วันจันทร์ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
บำนาญพื้นฐานที่เหมาะสม กับข้อพิจารณาทางเศรษฐกิจ

ดูทั้งหมด

  •  

สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” ขอนำมุมมองจากบทความ “อัตราบำนาญพื้นฐานที่เหมาะสมและข้อพิจารณาทางเศรษฐกิจของประเทศ” โดย ผศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มานำเสนอกับท่านผู้อ่าน โดยบทความนี้ มาจากรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง “การพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานประชาชน” โดยคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร (2567)

และโครงการวิจัย “การวิเคราะห์ช่องว่างทางการคลังแหล่งรายได้ และความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์การเมืองของการจัดตั้งระบบบำนาญแห่งชาติ โดยคำนึงถึงผลกระทบของ COVID-19 ที่มีต่อผู้สูงอายุ” โดย ผศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย, ผศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล และคณะ (2566) ได้รับทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)


ในบทความนี้ ผศ.ดร.ทีปกร เริ่มต้นว่า บำนาญพื้นฐานหรือเบี้ยยังชีพเป็นเครื่องมือความคุ้มครองทางสังคม มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ผู้สูงอายุจะโชคร้ายกลายเป็นคนยากจนในวัยชราที่เปราะบางและสิ้นไร้กำลัง โดยระดับความคุ้มครองขั้นต่ำที่จะคุ้มครองความยากจนให้กลุ่มครัวเรือนที่ยากจนสุด คือ 2,000 บาท/เดือน ตามข้อมูลสํารวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ดังนั้น หากอัตราบำนาญพื้นฐานหรือเบี้ยยังชีพต่อเดือนต่ำกว่า 2,000 บาท หมายความว่า เป้าหมายของการคุ้มครองความยากจนผู้สูงอายุล้มเหลวโดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม ระดับอัตราบำนาญพื้นฐานถ้วนหน้า 3,000 บาท/เดือน ซึ่งกำหนดจากเส้นความยากจนและเรียกร้องกันมายาวนานหลายปีก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเป็นจริง ทั้งที่ อัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันไดในปัจจุบัน เฉลี่ยได้รับคนละประมาณ 650 บาท/เดือนไม่เพียงพอต่อการยังชีพ มีระดับต่ำกว่าเส้นความยากจนอย่างมาก และ ไม่มีการปรับยาวนานมากกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2554 โดยหลักการแล้ว อัตราบำนาญพื้นฐานที่เหมาะสมควรจะต้องสอดคล้องกับเส้นความยากจน มีการปรับตามค่าครองชีพหรืออัตราเงินเฟ้อ

ผศ.ดร.ทีปกร กล่าวถึงเหตุผล 2 ข้อ ที่มักถูกนำมากล่าวอ้างเสมอคือ 1.ไม่มีงบประมาณ ซึ่งหลักการทางเศรษฐศาสตร์ที่ควรต้องคำนึงคือ “การจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม จะต้องพิจารณาความมีประสิทธิภาพ” ในที่นี้คือ การใช้งบประมาณสำหรับบำนาญพื้นฐานมีประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากผลทวีคูณทางการคลัง (fiscal multipliers) และความคุ้มครองความยากจน (poverty protection)

เปรียบเทียบกับการสะสมทุนปีละหมื่นล้านแสนล้านของแต่ละตระกูลเครือข่ายบนยอดพีระมิดและความไร้ประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและมีการฉ้อฉลคดโกงทุจริตงบประมาณ ขณะที่อีกหลักการสำคัญที่จะต้องพิจารณาได้แก่ “การกระจายอย่างเป็นธรรม” คือ การถ่ายโอนทรัพยากรให้สังคมโดยรวมมีระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยควรตระหนักถึงปัญหาโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเราสามารถออกแบบระบบบำนาญพื้นฐาน เป็นเครื่องมือช่วยลดความเหลื่อมล้ำผ่านนโยบายการคลังแบบก้าวหน้า

ส่วนอีกเหตุผลที่ถูกกล่าวอ้างบ่อยๆ คือ 2.ไม่ได้จ่ายภาษี จึงไม่ควรได้รับ ก็ต้องยึดหลักพื้นฐานทางภาษีที่สำคัญประการหนึ่ง คือ “ความเป็นธรรมในแนวดิ่ง (vertical equity)” ซึ่งกลุ่มที่มีโอกาสและทรัพยากรมากกว่าควรจะเป็นผู้เสียภาษีมากกว่า อีกทั้งทุกคนในสังคมได้ร่วมจ่ายภาษีจากการบริโภค เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีการค้า ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ภาษีศุลกากร ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ภาษีเครื่องดื่ม ภาษีเครื่องใช้ไฟฟ้า ภาษีรถยนต์ ภาษีรถจักรยานยนต์ ภาษีแบตเตอรี่ ภาษีสุราและยาสูบ เป็นต้น

อีกทั้ง “ประโยชน์ของบำนาญพื้นฐาน คือสามารถช่วยป้องกันวิกฤตสังคมเรื่องความยากจนในผู้สูงอายุ” ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตมนุษย์ รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านตัวทวีคูณทางการคลัง และ สามารถลดความเหลื่อมล้ำผ่านการออกแบบเครื่องมือทางการคลัง “งานวิจัยนานาชาติแสดงให้เห็นว่า การลดความเหลื่อมล้ำช่วยเกิดผลทางบวกต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจ” ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เร็วกว่า และ ลดความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งรุนแรงทางการเมือง

สำหรับแหล่งรายได้สำหรับระบบบำนาญพื้นฐานแบบความคุ้มครองทางสังคม ได้มีข้อเสนอโดยนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำและองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ สามารถประมวลสรุปได้ ดังนี้ 1.ปฏิรูประบบภาษี ใช้เครื่องมือทางการคลังช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความคุ้มครองความยากจนสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ การจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้ามากขึ้นสำหรับภาษีทรัพย์สินและภาษีที่ดิน การขยายฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่อยู่นอกระบบ ห้ามร้านค้าปฏิเสธการโอนเงินชำระค่าสินค้าและบริการ

ตลอดจนลดนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนรวย (Pro-rich) เช่น BOI ในปีงบประมาณ 2565 มีมูลค่าประมาณ 2.8 แสนล้านบาท โดยประมาณครึ่งหนึ่งที่ได้ประโยชน์ไม่ต้องเสียภาษี คือ กลุ่มทุนไทย 2.ปฏิรูประบบงบประมาณ มุ่งเป้าการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ซึ่งจำเป็นจะต้องตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น งบโฆษณา งบซื้ออาวุธงบก่อสร้าง เป็นต้น

ตลอดจนต่อต้านการคอร์รัปชั่น (Corruption) ของเครือข่ายธุรกิจการเมืองและภาครัฐ แล้วนำงบประมาณกลับคืนมาเพิ่มสวัสดิการและลงทุนให้ประชาชน เช่น บำนาญพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุ หรือ พัฒนาทักษะแรงงานทุกช่วงวัย และ 3.พัฒนาระบบการออม จะต้องบังคับหรือจูงใจให้ทุกคนในวัยทำงานต้องอยู่ในระบบ และมีระบบฐานข้อมูล เพื่อให้ผู้ที่สามารถออมเงินได้ ต้องร่วมรับผิดชอบสะสมเงินในวันทำงานเพื่อยามชราภาพ โดยรัฐบาลร่วมจ่ายสมทบการออม

เพราะประเทศไทยประสบกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว และ กำลังก้าวเข้าสู่ Super–Aged Society หรือ สังคมผู้สูงอายุขั้นสูงสุดดังนั้น การพัฒนาระบบบำนาญพื้นฐานสำหรับประชาชนตามหลักการ “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” และ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”จะเป็นสามารถป้องกันไม่ให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและโอกาสการทำงาน กลายเป็นความยากจนในวัยชราแล้วส่งต่อความยากลำบากทางเศรษฐกิจไปยังรุ่นลูกหลาน!!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:07 น. 'สส.บอล'ย้ำจุดยืน! 'ครอบครัวเพื่อไทย'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม
21:41 น. เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล
21:16 น. ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น
21:12 น. อ่วมหนัก! 'ปากีสถาน'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน
21:12 น. แถลงการณ์ฉบับที่ 6 พระองค์ภาฯ พระอาการติดเชื้อดีขึ้น ความดันพระโลหิตคงที่
ดูทั้งหมด
'ทหารพิการขอทาน'ทำ'ฮุน เซน'เดือด! สั่งกวาดล้าง หวั่นทำลายภาพลักษณ์ท่องเที่ยว
เพจดังเปิดข้อมูล! 'สมปอง'ครอบครองที่ดินเพียบ หลังมีข่าวยืมเงินอลงกต 13 ล้าน
4 งานใหญ่ในไทยประกาศยกเลิก-เลื่อนไม่มีกำหนด ผู้จัดแจงเหตุสุดวิสัย
บริษัทผู้ผลิต'กริพเพน'รับออเดอร์จากไทยเรียบร้อย 'ISP'ยันไม่จำเป็นต้องตรวจสอบซื้อขาย
'เดือนเต็ม สาลิตุล'โพสต์ภาพสุดเจ็บแสบ แผ่นดินไทยสูงขึ้น หลังบ่าย 3
ดูทั้งหมด
มีนายกรัฐมนตรีใหม่ ประเทศไทยจะดีขึ้นหรือไม่
บุคคลแนวหน้า : 31 สิงหาคม 2568
ชีวิต คือการบริหารความเสี่ยง
‘อุ๊งอิ๊งค์’ น้อมรับ แต่ดูเหมือนจะไม่สำนึก
คุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์ หาได้ยากในนักการเมืองไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล

อ่วมหนัก! 'ปากีสถาน'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน

ไม่ต้องรอ 4 เดือน! ‘สมชัย’สรุปเป็นข้อๆ‘ยุบสภา’ง่ายนิดเดียว

โห่ไล่ 'ภูมิธรรม' นำทีมเจรจา 'ประชาชน' โหวตเลือกนายกฯ

เรื่องเล่าจากลูก! 'ธานินทร์ กรัยวิเชียร'อดีตนายกฯและองคมนตรี

เฝ้าระวังใกล้ชิด! 'ภูกระดึง-ภูหลวง'น้ำยังไม่ลด เดือดร้อนกว่า 250 ครัวเรือน

  • Breaking News
  • \'สส.บอล\'ย้ำจุดยืน! \'ครอบครัวเพื่อไทย\'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม 'สส.บอล'ย้ำจุดยืน! 'ครอบครัวเพื่อไทย'ขอทำหน้าที่เพื่อ ปชช.เหมือนเดิม
  • เบิกเนตร\'เสี่ยหนู\' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล เบิกเนตร'เสี่ยหนู' ไม่คุ้มเสีย!คะแนนเสียง ปชน.จัดตั้งรัฐบาล
  • ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น ว่าด้วยเรื่อง‘ยุบสภา’ อำนาจ‘นายกรัฐมนตรีตัวจริง’เท่านั้น
  • อ่วมหนัก! \'ปากีสถาน\'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน อ่วมหนัก! 'ปากีสถาน'เจอน้ำท่วมใหญ่ ชาวบ้านอพยพกว่า1.5ล้านคน
  • แถลงการณ์ฉบับที่ 6 พระองค์ภาฯ พระอาการติดเชื้อดีขึ้น ความดันพระโลหิตคงที่ แถลงการณ์ฉบับที่ 6 พระองค์ภาฯ พระอาการติดเชื้อดีขึ้น ความดันพระโลหิตคงที่
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

​ถ้าจะขับ…‘ห้ามดื่ม’ บทเรียนจากกรณี ‘มารี เบิร์นเนอร์’

​ถ้าจะขับ…‘ห้ามดื่ม’ บทเรียนจากกรณี ‘มารี เบิร์นเนอร์’

30 ส.ค. 2568

โชว์ความเป็นหนึ่ง ‘กุ้งก้ามกราม’ สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย

โชว์ความเป็นหนึ่ง ‘กุ้งก้ามกราม’ สัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย

23 ส.ค. 2568

​ส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘Sport-Festival’ ปักหมุด ‘ปากพนัง’ จุดหมายกีฬาทางน้ำ

​ส่งเสริมการท่องเที่ยว ‘Sport-Festival’ ปักหมุด ‘ปากพนัง’ จุดหมายกีฬาทางน้ำ

16 ส.ค. 2568

‘TECH-TOPIA’เปิดโลกแห่งจินตนาการ ‘อว.แฟร์’ ทะยานสู่...โลกอนาคต

‘TECH-TOPIA’เปิดโลกแห่งจินตนาการ ‘อว.แฟร์’ ทะยานสู่...โลกอนาคต

9 ส.ค. 2568

เรื่องเล่างานวิจัยเมืองกาญจน์ ลดเผาอ้อยต้องเข้าใจรอบด้าน

เรื่องเล่างานวิจัยเมืองกาญจน์ ลดเผาอ้อยต้องเข้าใจรอบด้าน

2 ส.ค. 2568

เปิดเวทีฟังความเห็น (ร่าง)บริหารบัตรทองปี’69

เปิดเวทีฟังความเห็น (ร่าง)บริหารบัตรทองปี’69

26 ก.ค. 2568

ช่วย‘ผู้ตกค้างจากโลกเก่า’ อย่าให้เขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ช่วย‘ผู้ตกค้างจากโลกเก่า’ อย่าให้เขาถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

19 ก.ค. 2568

ฝนตก-น้ำท่วม-ก่อสร้าง พึงระมัดระวังไฟดูด-ไฟรั่ว

ฝนตก-น้ำท่วม-ก่อสร้าง พึงระมัดระวังไฟดูด-ไฟรั่ว

12 ก.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved