอมกัน จนกว่า ทักษิณ ชินวัตรจะยอมรับความเป็นจริง และวางมือไปจากวงการเมือง และสังคมไทย

ทางด้าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หากคิดจะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติในวันนี้ ก็ควรต้องยอมวางมือจากการเมือง เพราะนับตั้งแต่การเข้าสู่ซึ่งอำนาจ ก็มาด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร และหลังจากนั้น ก็มาจากการขีดเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อต่ออำนาจให้กับตนเอง ซึ่งก็มีประชาชนพลเมืองจำนวนหนึ่งเห็นว่า เป็นการไม่ถูกต้อง และจะต้องต่อต้านอีกต่อไปอย่างไม่ลดละ ฉะนั้นก็อาจกล่าวโดยรวมๆ เป็นการทั่วไปว่า ทั้ง ทักษิณ ชินวัตร และพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นก็มีทั้งผู้สนับสนุนและต่อต้าน และผู้สนับสนุนของทั้งสองก็ยังต่อต้านกันเองอีกด้วย การไม่ลงรอยกันก่อให้เกิดความสับสนและบ่อนทำลายเสถียรภาพทางการเมืองของสังคมไทย ทั้งสองจึงเป็นตัวปัญหา

ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มประชาชนที่ไม่เอาด้วยกับทั้ง ทักษิณ และพลเอกประยุทธ์ และจัดได้ว่าเป็นฝ่ายหัวก้าวหน้า โดยเห็นว่าทั้งฝ่ายประยุทธ์ และฝ่ายทักษิณเป็นพวกอำนาจนิยม และเป็นพวกตัวบุคคลนิยม ซึ่งเป็นอันตรายต่อสังคมประชาธิปไตย และคุกคามสิทธิมนุษยชนทักษิณ ชินวัตร รวมทั้งรัฐบาลหุ่นเชิดทั้งสามดังกล่าว เผชิญกับการประท้วง ต่อต้าน ของประชาชนพลเมือง เปิดช่องทางให้ฝ่ายกองทัพได้แทรกแซงในกิจการการเมือง ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องเผชิญกับการต่อต้านของฝ่ายประชาชนส่วนหนึ่ง และการต่อต้านก็มีเค้าว่า จะขยายตัวและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องตระหนักว่า ตัวเองนั้นไม่ใช่บุคคลที่มีค่า (Asset) อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นบุคคลที่เป็นตัวถ่วงของสังคม (Liability) ไปเสียแล้ว

แล้วทั้ง ทักษิณ ชินวัตร และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คงจะถึงเวลาแล้วที่จะได้พิจารณาตนเองว่าต่างคนต่างเป็นปัญหาของบ้านเมืองขนาดไหน และฉะนั้น จะต้องปลดปล่อยบ้านเมืองไทยให้เป็นอิสระ เพื่อจะไปตั้งไข่ เริ่มต้นกันใหม่ได้เสียที

ดังนั้น ความดีงามที่บุคคลทั้งสองพอจะกระทำได้ในวันนี้ ก็คือการไม่รั้งประเทศไทย และการไม่เป็นตัวปัญหาซึ่งคงไม่มีใครจะไปบีบบังคับให้เปลี่ยนใจได้ ขึ้นอยู่กับสติปัญญา และจิตสำนึก ของแต่ละคนว่า จะสามารถขบคิดได้หรือไม่ว่า การที่ตนเองข้องแวะกับการเมืองไทยต่อไป หรือการเลิกข้องแวะกับเรื่องการบ้านการเมืองไทย อันไหนเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่ากัน?

กษิต ภิรมย์

kasitfb@gmail.com

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
14:12 น. ครม.ไฟเขียว แยกตั้งกระทรวงกีฬา ดึงท่องเที่ยวควบวัฒนธรรม คาดเสร็จต้นปีหน้า
14:06 น. ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด
13:57 น. หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ
13:55 น. พิษพายุบาหวี่! ตราดฝนพุ่งอันดับ 2 ของไทย มวลน้ำล้นสปิลเวย์กระทบ 3 อำเภอ
13:53 น. หวดไทยเข้าฝัก! 'ปรัชญา'ติดท็อป100ครั้งแรก-'ไหม'อันดับโลกพุ่ง
ดูทั้งหมด
'น้าทิวา' เชียร์ 'เนเน่' ขึ้นชั้นศิลปินระดับโลก ปลื้มเพื่อนบ้านอาเซียน ใช้คำว่า 'SEAbling'
น้าหงา แต่งกลอนซูฮกพ่อสู้ชีวิต ยอมขายทุกอย่างพาลูกสาว เนเน่ บินล่าฝันบนเวที America's Got Talent
อดีตนายพลตำรวจประกาศขายพระสมเด็จฯเนื้อทองคำ สมัยรัชกาลที่ 5 สร้างแค่ 8 องค์ ราคาแค่ 300 ล้าน
น้องปุ้ย สาวโรงงานคลิปไวรัลโดเรมอนที่นอนสีชมพู ล่าสุดเซ็นสัญญาเข้าค่ายเพลงแล้ว
ชื่นชมสนั่นออนไลน์ ไชยชนก โชว์สกิล สปีช ภาษาฝรั่งเศส-อังกฤษ ชมคลิป
ดูทั้งหมด
Black Codes.. การกดขี่แห่งสีผิว
ควันไฟที่ลาดพร้าว กับ‘บทเรียนที่ไม่เคยจำ’จากซานติก้า เมื่อชีวิตคนไทยถูกเซ่นสังเวย ให้กับระเบียบวิธีคิดแบบมักง่าย
ถอนสัญชาติแจ้งเกิดทิพย์??
กฎหมายนิรโทษกรรม‘ยาขม’พรรคส้ม
ชีวิตบนโลกมีวันหมดอายุ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ

เห็นด้วยระงับข้าวแกง 40 บาท หมอวรงค์ ชี้ คิดได้แต่ทำยาก เหตุ 'ต้นทุน-ราคา' ต่างกัน

กอบศักดิ์ ชี้สงครามสหรัฐ-อิหร่าน รอบ 2 เริ่มแล้ว

ปรีวิว-ฟันธง!ไก่ตีกระทิงลุ้นชิงบอลโลก

ทรัมป์ แจ้งสภาคองเกรส เปิดศึกอิหร่านรอบใหม่ ใช้อำนาจทหารได้ 60 วันไม่ต้องขออนุมัติ

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอังคาร 14 กรกฎาคม 2569

  • Breaking News
  • ครม.ไฟเขียว แยกตั้งกระทรวงกีฬา ดึงท่องเที่ยวควบวัฒนธรรม คาดเสร็จต้นปีหน้า ครม.ไฟเขียว แยกตั้งกระทรวงกีฬา ดึงท่องเที่ยวควบวัฒนธรรม คาดเสร็จต้นปีหน้า
  • ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด
  • หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ หล่อฉ่ำระดับโลก TPN Global นำทีม 6 หนุ่ม Mister Global Thailand 2026 ขอบคุณสื่อ
  • พิษพายุบาหวี่! ตราดฝนพุ่งอันดับ 2 ของไทย มวลน้ำล้นสปิลเวย์กระทบ 3 อำเภอ พิษพายุบาหวี่! ตราดฝนพุ่งอันดับ 2 ของไทย มวลน้ำล้นสปิลเวย์กระทบ 3 อำเภอ
  • หวดไทยเข้าฝัก! \'ปรัชญา\'ติดท็อป100ครั้งแรก-\'ไหม\'อันดับโลกพุ่ง หวดไทยเข้าฝัก! 'ปรัชญา'ติดท็อป100ครั้งแรก-'ไหม'อันดับโลกพุ่ง
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

Happy Birthday USA. 250 ปี

Happy Birthday USA. 250 ปี

9 ก.ค. 2569

เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้ครบทุกจังหวัด

เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดให้ครบทุกจังหวัด

2 ก.ค. 2569

24 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน :  งานประชาธิปไตยยังต้องทำต่อไป

24 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน : งานประชาธิปไตยยังต้องทำต่อไป

25 มิ.ย. 2569

จะเริ่มปรับความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา  กลับสู่ขั้นปกติกันเมื่อไหร่?

จะเริ่มปรับความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา กลับสู่ขั้นปกติกันเมื่อไหร่?

18 มิ.ย. 2569

การเมืองไทยรอพลังที่ 3 (Third Force)

การเมืองไทยรอพลังที่ 3 (Third Force)

11 มิ.ย. 2569

เขียนเพื่อคิด : บุคคลตัวอย่าง (Role Model): รัชนก อินทนนท์

เขียนเพื่อคิด : บุคคลตัวอย่าง (Role Model): รัชนก อินทนนท์

4 มิ.ย. 2569

เมื่อภาคเอกชนเรียกร้อง  ให้มีการปฏิรูประบบราชการ

เมื่อภาคเอกชนเรียกร้อง ให้มีการปฏิรูประบบราชการ

28 พ.ค. 2569

บรรพบุรุษรักษาเอกราชและอธิปไตย อนุชนรุ่นหลังยุคสมัยนี้ทำอะไรกันอยู่

บรรพบุรุษรักษาเอกราชและอธิปไตย อนุชนรุ่นหลังยุคสมัยนี้ทำอะไรกันอยู่

21 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved