วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
กรณีที่ 4 สส.ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ถอนตัวจากกรรมาธิการโครงการแลนด์บริดจ์
สส.ก้าวไกล อ้างว่า ข้อมูลไม่ครบถ้วน กลัวว่ารัฐบาลจะเอาไปหลอกต่างชาติมาลงทุน
ที่สำคัญ อ้างว่า ฟังข้อมูลมาจากคนในแวดวงที่สิงคโปร์ เขาบอกว่าช่องแคบมะละกาเรือไม่แออัด ยังคงไปใช้บริการได้ !!!!!
น่าแปลกใจ โครงการนี้ เรากำลังจะไปแข่งกับสิงคโปร์ แต่ดูเหมือนสส.ก้าวไกลปักใจเชื่อสิงคโปร์ว่าอย่ามาทำแข่งเลย มาใช้บริการเขาดีกว่า
1.นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ ยืนยันว่า การลงมติของคณะกมธ.เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี มีผู้ลงมติสนับสนุนให้ผ่าน 20 ต่อ 2 เสียง ฉะนั้น การลาออกจึงไม่มีผลอะไร
ยืนยันว่า ระหว่างการประชุม มีทั้งสส.จากพรรคฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลเข้าร่วมด้วย อีกทั้งช่วงตอนลงมติ นายประมวล พงศ์ถาวราเดช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคร่วมฝ่ายค้าน เขาก็ยกมือให้ผ่าน จึงมีแต่พรรคก้าวไกลเท่านั้นที่ลาออกไปเอง
“ที่ผ่านมา สนข.เข้ามาให้ข้อมูลหลายครั้งแล้ว และรองผู้อำนวยการสนข. ก็เป็นหนึ่งในกรรมาธิการ ท่านจึงนั่งอยู่ในห้องประชุมด้วยทุกครั้ง
แต่การจะให้ความเห็นว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม จะต้องมองให้กว้าง เพราะการลงทุนครั้งนี้เป็นเงินของต่างชาติทั้งหมด 100% ไม่ใช่เงินของรัฐบาล
ดังนั้น เมื่อดำเนินโครงการไปแล้วจะคุ้มหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้จะช่วยพัฒนาการขนส่ง และยกระดับอุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้เคียงกับภาคใต้ได้
จึงเชื่อมั่นว่าจะได้ประโยชน์มากมายมหาศาล รวมถึงช่วยร่นระยะเวลาการขนส่งได้อย่างแน่นอน” - นายวิสุทธิ์กล่าว
สำหรับกรณีที่พรรคก้าวไกลมองว่าเสมือนเป็นการหลอกต่างชาติเข้าลงทุนนั้น ส่วนตัวมองว่า ตลก หากคิดแบบนี้ก็เป็นประเด็นทางการเมือง เพราะการที่บริษัทจะนำเงิน 1 ล้านล้านบาท มาลงทุนเพื่อสร้างแลนด์บริดจ์ คนที่รวยขนาดนั้นไม่น่าจะหลอกได้ง่ายๆ
“หากประเทศใดสนใจเข้ามาลงทุน เขาก็ต้องศึกษารายละเอียดก่อนอยู่แล้ว มากกว่าที่สนข.ศึกษาด้วยซ้ำ ไม่ใช่รัฐบาลไทยชวนแล้ว เขาจะมาลงทุนและนำเงินมาละลายเลย เป็นไปไม่ได้
เพราะการลงทุนโดยต่างชาติใน 50 ปี เราต้องพิจารณาดูว่าบริษัทใดให้ผลตอบแทนมากที่สุด
ครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากเราไม่ได้เชื่อมเพียงแค่ 2 ทะเลเท่านั้น แต่การสร้างแลนด์บริดจ์จะเป็นการเชื่อมโดยรวม เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย
ส่วนการจะสร้าง หรือ ไม่สร้าง เรื่องนี้กรรมาธิการไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจอยู่แล้ว จะต้องเสนอประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อบรรจุระเบียบวาระการประชุมก่อน จากนั้นถ้าผ่านการรับรองในสภา ค่อยส่งต่อให้รัฐบาลไปดำเนินการ”
นอกจากนี้ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานฯ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า“การเห็นต่างเป็นเรื่องธรรมดา แต่การจะกล่าวหาว่ารัฐบาลหลอกลวง ต้มตุ๋นต่างชาติ ตนว่าไม่ใช่ ต้องมีจิตใจที่กว้างกว่านี้ ฉะนั้นขอให้นึกถึงประเทศชาติบ้านเมืองมากกว่าจะนำเอาวาทกรรมมาทำร้ายกัน”
สำหรับที่สส.พรรคก้าวไกลลาออกจากกรรมาธิการฯ “ตนมองว่า ไม่มีความจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น และอยากให้มองมิติของการดูแลเศรษฐกิจ เป็นนักการเมืองต้องมองภาพกว้าง ใจกว้าง มองความก้าวหน้าของประเทศชาติบ้านเมือง ไม่อยากให้เอาการเมืองมาเล่นในสภาผู้แทนราษฎรมากจนเกินไป” – ประธาน กมธ.กล่าว
2.น่าสนใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ มท.1 กล่าวถึงกรณีที่ สส.ก้าวไกลกล่าวหาว่าโครงการแลนด์บริดจ์ อาจเป็นการหลอกต่างชาติมาลงทุน
เสี่ยหนูฝากให้คิดว่า
“ต่างชาติฉลาดน้อยกว่าเราตรงไหน
เราทำอะไรระดับโลก ไม่มีคำว่าหลอก ทุกอย่างอยู่บนข้อมูล ข้อเท็จจริง
ถ้าเริ่มด้วยคำว่าหลอกกันก็คิดผิด เพราะมันคือ ความร่วมมือ
แลนด์บริดจ์ ไม่ได้ทำให้ไทยแค่ประเทศเดียว แต่มันจะทำให้ทั้งภูมิภาคแข็งแกร่ง
เป็นโซนเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก
ทุกวันนี้ มันเป็นโลกของความร่วมมือ ไม่ใช่เป็นโลกแห่งการแข่งขัน
ถ้าแข่งกันอย่างเดียวก็แข่งกันจน
ตอนนี้ มันต้องร่วมมือกันหาทางเข้มแข็งไปด้วย ได้ประโยชน์ทั้งภูมิภาค
ประเทศต่างๆ เราต้องร่วมมือกันกำหนดเกม ไม่ใช่ถูกกำหนดแต่ฝ่ายเดียว”
3.สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ภาพรวมขณะนี้ อยู่ระหว่างการนำเสนอโครงการต่อนักลงทุนต่างประเทศ (RoadShow)
เมื่อได้ข้อมูลจากนักลงทุน จะนำมาประกอบการศึกษาเพื่อวิเคราะห์โมเดลการพัฒนาการลงทุนที่เหมาะสมต่อไป
โครงการนี้ รัฐจะลงทุนเฉพาะในส่วนค่าเวนคืนที่ดิน
ส่วนการพัฒนาท่าเรือ ทางรถไฟ มอเตอร์เวย์ และอื่นๆ จะให้เอกชนเข้ามาลงทุน
โครงสร้างพื้นฐานหลักของโครงการ Landbridge คือ ท่าเรือนํ้าลึกฝั่งอ่าวไทย ในจังหวัดชุมพร เเละท่าเรือนํ้าลึกฝั่งอันดามัน จังหวัดระนอง และมีเส้นทางเชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 เเห่ง ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ได้แก่ ทางหลวงพิเศษขนาด 6 ช่องจราจร ทางรถไฟขนาดรางมาตรฐาน 2 ทาง
.jpg)
คาดว่า ต้นปี 2567 การศึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EHIA) จะแล้วเสร็จ
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)นายปัญญา ชูพานิช เปิดเผยว่า การศึกษาขณะนี้มีการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในขั้นตอนการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EHIA) โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 วันที่ 16-17 ส.ค. 2566 ครั้งที่ 2 เดือนธ.ค. 2566 ครั้งที่ 3 เดือนมี.ค. 2567
จากนั้น จะนำรายงาน EHIA เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ต่อไป
คาดว่าจะเสนอ ครม.ขออนุมัติดำเนินโครงการ พร้อมขอความเห็นชอบรูปแบบเงื่อนไขต่างๆ ช่วงเดือน ม.ค. 2567 นี่เอง
จากนั้น จะเสนอ พ.ร.บ.SEC พร้อมเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ไปยังสภาฯและจัดทำ RFP เพื่อคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน
สภาฯ ผ่าน พ.ร.บ. SEC ช่วงไตรมาส 4/2567
จะเปิดประมูลคัดเลือกเอกชนภายในไตรมาส 2 ปี 2568
ลงนามสัญญาไตรมาส 3 ปี 2568
เริ่มการก่อสร้างภายในปี 2568 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี
คาดว่าจะเปิดให้บริการในระยะแรกในไตรมาส 4 ปี 2573
โดยผลการศึกษา ระบุว่า การพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ประมาณมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น 1 ล้านล้านบาท (เอกชนเข้ามาลงทุนเป็นส่วนใหญ่)
โครงการนี้ เกิดจากจุดได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของประเทศ การเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งและการค้าของเอเชีย ซึ่งโครงการ Landbridge สามารถลดระยะทาง ร่นระยะเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง และส่งผลให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องในพื้นที่ด้วย ไม่ใช่แค่ทางผ่านหรือทางลัดอย่างเดียว
ไม่เพียงแต่จะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์เท่านั้น แต่จะเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor : SEC ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ในการเชื่อมโยงการค้าและโลจิสติกส์กับพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ และภูมิภาคฝั่งทะเลอันดามัน (BIMSTEC) เป็นฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพและการแปรรูปเกษตรมูลค่าสูง และเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่นานาชาติ
โครงการแบ่งการพัฒนาเป็น 4 เฟสย่อย
โดยจะพัฒนาเฟสแรกก่อน มีมูลค่ารวม 522,844.08 ล้านบาท ประกอบด้วย ก่อสร้างท่าเรือ 2 ฝั่ง, ฝั่งระนอง, พื้นที่เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า (SRTO) และเส้นทางเชื่อมโยง ประกอบด้วย มอเตอร์เวย์ขนาด 4 ช่องจราจร และรถไฟทางคู่ขนาด 1 เมตร และขนาด 1.435 เมตร
หากทำสำเร็จ จะเป็นจุดศูนย์กลางแห่งหนึ่งของโลกในการขนส่งสินค้า และจะเป็นเส้นทางเดินเรือใหม่ ที่มีแรงจูงใจผู้ประกอบการ คือ ลดระยะเวลาการขนส่งเส้นทางจากที่ผ่านช่องแคบมะละกา จาก 9 วัน เหลือ 5 วัน
ทำให้ประหยัดต้นทุน และเป็นประตูการค้าเชื่อมต่อระหว่างเส้นทางมหาสมุทรอินเดีย ไปยังทะเลจีนใต้ ซึ่งสามารถกระจายสินค้าไปได้ทั่วโลก
และยังจูงใจการลงทุนที่ต่อเนื่องในบริเวณภาคใต้ด้วย อาทิ โกดังสินค้า ธุรกิจบริการ ฯลฯ
อย่าไปห่วงว่า รัฐบาลไทยต้มนักลงทุนฝรั่งเลย เขาต้องศึกษาเองอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะตัดสินใจลงทุนเงินเขาเองนับล้านล้านบาท
ห่วงแต่ประเทศไทยเถอะ จะมีแต่คนไทยรับงานฝรั่งสิงคโปร์ เพื่อเตะสกัดโครงการนี้ ก่อนจะถึงมือนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ!!
สารส้ม

JIC เปิดข้อเท็จจริง ช่องจอม เขมรป่วนแนวชายแดน ไทยเสริมกำลังทันที ยัน AOT ไม่ล้ำแดน
จับชายชาวอเมริกัน โพสต์เฟซฯเดือดขู่สังหาร ทรัมป์ วางแผนเผาคฤหาสน์หรู Mar-a-Lago
พูดไปใครจะเชื่อ! นางเอกคนดัง โชว์สเต็ปแดนซ์สะบัด ช็อตเด็ดในงานเกิด ก้อง ห้วยไร่ ชมคลิป
ใครคืออันดับ 1 ดูเลย หมอช้าง เปิด 5 ราศีดวงเฮงสุดปังเดือนเมษายน
ดร.เจิมศักดิ์ ชี้ช่อง คนละครึ่ง ยามวิกฤต! ต้อง ประคอง ไม่ใช่ กระตุ้น เพื่อความรอดมหภาค

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี