วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิยุทธศาสตร์สำคัญ 1 ใน 2 แห่งของโลกเสมอด้วยสหรัฐอเมริกา ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามคนละซีกโลก และมีเวลาต่างกัน 12 ชั่วโมง แต่มีภูมิยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดเหมือนกัน
คือตั้งอยู่ในภูมิยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Ocean Link คือเป็นจุดเชื่อมระหว่างสองมหาสมุทรนั่นคือสหรัฐตั้งอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนประเทศไทยตั้งอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีทะเลอันดามันและอ่าวไทยเป็นทะเลเชื่อมต่อ
ด้วยภูมิยุทธศาสตร์เช่นนี้จึงอำนวยฐานะที่จะเป็นชาติมหาอำนาจของโลกได้ ดังนั้นสหรัฐจึงเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของโลก แต่ขนาดของประเทศไทยเล็กเกินไปจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นมหาอำนาจใหญ่ของโลกได้ แต่ก็มีศักยะเพียงพอที่สามารถเป็นชาติมหาอำนาจระดับภูมิภาคได้ และในสักวันหนึ่งที่ประเทศไทยมีผู้นำที่ปรีชาสามารถ ในวันนั้นประเทศไทยก็จะเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคนี้
ประเทศไทยมีขนาดเล็กเกินไป จึงแทนที่จะเป็นมหาอำนาจใหญ่ก็กลายเป็นพื้นที่ที่แย่งชิงของบรรดาชาติมหาอำนาจทั้งหลาย ซึ่งเป็นมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ในยุคใกล้คือยุคล่าอาณานิคมก็เป็นพื้นที่ช่วงชิงระหว่างมหาอำนาจแห่งยุคนั้นโดยเฉพาะอังกฤษกับฝรั่งเศส
ลักษณะดังกล่าวนี้ไม่ต่างกับลักษณะของเมืองเกงจิ๋วในสามก๊ก ซึ่งขงเบ้งได้วิพากษ์ภูมิยุทธศาสตร์ของเมืองเกงจิ๋วว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งการช่วงชิง ต้องมีผู้นำที่ปรีชาสามารถจริงจึงจะรักษาเมืองเกงจิ๋วเอาไว้ได้ จึงแนะนำให้เล่าปี่เข้ายึดเอาเมืองเกงจิ๋วไว้เป็นฐานตั้งตัว เพื่อเป็นบันไดเข้ายึดเมืองเสฉวนต่อไป จากนั้นเมื่อสถานการณ์อำนวยจึงค่อยยึดแผ่นดินใหญ่ทั้งหมด ฟื้นฟูพระราชวงศ์ฮั่นให้ยิ่งใหญ่สืบไป
ประเทศไทยตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ดังนั้นจึงได้รับการจัดสรรวงจรดาวเทียมในอวกาศถึง 6 วงโคจร โดยแต่ละวงโคจรสามารถเป็นที่โคจรของดาวเทียมได้ถึง 6 ดวง และสามารถหาประโยชน์จากดาวเทียมแต่ละดวงได้เป็นมูลค่าถึง 240,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 30 ปี
ซึ่งบัดนี้รัฐบาลได้เซ้งสัมปทานวงโคจรดาวเทียมไปแล้ว 3 วงโคจร โดยได้ค่าตอบแทนเพียง 800 ล้านบาททั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องเซ้งวงโคจรดาวเทียมนั้นเลย และเป็นเรื่องที่จะต้องตรวจสอบกันต่อไป
เมื่อสหรัฐได้ประกาศยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ครอบคลุมภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย ตลอดภูมิภาคอาเซียนและภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว ภูมิภาคนี้ก็ได้เป็นภูมิภาคแห่งความขัดแย้งทางการทหารเด่นชัดขึ้นอีกภูมิภาคหนึ่ง
สหรัฐได้แบ่งยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกเป็น 3 ภูมิภาค และตั้งแกนหลักรับผิดชอบแต่ละภูมิภาค คือภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย ภูมิภาคอาเซียน และภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมแถลงการณ์ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ไปเรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่เรียกว่ายุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ก็คือยุทธศาสตร์ที่ถือเอาจีนเป็นภัยคุกคามที่จะต้องกำจัดขัดขวาง แม้กระทั่งถ้าจำเป็นก็จะต้องทำสงครามดังนั้นการเข้าเป็นภาคีสมาชิกยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก จึงอ่อนไหวและล่อแหลมที่จะตั้งตนเป็นศัตรูกับจีน ซึ่งขณะนี้ย่อมหมายความรวมถึงพันธมิตรในกลุ่มองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ กลุ่ม BRICS และกลุ่มต่างๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับจีนและรัสเซีย
เป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลเป็นผู้ลงนามเข้าร่วมยุทธศาสตร์นี้ที่จะต้องให้ความร่วมมืออย่างทั่วด้านและทุกมิติแก่สหรัฐ โดยเฉพาะความร่วมมือทางการทหาร แต่กลับกล่าวหาคนอื่นหรือพรรคการเมืองอื่นว่าชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน
แต่ทว่าแม้วิเทโศบายที่ดำเนินโดยรัฐบาลไปทางหนึ่ง แต่กองทัพไทยยังคงยึดมั่นในวิเทโศบายแห่งชาติที่ปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 คือไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับชาติใด และเป็นมิตรไมตรีกับทุกประเทศ บนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกัน การไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติทั่วไปทั้งในฐานะสมาชิกสหประชาชาติและในฐานะสมาชิกของอาเซียน
ดังนั้นแม้รัฐบาลจะลงนามเข้าร่วมยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ไปแล้ว แต่กองทัพไทยก็ยังคงดำรงมั่นอยู่ในหลักวิเทโศบายแห่งชาติ ดังนั้น จึงยังคงรักษาความเป็นมิตรไมตรีกับทุกประเทศทั่วโลก ทั้งสหรัฐ ประเทศในยุโรป รวมทั้งจีน รัสเซีย และกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้
เพราะรู้ดีว่าในบรรดาประเทศอาเซียน 10 ประเทศนั้นต่างก็มีผลประโยชน์เฉพาะของตน ดังนั้นบางประเทศจึงมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับฝ่าย SCO บางประเทศก็มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับฝ่ายนาโตโดยเฉพาะกับสหรัฐ ดังนั้น กองทัพจึงยังคงดำรงความสัมพันธ์กับกองทัพของมิตรประเทศในอาเซียนอย่างใกล้ชิดบนหลักวิเทโศบายที่ได้ยึดมั่นตลอดมา
กองทัพยังคงสามารถรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้การไปมาหาหาสู่และการค้าขายยังดำเนินไปตามปกติ และยังคงร่วมมือกับมิตรประเทศอย่างสม่ำเสมอ
สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบินขับเคลื่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์และกองเรือบริวารเข้ามาเยี่ยมกองทัพเรือไทย กองทัพเรือก็ต้อนรับด้วยไมตรีจิตอันดี หลังจากนั้นไม่กี่วันก็ต้อนรับการมาเยือนของกองเรือรบสามมิติของจีนด้วยดีเช่นเดียวกัน ใครก็ว่าประเทศไทยไม่ได้
ในช่วงนี้กองทัพบกได้ทำการซ้อมรบร่วมกับกองทัพบกสหรัฐ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์โดยทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันกองทัพอากาศก็เปิดการซ้อมรบร่วมกับกองทัพอากาศจีนด้วยมิตรไมตรีไม่ต่างกัน
นี่แหละคือการดำเนินวิเทโศบายแห่งชาติที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมอบไว้ให้แก่ประเทศไทยของเราที่จะต้องสืบทอดและรักษาไว้ให้มั่นคง ไม่ให้เอนเอียงไปทางหนึ่งทางใดโดยเด็ดขาด
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี