Logo วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.
‘นิติกรรมอำพรางของพรรคก้าวไกล’ ‘นิรโทษกรรม’ โดยอ้าง ‘นิติสงคราม’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

มื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่รัฐสภา สส.พรรคก้าวไกล นำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เข้าชื่อกันเพื่อยื่น “ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม แก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. ....” ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดย นายชัยธวัชกล่าวว่า สาเหตุที่พรรคก้าวไกลยื่นร่างฯ ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน นับตั้งการชุมนุมครั้งแรกของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2549 ลุกลามบานปลายจนเกิดการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองฯ ต่อมายังมีการรัฐประหารซ้ำอีกครั้งเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งในห้วงเวลาเหล่านี้มีประชาชนจำนวนมากเข้าไปมีส่วนร่วมชุมนุม หรือแสดงออกทางการเมืองรูปแบบต่างๆ ตลอดระยะเวลามีประชาชนนับพันคนถูกดำเนินคดี ตั้งแต่คดีเล็กน้อยไปจนถึงคดีร้ายแรงเกี่ยวกับความมั่นคง


นายชัยธวัชกล่าวต่อว่า การดำเนินการคดีดำเนินการมาถึงปัจจุบัน ยังไม่มีท่าทีจะยุติ คดีใดที่มีการกล่าวหาไปแล้วหลายคดีก็ยังสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ยากที่จะทำให้สังคมไทยกลับสู่ความปกติสุข หรือสามัคคีกันในสังคม ประชาชนไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน มองว่าฝ่ายรัฐไม่มีความเคารพความเห็นต่างทางการเมือง ไม่เคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง พรรคก้าวไกลจึงเห็นว่าเพื่อให้สังคมไทยได้กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ จำเป็นต้องยุติการใช้นิติสงครามต่อประชาชน ให้ประชาชนที่เคยแสดงออกทางการเมือง โดยมีเหตุจูงใจจากความขัดแย้งทางการเมืองในห้วงระยะเวลาดังกล่าวได้หลุดพ้นจากการดำเนินคดี ดังนั้นการนิรโทษกรรมจึงเป็นหนทางที่จะถอนฝืนออกจากกองไฟ หยุดยุตินิติสงคราม เป็นก้าวแรกในการเริ่มต้นสร้างความยุติธรรม และความปรองดองที่ยั่งยืนในสังคมไทยต่อไป

หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวต่อว่า สำหรับเนื้อหาสาระสำคัญของร่างฯ ดังกล่าว มีดังนี้

1.กำหนดให้บรรดาการกระทำใดๆ ของบุคคลผู้เข้าร่วมเดินขบวนชุมนุมทางการเมืองตลอดจนการกระทำทางกายภาพ หรือการแสดงความคิดเห็นใดๆ ที่เป็นความผิดตามกฎหมาย ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.2549 จนถึงร่างฯ พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้ หากการกระทำดังกล่าวมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เท่าที่ไม่ขัดกับพันธะกฎหมายต่างประเทศ

2.การนิรโทษฯ จะไม่ครอบคลุมถึงการกระทำของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุม หากเป็นการกระทำเกินสมควรกว่าเหตุ ตลอดจนจะไม่นิรโทษฯการกระทำความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา และไม่นิรโทษฯการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113

3.กลไกการนิรโทษฯจะกำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรม คณะกรรมการฯชุดนี้ ในร่างฯของพรรคก้าวไกล จะเสนอให้มีคณะกรรมการฯ จำนวน 9 คน ซึ่งประธานรัฐสภา จะเป็นผู้แต่งตั้งบุคคลดังต่อไปนี้ 1.ประธานสภาฯ 1 คน 2.ผู้นำฝ่ายค้าน 1 คน3.บุคคลที่ได้รับเลือกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 1 คน4.มาจากบุคคลที่สภาฯเลือก 2 คน 5.ผู้พิพากษา หรืออดีตผู้พิพากษา 1 คน 6.ตุลาการ หรืออดีตตุลาการ 1 คน 7.พนักงานอัยการหรืออดีตพนักงานอัยการอีก 1 คน ซึ่งต้องมาจากการนำเสนอของศาลปกครองและอัยการเอง และ 8.เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 1 คน

4.กำหนดสิทธิผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหายโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องมาจากระเบียบ ประกาศคำสั่ง คำวินิจฉัย มติ หรือการกระทำของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำผิด เพื่อการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับนี้ ให้มีสิทธิสามารถฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้เอง

นายชัยธวัชกล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการคืนชีวิตใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนที่โดนนิติสงคราม เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง หรือแสดงออกในทางการเมืองใดๆ แล้วถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งพี่น้องประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของตัวเองในการเสริมสร้างบ้านเมืองโดยสันติ ได้รับการกระทบกระเทือน หรือการละเมิดเราเชื่อว่าการนิรโทษกรรมนี้ เป็นสิ่งที่สามารถเป็นไปได้หากพรรคการเมืองต่างๆ มีเจตจำนงร่วมกัน ที่จะผลักดัน และหากเราพิจารณาให้ดีเราจะพบว่า พรรคการเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ หรือไม่ได้ปฏิเสธการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองแต่อย่างใด

“หลังจากนี้พรรคก้าวไกลจะใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยกับทุกพรรค ทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ทุกสี ที่เคยมีความขัดแย้งกันในอดีตให้สำเร็จ เราเชื่อว่าแม้ประชาชนคนไทยอาจจะไม่ได้มีความคิดเห็นทางการเมืองตรงกันทั้งหมด แต่ตนก็เชื่อว่าประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ต่างได้มาแสดงออกทางการเมืองและขัดแย้งกัน โดยยืนอยู่บนพื้นฐานที่ตัวเองอยากจะผลักดันให้สังคมเป็นสังคมที่ดีตามความคิดความเชื่อของตัวเองเราเชื่อว่า การยุติการต่อสู้ การยุติการดำเนินคดี การยุตินิติสงครามกับประชาชนไม่ว่าฝ่ายไหน จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนทุกฝ่ายได้ใช้กระบวนการทางประชาธิปไตยโดยสันติ หันหน้าเข้ามาหากัน เพื่อแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ของสังคมอีกครั้งในอนาคต” นายชัยธวัช กล่าว

นายชัยธวัชกล่าวด้วยว่า เรื่องมาตรา 113 ในเรื่องการล้มล้างการปกครอง จะไม่เข้าข่ายที่จะถูกนิรโทษกรรม ส่วนคดีอื่นๆ ที่ได้ยกเว้นเอาไว้ก็ต้องอยู่ในการวินิจฉัยของคณะกรรมการที่จะเสนอให้ตั้งขึ้น ส่วนจะครอบคลุมถึงคดี 112 ด้วยหรือไม่นั้นก็ต้องอยู่ในการวินิจฉัยของคณะกรรมการ เช่นกัน

ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทันทีจากการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมนี้

1) ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Suphanat Aphinyan” ว่า “ม.112 ไม่ใช่คดีการเมือง แต่เป็นความผิดฐานมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงการแอบอ้างสร้างความเสื่อมเสีย ดังนั้น การผลักดันนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล จึงมีเป้าหมายที่แท้จริงในการช่วยเสี่ย น. นายทุน #ตั๋วปารีส ให้พ้นผิดคดี ม.112 จากการจ้างอุ้มทวงหนี้โดยแอบอ้างสถาบันฯ ใช่หรือไม่?”

2) นายเชาว์ มีขวด ทนายความอาสา อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง“ลับลวงพราง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่แท้ลบล้าง ม. 112 ช่วยคนกำลังติดคุก” มีเนื้อหาระบุว่า...

ในที่สุดพรรคก้าวไกล(ก.ก.) โดยนายชัยธวัชตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล นำทีมสส. ของพรรค เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากการเหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... ต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทาประธานสภาผู้แทนราษฎรประธานสภาระบุว่า จะมอบหมายให้ฝ่ายเลขาธิการตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่อผู้เสนอร่าง สารัตถะกฎหมาย ก่อนแจ้งให้เจ้าของร่างทราบภายใน 7 วัน ในการชงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภา

โดยพรรค ก.ก. ซึ่งมี สส. มากที่สุด 151 คน ได้อ้างถึงความขัดแย้งทางการเมืองในรอบเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมาตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ครั้งแรกเมื่อ 11 ก.พ. 2549 ซึ่งลุกลามบานปลายจนเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)และเกิดรัฐประหารซ้ำเมื่อ22 พ.ค. 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีประชาชนจำนวนมากเข้าไปมีส่วนร่วมในการชุมนุมและการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ ทำให้หลายพันคนถูกดำเนินคดีตั้งแต่คดีเล็กๆ น้อยๆ ไปถึงคดีที่มีข้อกล่าวหาร้ายแรง หรือคดีความมั่นคง และเป็นการยากที่สังคมไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติสุข เกิดความสามัคคีกัน

ส่วนการนิรโทษกรรมจะครอบคลุมผู้ต้องหา/จำเลยคดีมาตรา 112 หรือไม่นั้น นายชัยธวัชตอบว่าขึ้นอยู่กับอยู่ในวินิจฉัยของคณะกรรมการอย่างไรก็ตาม เขาย้ำเตือนว่า ภายหลังเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 รัฐบาลได้ทำให้เป็นเงื่อนไขสำคัญที่นำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้ง ด้วยการออกคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/23 เพื่อนิรโทษกรรมให้กับคนที่ใช้อาวุธลุกขึ้นสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ และมีส่วนทำให้เจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิตจำนวนมาก “เรายังสามารถเปิดให้กับคนที่กระทำผิดร้ายแรงเข้าสู่สังคม พูดคุย และร่วมใช้ชีวิตปกติในสังคมอีกครั้ง”นายชัยธวัช กล่าว “ตอนที่นิรโทษกรรมให้กับเหตุการณ์ 6 ตุลาก็เป็นเรื่องความผิดมาตรา 112 เป็นหลัก และยังมีคดีกบฏล้มล้างการปกครอง เปิดให้คนที่เข้าร่วมต่อสู้ด้วยอาวุธ เราสามารถที่จะอภัยเพื่อทำให้การเมืองไทยเดินหน้าไปได้จึงคิดว่าหากไม่มีอคติจนเกินไป ทุกฝ่ายควรจะร่วมกัน”

นายเชาว์ ระบุด้วยว่า ตนจับตาก้าวเดินของพรรคก้าวไกลเรื่องนี้มาตลอด เชื่อว่ามีวาระซ่อนเร้นอยู่เรื่องเดียวคือการนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มจำเลยคดี 112 ซึ่งคดีเข้มงวดขึ้นทุกขณะ หลายคนถูกศาลพิพากษาติดคุกไม่ได้ประกันตัวเช่น ทนายอานนท์ นำภา หลายคนที่เป็นสส. กำลังจะติดคุกหลุดจาก สถานะสส.เร็วๆ นี้ เช่น สส.ไอซ์-รักชนกสส.ชลธิชาและอีกหลายคน จึงรู้สึกเป็นห่วงต่อท่าทีเรื่องนี้เพราะการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นเรื่องสำคัญ นิรโทษกรรมในทางอาญานั้น หมายถึง “การลบล้างการกระทำความผิดอาญาที่บุคคลได้กระทำมาแล้ว” โดยมีกฎหมายที่ออกภายหลังการกระทำผิดกำหนดให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด และให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด “นิรโทษกรรม” จึงเป็นยิ่งกว่าการอภัยโทษ เพราะกฎหมายถือว่าผู้นั้นไม่เคยกระทำผิดมาก่อน แต่อย่าลืมว่าขบวนการล้มล้างสถาบันโดยการอ้างแค่ ม. 112 มาเป็นบันไดแรก ถูกฝึกถูกเสี้ยมทำกันเป็นขบวนการใหญ่ มีทุน มีผู้ชักใย อยู่เบื้องหลังและขบวนการต่างชาติร่วมอยู่ด้วย การออกกฎหมายนิรโทษกรรมจึงไม่ใช่ทางแก้ปัญหา เพราะมันต่อสู้กันที่ชุดความคิด ไม่ใช่คดีการเมือง นิรโทษกรรมก็แค่ซื้อเวลาออกจากการถูกจองจำชั่วคราว แต่กมลสันดานล้มเจ้ายังฝังตัวไปจนตาย

“ผมจึงไม่เห็นด้วยในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมโดยการยัดใส่มาตรา 112 เข้าไปด้วย แต่ก็มีทางออกสำหรับผู้ที่หลงผิดคิดจะกลับตัวกลับใจ การยอมรับผิดต่อสิ่งที่ได้กระทำลงไป ซึ่งมีอยู่สองช่องทางด้วยกัน คือ 1.แสดงความสำนึกผิดโดยทำเรื่องขอ พระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล ซึ่งผมเชื่อว่าพระองค์ท่านคงพระราชทานอภัยโทษให้ หรือ2.คือการรับสารภาพต่อศาล ว่าที่ทำไปเพราะถูกปั่นหัวจากการฟังหรืออ่านชุดข้อมูลบิดเบือนมา ถ้าอ้างอิงข้อมูลที่ได้รับมาด้วย หรือซัดทอดไปถึงตัวการคนที่เสี้ยมอยู่ข้างหลังอย่างมีเหตุมีผลและน่าเชื่อถือด้วยแล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในการพิจารณาโทษเป็นอย่างมาก รวมทั้งแสดงความสำนึกผิดต่อศาลและยอมรับว่าต่อไปจะไม่กระทำผิดหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้อีกแล้ว เชื่อว่าศาลคงเมตตาปรานีโทษจากหนักเป็นเบา แทนที่จะติดคุก ศาลอาจรอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษให้ก็ได้ นอกจาก 2 ช่องทางนี้อย่าคาดหวังคำหวานที่บอกว่าจะรอแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญล้มล้างการปกครอง ท่านยังเป็นคนหนุ่มสาวยังมีโลกภายนอกที่สวยงามให้ทำอีกเยอะลองเปิดตาออกมาดูครับ” นายเชาว์ระบุ

3) น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ “โบว์” พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และอดีตนักกิจกรรมทางการเมือง โพสต์เฟซบุ๊ก“โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา-Nuttaa Mahattana” ระบุว่าขอแสดงความเห็นเบื้องต้นเกี่ยวกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯที่มีการยื่นต่อประธานสภานะคะ

1.ไม่ควรรวมความผิดตามมาตรา 112 ไว้ในคดีที่เข้าข่ายการนิรโทษกรรมด้วย การกระทำที่เป็นการละเมิดต่อสถาบันฯจำนวนมากตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมานั้น เกิดขึ้น
อย่างย่ามใจด้วยการจงใจปลุกปั่นของคนบางกลุ่มทั้งในและนอกประเทศจนไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดและมีจุดตัดที่ตรงไหน คดีเหล่านี้ควรมีการชำระความผิดและ “ขอพระราชทานอภัยโทษ” หากไม่ต้องการรับโทษต่อ ไม่ใช่ให้ใครอื่นมาเป็นผู้ลบล้างความผิดให้

2.ควรมีมาตรการหรือแนวทางอันมีน้ำหนักที่สามารถทำให้สังคมมั่นใจได้ว่า “การนิรโทษกรรม” ที่จะเกิดขึ้นจะเป็นปัจจัยในการหยุดการละเมิดอันเลยเถิดที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองได้จริงในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่เกินเลยจนกระทบการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในสังคมเช่นการปิดคูหาเลือกตั้ง หรือการอ้างเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่นอย่างเป็นกิจวัตร

3.ส่วนตัวไม่สนใจที่จะได้รับการนิรโทษกรรม แม้เป็นหนึ่งในบุคคลที่เข้าข่ายการได้รับสิทธิในครั้งนี้หากร่างกฎหมายผ่านเพราะมีคดี ม.116 หลายคดีที่เป็นการตั้งข้อหาเพื่อข่มขู่ให้ยุติการเคลื่อนไหวจากการชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้งในยุคคสช. ซึ่งคดีส่วนใหญ่ก็ “ยกฟ้อง” ไปแล้ว และมั่นใจว่าจะพ้นผิดทุกคดีที่เหลือเพราะไม่มีการกระทำผิดใดๆตามข้อกล่าวหา

อย่างไรก็ดี ไม่คิดขัดขวางหากจะมีกระบวนการนิรโทษกรรมเกิดขึ้นค่ะ สังคมไทยเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนการประนีประนอมอยู่แล้ว เพียงแต่เราควรมั่นใจได้ว่ากระบวนการที่เกิดขึ้นจะนำสู่การคลี่คลายปัญหาจากความขัดแย้งได้จริง ไม่ใช่ให้การปัดเป่าคดีนั้นเป็นเพียงจุดตั้งต้นของการให้ท้ายการละเมิดต่อไป

สรุป : แก่นของการเสนอ “นิรโทษกรรม” อยู่ที่คำว่า“หากการกระทำดังกล่าวมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง” ซึ่งเป็นการอ้างที่ไม่ฝึกให้พลเมืองมี “ความรับผิดชอบต่อการทำผิดกฎหมาย” ทั้งๆ ที่กระบวนการยุติธรรมสามารถ “ลดหย่อนผ่อนโทษ” หรือถึงขั้น “ไม่เอาโทษ” ได้ หากการกระทำนั้น “ขาดเจตนา”

หยุดอ้าง “มูลเหตุจูงใจทางการเมือง” เพื่อให้ท้ายมวลชนบ้าระห่ำของตัวเอง โดยเอามวลชนกลุ่มอื่นก่อนหน้ามากลบเกลื่อน หยุดอ้าง “นิติสงคราม” หากยังมีสันดานเคารพหลัก “นิติรัฐ-นิติธรรม” ยกเว้น...ไม่มี!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:59 น. ระบาดหนัก! โรคหัดในบังกลาเทศคร่าชีวิตเด็กแล้วเฉียด 100 ราย
15:35 น. คิตตี้ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง เอส กันตพงศ์ เปิดใจปมฟ้องหย่า ลูกไม่เรียกพ่อ
15:32 น. หนองคายวิกฤต! ฝุ่นพิษพุ่งสูง ‘ระดับสีแดง’ ผู้ว่าฯสั่งห้ามเผา-งดกิจกรรมกลางแจ้ง
15:11 น. ทองคำสีอำพัน! เกษตรกรตรังโชว์เลี้ยง 'ชันโรง' ออเดอร์ทะลัก-ผลผลิตไม่พอขาย
15:08 น. อนุทิน เข้าทำเนียบฯ พร้อมนำ ครม.เตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
อนุโมทนาบุญ 'พระโดม'บวชครบ 1 ปี เดินทางกลับจำวัดที่อเมริกา
ชมสด! การออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 4-10 เม.ย.69
ดูทั้งหมด
แก้วิกฤตพลังงานโลก ไม่สร้างวิกฤติอื่นซ้ำซ้อน ต้องเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข
คาดหวังดีกว่าไม่คาดหวัง
ยุทธศาสตร์การจดบันทึกและการรังสรรค์วรรณกรรมแห่งชีวิต (2)
ทรัมป์ถอย?
รัฐมนตรีมืออาชีพ นักการเมืองฝ่ายค้าน กับวิกฤตพลังงานโลก
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ระบาดหนัก! โรคหัดในบังกลาเทศคร่าชีวิตเด็กแล้วเฉียด 100 ราย

คิตตี้ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง เอส กันตพงศ์ เปิดใจปมฟ้องหย่า ลูกไม่เรียกพ่อ

เปิดคำแถลงนโยบายรัฐบาล อนุทิน 2 ชู 5 เรื่องหลัก ขับเคลื่อนประเทศ

กรรชัยชี้แจงภาพหล่อน้องฟ้า แต่งAI พร้อมเปิดโฉมหน้าปัจจุบันกลางรายการ

พีระชาติ ชี้สัญญาณอันตราย! ไทยเข้าโหมดวิกฤตพลังงานเต็มตัว หลังนายกฯ สั่งรัดเข็มขัดด่วน

ยึดน้ำมันดีเซล-เบนซิน ซุกพงหญ้า เตรียมขนลงเรือข้ามโขง ลอบออกนอกประเทศ

  • Breaking News
  • ระบาดหนัก! โรคหัดในบังกลาเทศคร่าชีวิตเด็กแล้วเฉียด 100 ราย ระบาดหนัก! โรคหัดในบังกลาเทศคร่าชีวิตเด็กแล้วเฉียด 100 ราย
  • คิตตี้ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง เอส กันตพงศ์ เปิดใจปมฟ้องหย่า ลูกไม่เรียกพ่อ คิตตี้ เคลื่อนไหวแล้ว หลัง เอส กันตพงศ์ เปิดใจปมฟ้องหย่า ลูกไม่เรียกพ่อ
  • หนองคายวิกฤต! ฝุ่นพิษพุ่งสูง ‘ระดับสีแดง’ ผู้ว่าฯสั่งห้ามเผา-งดกิจกรรมกลางแจ้ง หนองคายวิกฤต! ฝุ่นพิษพุ่งสูง ‘ระดับสีแดง’ ผู้ว่าฯสั่งห้ามเผา-งดกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ทองคำสีอำพัน! เกษตรกรตรังโชว์เลี้ยง \'ชันโรง\' ออเดอร์ทะลัก-ผลผลิตไม่พอขาย ทองคำสีอำพัน! เกษตรกรตรังโชว์เลี้ยง 'ชันโรง' ออเดอร์ทะลัก-ผลผลิตไม่พอขาย
  • อนุทิน เข้าทำเนียบฯ พร้อมนำ ครม.เตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ อนุทิน เข้าทำเนียบฯ พร้อมนำ ครม.เตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

ล่า ‘ไอ้โม่ง’ ต่ออายุ ‘อนุทิน’

5 เม.ย. 2569

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

‘ภาวะผู้นำ’ ในภาวะวิกฤตน้ำมัน

1 เม.ย. 2569

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

จะรอดจากวิกฤตน้ำมันกันอย่างไร?

29 มี.ค. 2569

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

ว่าด้วย ‘ยก/ไม่ยก’ MOU43

24 มี.ค. 2569

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

วิกฤตน้ำมัน...ทางตันที่ ‘อนุทิน’ ฝ่า

22 มี.ค. 2569

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

ลิ้นสองแฉกของ ‘พรรคส้ม’

18 มี.ค. 2569

โลกจะจดจำ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ แบบไหน

โลกจะจดจำ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ แบบไหน

15 มี.ค. 2569

‘ความฉิบหาย’ ของ ‘มะพร้าวน้ำหอม’

‘ความฉิบหาย’ ของ ‘มะพร้าวน้ำหอม’

8 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved