วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569
ทำไมถึงมองว่า การท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติมาเที่ยวไทย จะเป็นพระเอกนางเอกของเศรษฐกิจไทยปี 2567?
1.สภาพัฒน์ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยปี 2566 ขยายตัวร้อยละ 1.9
ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 2.5 ในปี 2565
และประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 คาดว่า จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 2.2 – 3.2
โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจาก
(1) การกลับมาขยายตัวของการส่งออกสินค้าตามการฟื้นตัวของการค้าโลก
(2) การขยายตัวในเกณฑ์ดีของการอุปโภค-บริโภค
และการลงทุนภาคเอกชน
และ (3) การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ คาดว่าการอุปโภค-บริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัวร้อยละ 3.0 และร้อยละ 3.5 ตามลำดับ
มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐขยายตัวร้อยละ 2.9
และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 1.4 ของ GDP
2. ดัชนี้ชี้วัดที่สำคัญสำหรับปีที่ผ่านมา คือ เศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทย ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 20,054,665 คน และนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย 135.82 ล้านคน - ครั้ง
ส่งผลให้เกิดมูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งหมด 1,534,254.62 ล้านบาท (1.5 ล้านล้านบาท)
มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศด้านการท่องเที่ยว (Tourism GDP) ในไตรมาสสามของปี 2566 มีมูลค่า 558,730 ล้านบาท
ขยายตัวร้อยละ 9.10 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) และขยายตัวร้อยละ 109.68 เมื่อเทียบกับไตรมาสสามของปี 2565 (%YoY)
คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 12.58 ของเศรษฐกิจประเทศ
มูลค่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งหมดในไตรมาสสามของปี 2566 มีมูลค่า 545,214 ล้านบาท
ขยายตัวร้อยละ 8.14 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) และขยายตัวร้อยละ 105.04 เมื่อเทียบกับไตรมาสสามของปี 2565 (%YoY)
มูลค่าผลผลิตรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในไตรมาสสามของปี 2566 มีมูลค่า 231,665 ล้านบาท
ขยายตัวร้อยละ 10.12 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (%QoQ) และขยายตัวร้อยละ 115.21 เมื่อเทียบกับไตรมาสสามของปี 2565 (%YoY)
โดยสาขาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าผลผลิตมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ (1) การบริการโรงแรมและที่พัก (2) การบริการอาหารและเครื่องดื่ม (3) การจำหน่ายปลีกสินค้าท่องเที่ยวของประเทศ (4) การขนส่งผู้โดยสารทางอากาศ และ (5) การบริการด้านตัวแทนบริษัทนำเที่ยว
จะเห็นว่า ภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยเริ่มฟื้นตัวแล้วจริงๆ
.png)
3. สำหรับตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวไทยล่าสุด นับตั้งแต่ต้นปี’67
ตามตารางข้างต้น 1 ม.ค. – 11 ก.พ. 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยทะลุไปถึง 4.3 ล้านคนไปแล้ว!!!
เป็นนักท่องเที่ยวจีนอันดับหนึ่ง มากถึง 8 แสนกว่าคน!!!
ประเมินว่า 2 เดือนแรกของปี’67 นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจทะลุไปถึง 6 ล้านคน!!!
ดูแล้ว ตลอดทั้งปี 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยในประเทศไทยเรา
น่าจะทะลุเป้าหมาย 35 ล้านคนไปได้อย่างแน่นอน
ลุ้นกันว่าจะไปถึง 40 ล้านคนหรือไม่ ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว
4. Krungthai COMPASS มองว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง
โดยประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเติบโตขึ้นจาก 28.2 ล้านคน ในปี 2566 มาเป็น 34.0 และ 38.5 ล้านคน ในปี 2567-2568 ตามลำดับ
คิดเป็นการฟื้นตัว 85% และ 96% ของปี 2562
สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยราว 1.62 และ 1.92 ล้านล้านบาท ตามลำดับ
มองว่า 4 ปัจจัยหลัก ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะข้างหน้า ได้แก่
1) ความต้องการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง
2) การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีน ที่มีโอกาสเติบโตขึ้นจาก 3.5 ล้านคน ในปี 2566 เป็น 7.0 และ 9.6 ล้านคน ในปี 2567-2568 ตามลำดับ
3) การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้น
และ 4) มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง
5. Krungthai COMPASS แนะนำว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยควรทำอะไร?
1) กระตุ้นให้เกิดกระแสการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพื่ออุดช่องว่างช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว
2) จูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเที่ยวไทยซ้ำ เพื่อช่วยเร่งให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
3) ยกระดับความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีโดยเฉพาะในสายตาของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังมีความกังวลในเรื่องดังกล่าวค่อนข้างสูง
.png)
.png)
6. เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ประกาศจุดยืน “เมืองไทยปลอดภัย”
มุ่งสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า โครงการ “ช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่บาดเจ็บและเสียชีวิต” จะเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่า “เมืองไทยปลอดภัย” เดินทางมาท่องเที่ยวแล้วทุกคนจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทย
“โครงการนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ที่กำหนดเป้าหมายในปี 2567 ว่า สร้างรายได้รวม 3.5 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 35 ล้านคน นักท่องเที่ยวชาวไทย 205 ล้านคน-ครั้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำถึงการดูแลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้งการอำนวยความสะดวก การดูแลความปลอดภัย เพื่อสร้างความประทับใจตลอดการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยากรณีต้องประสบเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิต”-รมว.การท่องเที่ยวฯกล่าว
7. อีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลควรหาทางกระตุ้นและผลักดัน สำหรับการท่องเที่ยว คือ การใช้จ่ายต่อหัวนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทย
ทำอย่างไรให้ขยับขึ้นสูงกว่าปัจจุบัน ที่ค่าเฉลี่ยไม่ถึง 5 หมื่นบาทต่อหัว
จะทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยได้ผลประโยชน์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มความสุข ความพึงพอใจกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับจากการใช้จ่ายเงินสำหรับค่าบริการ สินค้า และกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน
สารส้ม

อภิสิทธิ์ปลุกคนใต้เป็นหัวหอก ขจัดโกง-ล้างทุนสีเทา กู้เศรษฐกิจไทย
ถนอม ลุยคันนายาว-บึงกุ่ม ชาวบ้านประสานเสียงเรียกร้องทำ คนละครึ่ง ฟื้นเศรษฐกิจด่วน!
แก้ตัวน้ำขุ่นๆ! กองทัพไทยซัดเขมรไร้ความโปร่งใส ปมกระสุนตกช่องบก
ถาวร ซัดขบวนการสีเทา รุกล้ำอำนาจรัฐ เชื่อมทุนการเมือง เตือนปชช.อย่าขายเสียงแลกเศษเงิน
ด่วน!! จับ เฉิน จื้อ เจ้าของอาณาจักรปรินซ์กรุ๊ป เตรียมส่งตัวจากกัมพูชากลับจีน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี