วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
บำนาญพื้นฐานที่เหมาะสม กับข้อพิจารณาทางเศรษฐกิจ

ดูทั้งหมด

  •  

สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” ขอนำมุมมองจากบทความ “อัตราบำนาญพื้นฐานที่เหมาะสมและข้อพิจารณาทางเศรษฐกิจของประเทศ” โดย ผศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มานำเสนอกับท่านผู้อ่าน โดยบทความนี้ มาจากรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง “การพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานประชาชน” โดยคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร (2567)

และโครงการวิจัย “การวิเคราะห์ช่องว่างทางการคลังแหล่งรายได้ และความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์การเมืองของการจัดตั้งระบบบำนาญแห่งชาติ โดยคำนึงถึงผลกระทบของ COVID-19 ที่มีต่อผู้สูงอายุ” โดย ผศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย, ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล และคณะ (2566) ได้รับทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)


ในบทความนี้ ผศ.ดร.ทีปกร เริ่มต้นว่า บำนาญพื้นฐานหรือเบี้ยยังชีพเป็นเครื่องมือความคุ้มครองทางสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุจะโชคร้ายกลายเป็นคนยากจนในวัยชราที่เปราะบางและสิ้นไร้กำลัง โดยระดับความคุ้มครองขั้นต่ำที่จะคุ้มครองความยากจนให้กลุ่มครัวเรือนที่ยากจนสุด คือ 2,000 บาท/เดือน ตามข้อมูลสํารวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ดังนั้น หากอัตราบำนาญพื้นฐานหรือเบี้ยยังชีพต่อเดือนต่ำกว่า 2,000 บาท หมายความว่า เป้าหมายของการคุ้มครองความยากจนผู้สูงอายุล้มเหลวโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ระดับอัตราบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า 3,000 บาท/เดือน ซึ่งกำหนดจากเส้นความยากจนและเรียกร้องกันมายาวนานหลายปีก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเป็นจริง ทั้งที่ อัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดในปัจจุบัน เฉลี่ยได้รับคนละประมาณ 650 บาท/เดือนไม่เพียงพอต่อการยังชีพ มีระดับต่ำกว่าเส้นความยากจนอย่างมาก และ ไม่มีการปรับยาวนานมากกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2554 โดยหลักการแล้ว อัตราบำนาญพื้นฐานที่เหมาะสมควรจะต้องสอดคล้องกับเส้นความยากจน มีการปรับตามค่าครองชีพหรืออัตราเงินเฟ้อ

ผศ.ดร.ทีปกร กล่าวถึงเหตุผล 2 ข้อ ที่มักถูกนำมากล่าวอ้างเสมอคือ 1.ไม่มีงบประมาณ ซึ่งหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่ควรต้องคำนึงคือ “การจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม จะต้องพิจารณาความมีประสิทธิภาพ” ในที่นี้คือ การใช้งบประมาณสำหรับบำนาญพื้นฐานมีประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากผลทวีคูณทางการคลัง (fiscal multipliers) และความคุ้มครองความยากจน (poverty protection)

เปรียบเทียบกับการสะสมทุนปีละหมื่นล้านแสนล้านของแต่ละตระกูลเครือข่ายบนยอดพีระมิดและความไร้ประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและมีการฉ้อฉลคดโกงทุจริตงบประมาณ ขณะที่อีกหลักการสำคัญที่จะต้องพิจารณาได้แก่ “การกระจายอย่างเป็นธรรม” คือ การถ่ายโอนทรัพยากรให้สังคมโดยรวมมีระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยควรตระหนักถึงปัญหาโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเราสามารถออกแบบระบบบำนาญพื้นฐาน เป็นเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมล้ำผ่านนโยบายการคลังแบบก้าวหน้า

ส่วนอีกเหตุผลที่ถูกกล่าวอ้างบ่อยๆ คือ 2.ไม่ได้จ่ายภาษี จึงไม่ควรได้รับ ก็ต้องยึดหลักพื้นฐานทางภาษีที่สำคัญประการหนึ่ง คือ “ความเป็นธรรมในแนวดิ่ง (vertical equity)” ซึ่งกลุ่มที่มีโอกาสและทรัพยากรมากกว่าควรจะเป็นผู้เสียภาษีมากกว่า อีกทั้งทุกคนในสังคมได้ร่วมจ่ายภาษีจากการบริโภค เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีการค้า ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ภาษีศุลกากร ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้า ภาษีรถยนต์ ภาษีรถจักรยานยนต์ ภาษีแบตเตอรี่ ภาษีสุราและยาสูบ เป็นต้น

อีกทั้ง “ประโยชน์ของบำนาญพื้นฐาน คือสามารถช่วยป้องกันวิกฤตสังคมเรื่องความยากจนในผู้สูงอายุ” ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านตัวทวีคูณทางการคลัง และ สามารถลดความเหลื่อมล้ำผ่านการออกแบบเครื่องมือทางการคลัง “งานวิจัยนานาชาติแสดงให้เห็นว่า การลดความเหลื่อมล้ำช่วยเกิดผลทางบวกต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจ” ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เร็วกว่า และ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งรุนแรงทางการเมือง

สำหรับแหล่งรายได้สำหรับระบบบำนาญพื้นฐานแบบความคุ้มครองทางสังคม ได้มีข้อเสนอโดยนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำและองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ สามารถประมวลสรุปได้ ดังนี้ 1.ปฏิรูประบบภาษี ใช้เครื่องมือทางการคลังช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความคุ้มครองความยากจนสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ การจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้ามากขึ้นสำหรับภาษีทรัพย์สินและภาษีที่ดิน การขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่อยู่นอกระบบ ห้ามร้านค้าปฏิเสธการโอนเงินชำระค่าสินค้าและบริการ

ตลอดจนลดนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนรวย (Pro-rich) เช่น BOI ในปีงบประมาณ 2565 มีมูลค่าประมาณ 2.8 แสนล้านบาท โดยประมาณครึ่งหนึ่งที่ได้ประโยชน์ไม่ต้องเสียภาษี คือ กลุ่มทุนไทย 2.ปฏิรูประบบงบประมาณ มุ่งเป้าการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ซึ่งจำเป็นจะต้องตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น งบโฆษณา งบซื้ออาวุธงบก่อสร้าง เป็นต้น

ตลอดจนต่อต้านการคอร์รัปชั่น (Corruption) ของเครือข่ายธุรกิจการเมืองและภาครัฐ แล้วนำงบประมาณกลับคืนมาเพิ่มสวัสดิการและลงทุนให้ประชาชน เช่น บำนาญพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุ หรือ พัฒนาทักษะแรงงานทุกช่วงวัย และ 3.พัฒนาระบบการออม จะต้องบังคับหรือจูงใจให้ทุกคนในวัยทำงานต้องอยู่ในระบบ และมีระบบฐานข้อมูล เพื่อให้ผู้ที่สามารถออมเงินได้ ต้องร่วมรับผิดชอบสะสมเงินในวันทำงานเพื่อยามชราภาพ โดยรัฐบาลร่วมจ่ายสมทบการออม

เพราะประเทศไทยประสบกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว และ กำลังก้าวเข้าสู่ Super–Aged Society หรือ สังคมผู้สูงอายุขั้นสูงสุดดังนั้น การพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานสำหรับประชาชนตามหลักการ “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” และ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”จะเป็นสามารถป้องกันไม่ให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและโอกาสการทำงาน กลายเป็นความยากจนในวัยชราแล้วส่งต่อความยากลำบากทางเศรษฐกิจไปยังรุ่นลูกหลาน!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
23:00 น. จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน
22:00 น. เปิดตัวอีกคู่ ไผ่ ลิกค์ โพสต์ภาพคู่หวานใจฉลองวาเลนไทน์
20:43 น. ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
20:39 น. สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
20:18 น. ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด
ดูทั้งหมด
ภาพใหม่มาแล้ว ลิซ่า เช็กอินวัดเจดีย์ลอยฟ้า ลำปาง สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก
วาเลนไทน์ลุกเป็นไฟ เจนี่ ปล่อยช็อตโนบราเสิร์ฟความหวานปนแซ่บ
ย้อนฟังคำตอบ ทิม พิธา สารภาพรักสาวปริศนา จับตาความสัมพันธ์ ก้อย หลังภาพหลุดว่อนเน็ต
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ก.พ.69
หวานไม่แผ่ว นาเดีย ควงสามีดินเนอร์หวานก่อนวาเลนไทน์
ดูทั้งหมด
ปู่จิ๊บ เป็นสัตว์สังคม ต้องมีเพื่อนและญาติเยอะ จึงมักทำงานสำเร็จ มีใจสุขสงบ (2)
แมงดา
ไอโอ (IO) ส้ม พวกคุณโกหกอะไรอีกบ้าง?
บุคคลแนวหน้า : 16 กุมภาพันธ์ 2569
ประเทศไทยกำลังก้าวไปในทางที่ดี โล่งใจ สะใจ สบายใจ ภูมิใจ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดตัวอีกคู่ ไผ่ ลิกค์ โพสต์ภาพคู่หวานใจฉลองวาเลนไทน์

จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน

ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ

สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ปลุกคนไทยต้องให้บทเรียน หลังแพ้ไม่ยอมแพ้ จะล้มโต๊ะเลือกตั้งใหม่

ดร.กิตติธัช ถอดรหัส ทำไม ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์ ถึงแข็งแกร่งกว่าสี่กุมาร?

  • Breaking News
  • จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน จับตาสัปดาห์นี้! ครูใหญ่ภท. คุยธรรมนัส ขอ ก.เกษตรฯ มาดูแล หากไม่ลงตัวจ่อดึงปชป.เสียบแทน
  • เปิดตัวอีกคู่ ไผ่ ลิกค์ โพสต์ภาพคู่หวานใจฉลองวาเลนไทน์ เปิดตัวอีกคู่ ไผ่ ลิกค์ โพสต์ภาพคู่หวานใจฉลองวาเลนไทน์
  • ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
  • สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
  • ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘แผ่นปิดกะโหลกฯ-ถุงทวารเทียม’ นวัตกรรมแพทย์ไทย ดูแลผู้ป่วย

‘แผ่นปิดกะโหลกฯ-ถุงทวารเทียม’ นวัตกรรมแพทย์ไทย ดูแลผู้ป่วย

14 ก.พ. 2569

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ผ่านวิดีโอ ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

ยูนิเซฟเตือนภัยฝุ่น PM2.5 ผ่านวิดีโอ ชี้ผลกระทบรุนแรงต่อเด็กและทารกในครรภ์

7 ก.พ. 2569

DIPROM ดันธุรกิจร้านอาหาร เพิ่มช่องทางตลาด สร้างรายได้ในชุมชน

DIPROM ดันธุรกิจร้านอาหาร เพิ่มช่องทางตลาด สร้างรายได้ในชุมชน

31 ม.ค. 2569

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

​องคมนตรีห่วงใยผู้ต้องขัง แนะตั้งหน่วยบำบัด - ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในเรือนจำ

24 ม.ค. 2569

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

17 ม.ค. 2569

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

10 ม.ค. 2569

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

3 ม.ค. 2569

PSMD เปิดรับปริญญาโท  เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’  เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

PSMD เปิดรับปริญญาโท เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

26 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved