Logo วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')
คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

คิดด้วยพลเมือง (See-Think-Cen')

วันพุธ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 02.00 น.
‘ยักษา’ กับ ‘เทวา’ : เมื่อคอร์รัปชันไม่มีตรงกลางระหว่างคำว่า ‘คนชั่ว’ และ ‘คนดี’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

คอร์รัปชันเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและกระจายตัวอยู่อย่างกว้างขวาง และเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญของสังคมไทยที่ก่อให้เกิดปัญหาเชิงระบบที่กระจายไปในส่วนต่างๆ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม การมองหาวิธีในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน จึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่รัฐไทยได้ให้ความสำคัญ และถูกจัดให้อยู่ในสถานะเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไขปัญหาดังกล่าว ภายใต้แผนงาน นโยบาย มาตรการ และแนวปฏิบัติของภาคส่วนต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งในระดับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมต่างก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “คอร์รัปชัน” เท่ากับ “ปัญหา” ผ่านการศึกษาและเกิดเป็นข้อสนับสนุนทั้งในทางวิชาการและทางปฏิบัติ แต่ในการศึกษาเชิงวิพากษ์ของการคอร์รัปชันและการต่อต้านคอร์รัปชัน พบว่าหล่มใหญ่สำคัญที่เป็นเสมือนหลุมพรางที่ทำให้การทำงานต่อต้านคอร์รัปชันยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น คือ การมองปัญหาคอร์รัปชันผ่านแนวคิดระบบคู่ตรงข้าม ที่จะนำไปสู่การสร้างมโนทัศน์ที่ทำให้การมองเรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันขาดความลื่นไหลอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เขียนจะชวนทุกท่านมาร่วมกันรื้อขนบของการมองปัญหาคอร์รัปชันด้วยมุมมองใหม่ ในบทความ “ยักษา” กับ “เทวา” : เมื่อคอร์รัปชันไม่มีตรงกลางระหว่างคำว่า “ดี” และ “ไม่ดี”


แล้วอะไรคือแนวคิดแบบระบบคู่ตรงข้าม

การอธิบายโลกแบบคู่ตรงข้าม เป็นแนวคิดในทางสังคมศาสตร์ที่อธิบายผ่านสกุลนักคิดแบบโครงสร้างนิยม (Structuralism) ซึ่งให้ความสนใจกับการค้นหาโครงสร้างบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในวิธีคิดและการดำเนินชีวิตของผู้คน ซึ่งสุดท้ายแล้วจะสะท้อนให้เห็นถึง “ระบบ” ที่มีอยู่ในสังคมที่มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งโครงสร้างประการหนึ่งที่มีอยู่ในสังคมและได้ถูกประกอบสร้างขึ้น คือ การมองแบบคู่ตรงข้าม (Binary Opposition) ที่ได้อธิบายถึงการแบ่งทุกอย่างออกเป็นสองขั้ว เช่น ความดี/ความชั่ว, ความรวย/ความจน หรือผู้ชาย/ผู้หญิง เป็นต้น ซึ่งหลักสำคัญของการอธิบายสังคมด้วยแนวคิดแบบคู่ตรงข้ามนี้ คือ การพยายามจัดระบบระเบียบของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในสังคมให้มีตำแหน่งแห่งที่ที่ชัดเจน รวมถึงกำหนดการรับรู้ทางสังคมแบบร่วมหมู่ของผู้คนในสังคมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการอธิบายสังคมด้วยแนวคิดแบบคู่ตรงข้ามนี้ คือ การที่แนวคิดดังกล่าวได้พยายามสร้าง “ความเป็นอื่น” ขึ้นมาในสังคมด้วยการมองโลกแบ่งเขา/แบ่งเรา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการปิดกั้นและกดทับความเป็นคู่ตรงข้ามระหว่างกัน จนนำไปสู่การปะทะกันระหว่างสองคู่ตรงข้ามที่ยืนอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์ของความขัดแย้งและแบ่งฝั่งกันอย่างชัดเจน รวมไปถึงการทำให้สิ่งที่ “ไม่ใช่ทั้งเขาและไม่ใช่ทั้งเรา” ถูกละเลยไปจากการอธิบายทางสังคม และตกอยู่ในสภาวะระหว่างกลางแห่งความไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้เป็นหลักเกณฑ์ของสังคม จนนำไปสู่ความแปลกแยก (Alienation) และกลายเป็นความผิดปกติทางสังคมที่ถูกตีกรอบไว้ด้วยความคับแคบและนิ่งค้าง ภายใต้มุมมองของการมองโลกแบ่งเป็นสองขั้วตรงข้าม

ปรากฏการณ์คู่ตรงข้ามในมิติของการทำงานต่อต้านคอร์รัปชัน

สำหรับการอธิบายการคอร์รัปชันด้วยแนวคิดว่าด้วยเรื่องของคู่ตรงข้ามในที่นี้ ผู้เขียนไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การวิพากษ์ว่าการคอร์รัปชันนั้นเป็นเรื่องที่ “ดี” และ “ไม่ดี” สำหรับสังคม เพราะจากการศึกษาตลอดระยะเวลาหลายช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ในทางวิชาการเป็นจำนวนมากที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดแจ้งว่าการคอร์รัปชันเป็น “ปัญหา” ของการพัฒนาและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนในสังคม แต่สิ่งที่แนวคิดคู่ตรงข้ามได้ทำให้เกิดความไม่ครอบคลุมของการอธิบายปัญหาคอร์รัปชันในเชิงสังคม คือ การสร้างคู่ตรงข้ามของ “คนดี” และ “คนชั่ว” ให้เกิดขึ้นในการทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวคือ หากเปรียบเทียบโดยง่ายว่า คนชั่วที่คอร์รัปชันเป็นยักษ์และคนดีที่ต่อต้านคอร์รัปชันเป็นเทวดา การทำงานต่อต้านคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นด้วยกระบวนทัศน์และมโนทัศน์เช่นนี้ จะกลายเป็นการมุ่งเน้นเรื่องการกำจัดคอร์รัปชันที่เป็นภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงของคนดี ที่จะต้องป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชันให้หมดไปในสังคมให้หมดไปโดยสิ้นเชิง

ในการอธิบายภาพของการต่อต้านคอร์รัปชันด้วยกรอบแนวคิดของการที่คนดีต้องมีหน้าที่ปราบคนชั่วเช่นนี้ ได้ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการในการทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันในสังคม ประการแรก คือ การแบ่งแยกคนในสังคมที่ทำงานต่อต้านคอร์รัปชันว่าเป็น “คนดี” และคนที่คอร์รัปชันว่าเป็น “คนชั่ว” ที่ต้องเลือกที่จะเป็นเพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และทำให้คนทั่วไปที่นิยามตนเองว่า “ไม่ดีและไม่ชั่ว” ถูกละเลยไปจากกรอบการอธิบายแบบคู่ตรงข้าม ซึ่งในความเป็นจริงของสังคมแล้วคนที่ไม่เคยคอร์รัปชัน แต่ก็ไม่ได้ทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันในสังคมนับว่ายังมีอยู่เป็นส่วนมาก และการพยายามผลักให้คนที่อยู่ในพื้นที่ตรงกลางของความพร่าเลือนนี้ต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจกลายเป็นดาบสองคมของการผลักให้คนตรงกลางเลือกที่จะเป็นคนชั่ว มากกว่าจะเป็นคนดีในการอธิบายโลกแบบคู่ตรงข้ามของการต่อต้านคอร์รัปชัน

ประการต่อมา คือ การเป็นคนดีที่อยู่ในโลกคู่ตรงข้ามของการต่อต้านคอร์รัปชันนี้ จะเกิดขึ้นมาพร้อมกับตำแหน่งแห่งที่และภาระที่ต้องรับผิดชอบเพื่อปราบปรามการคอร์รัปชันให้หมดไป ซึ่งถ้าคนที่ถูกนิยามว่าเป็น “คนดี” เหล่านี้มีอยู่ในจำนวนที่ไม่มาก ภาระของการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันที่มีความซับซ้อนและเป็นปัญหาของคนทั้งสังคมด้วยคนดีเพียงกลุ่มเดียว จะทำให้เกิดการแบกรับภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง และเกินขีดความสามารถของคนที่ทำงานต่อต้านคอร์รัปชัน และนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวของการทำงานต่อต้านคอร์รัปชัน

ประการสุดท้าย คือ การอธิบายการต่อต้านคอร์รัปชันด้วยแนวคิด “คนดี” และ “คนชั่ว” นี้ อาจทำให้เกิดภาพซ้อนทับกับขนบเชิงมายาคติทางสังคมที่เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” ซึ่งแนวความคิดนี้อาจนำไปสู่การทำให้คนที่ทำงานต่อต้านคอร์รัปชัน เกิดอัตตาว่าสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ตายตัว คือ ทำให้การคอร์รัปชันนั้นหมดไปจากสังคม แต่ในอีกแง่หนึ่งก็จะทำให้เกิดการขาดการพิจารณาและทวนสอบกระบวนทัศน์และแนวปฏิบัติที่มีอยู่ว่าทำแล้วได้ผลจริงหรือไม่ และทำให้การทำงานต่อต้านคอร์รัปชันถูกตีกรอบด้วยภาพของความดี มากกว่าความมีประสิทธิภาพในการลดปัญหาคอร์รัปชันให้กับสังคม

ต้องข้าม “ดี” และ “ชั่ว” ให้พ้น เพื่อค้นหาวิธีการต่อต้านคอร์รัปชันให้เจอ

จากการใช้มุมมองเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับแนวคิดคู่ตรงข้าม ในการอธิบายถึงปัญหาคอร์รัปชันและการต่อต้านคอร์รัปชันในฐานะที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมรูปแบบหนึ่ง ผู้เขียนได้พยายามที่จะชวนให้ผู้อ่านทุกคนได้ฉุกคิดและทบทวนถึงมายาคติที่อยู่ในคำอธิบายของปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อให้เห็นถึงอิทธิพลของวิธีคิดที่มีต่อการมองโลกของผู้คนที่มีความสลับซับซ้อน ซึ่งการทำความเข้าใจถึงปัญหาคอร์รัปชันและการต่อต้านคอร์รัปชันด้วยแนวคิดที่หลากหลาย และตระหนักถึงข้อจำกัดของแนวคิดต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยทำให้เราสามารถเข้าใจปัญหาของการคอร์รัปชันและการต่อต้านคอร์รัปชันในฐานะของปรากฏการณ์ที่มีพลวัตและเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อที่จะนำไปสู่การทำให้ผู้อ่านสามารถค้นหาวิธีการหรือแนวทางการอธิบายใหม่ๆ ที่จะช่วยให้การทำงานด้านการต่อต้านคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในสังคม

เจษฎา จงสิริจตุพร

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
16:48 น. เขย่าวงการซีรีส์เอเชีย! kiDnap GAME ซีรีส์ระทึกขวัญฟอร์มยักษ์ที่รวมนักแสดงชื่อดัง จาก 7 ประเทศ
16:43 น. เจนสุดา ไฮโซข้าวโพด เปิดใจ นาทีประจันหน้า นานา เวย์
16:41 น. หล่มสักแทบแตก! ชาวบ้าน 4 อำเภอทางไกลแห่ลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
16:40 น. ตึก 9 ชั้นในฟิลิปปินส์พังถล่ม ดับแล้วอย่างน้อย 4 ราย ติดใต้ซากเพียบ
16:21 น. เต๋า กัปตัน ขวัญ นำทีมบุก แนวหน้า โปรโมตภาพยนตร์แฟมิลี่-แอดเวนเจอร์ คาถานะมะอะอุ
ดูทั้งหมด
แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระประชวร ฉบับที่ 7
หน้าสั่นเป็นแถบ อ.ไชยันต์ ยกเคสอังกฤษ ตอก ดรามาองคมนตรี ทำโซเชียลแห่เมนต์ตอกย้ำ
ในหลวง-พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี นำ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ณเดชน์-ญาญ่า อวดภาพหวาน ก่อนเข้าพิธีแต่งงานที่นอร์เวย์
บุญมี-สไนล์ เตรียมเปิดศึกนัดล้างตา อัดฉีดเพิ่มคนละ 5 หมื่น เคลียร์ปมคาใจขัดขาฟาวล์
ดูทั้งหมด
เรื่องสั้น: วันละครึ่งหน้า เกี่ยวกับชีวิตชราชน ปู่จิ๊บ กับ เพื่อน AI (2)
ตำนานกลองอัศจรรย์ (2)
การเมืองส้มสามานย์ ไม่สนใจแก้ปัญหาประชาชน มุ่งหาเรื่องสถาบัน ?
บุคคลแนวหน้า : 25 พฤษภาคม 2569
โคตรดีล.. คลังน้ำมันและที่ดิน 9,000 ล้านบาท BCPG + บางจาก ใครจะหาคำตอบสุดท้าย ?
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจนสุดา ไฮโซข้าวโพด เปิดใจ นาทีประจันหน้า นานา เวย์

ตึก 9 ชั้นในฟิลิปปินส์พังถล่ม ดับแล้วอย่างน้อย 4 ราย ติดใต้ซากเพียบ

เต๋า กัปตัน ขวัญ นำทีมบุก แนวหน้า โปรโมตภาพยนตร์แฟมิลี่-แอดเวนเจอร์ คาถานะมะอะอุ

ฮือฮาลีกไทย!พลังกาญจน์ฯดึง‘ปาร์ค ฮัง ซอ’อดีตโค้ชเวียดนามคุมทัพ

อภิสิทธิ์ เปิดแพล็ตฟอร์ม ส่องรัฐ ใช้ AI จับทุจริตโครงการรัฐ

นักท่องเที่ยวแตกตื่น คนร้ายฉีดสเปรย์ปริศนาป่วนห้างหรูย่านกินซ่า บาดเจ็บแล้วทะลุ 20 ราย

  • Breaking News
  • เขย่าวงการซีรีส์เอเชีย! kiDnap GAME ซีรีส์ระทึกขวัญฟอร์มยักษ์ที่รวมนักแสดงชื่อดัง จาก 7 ประเทศ เขย่าวงการซีรีส์เอเชีย! kiDnap GAME ซีรีส์ระทึกขวัญฟอร์มยักษ์ที่รวมนักแสดงชื่อดัง จาก 7 ประเทศ
  • เจนสุดา ไฮโซข้าวโพด เปิดใจ นาทีประจันหน้า นานา เวย์ เจนสุดา ไฮโซข้าวโพด เปิดใจ นาทีประจันหน้า นานา เวย์
  • หล่มสักแทบแตก! ชาวบ้าน 4 อำเภอทางไกลแห่ลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ หล่มสักแทบแตก! ชาวบ้าน 4 อำเภอทางไกลแห่ลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
  • ตึก 9 ชั้นในฟิลิปปินส์พังถล่ม ดับแล้วอย่างน้อย 4 ราย ติดใต้ซากเพียบ ตึก 9 ชั้นในฟิลิปปินส์พังถล่ม ดับแล้วอย่างน้อย 4 ราย ติดใต้ซากเพียบ
  • เต๋า กัปตัน ขวัญ นำทีมบุก แนวหน้า โปรโมตภาพยนตร์แฟมิลี่-แอดเวนเจอร์ คาถานะมะอะอุ เต๋า กัปตัน ขวัญ นำทีมบุก แนวหน้า โปรโมตภาพยนตร์แฟมิลี่-แอดเวนเจอร์ คาถานะมะอะอุ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

PM2.5 ปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย: กฎหมาย PRTR จะเข้ามามีบทบาทอย่างไร

PM2.5 ปัญหาเรื้อรังของสังคมไทย: กฎหมาย PRTR จะเข้ามามีบทบาทอย่างไร

20 พ.ค. 2569

บัญชีทรัพย์สินกับความโปร่งใสของภาครัฐ :  กลไกสำคัญของการตรวจสอบอำนาจในสังคมประชาธิปไตย

บัญชีทรัพย์สินกับความโปร่งใสของภาครัฐ : กลไกสำคัญของการตรวจสอบอำนาจในสังคมประชาธิปไตย

13 พ.ค. 2569

เศรษฐกิจไทยในสายตา IMF ปัญหาเชิงโครงสร้าง ธรรมาภิบาล และทางออก

เศรษฐกิจไทยในสายตา IMF ปัญหาเชิงโครงสร้าง ธรรมาภิบาล และทางออก

6 พ.ค. 2569

จากสายมูสู่สายอำนาจ: เมื่อหมอดูเลื่อนขั้นเป็นคนใกล้ชิด PEPs

จากสายมูสู่สายอำนาจ: เมื่อหมอดูเลื่อนขั้นเป็นคนใกล้ชิด PEPs

29 เม.ย. 2569

สื่อมวลชนและประชาชนไม่ใช่ผู้สังเกตการณ์ แต่คือกลไกตรวจสอบของสังคม

สื่อมวลชนและประชาชนไม่ใช่ผู้สังเกตการณ์ แต่คือกลไกตรวจสอบของสังคม

22 เม.ย. 2569

คู่มือเอาตัวรอดในสังคมที่ดื้อความโปร่งใส (101)

คู่มือเอาตัวรอดในสังคมที่ดื้อความโปร่งใส (101)

15 เม.ย. 2569

รู้กฎหมาย เห็นระบบ : จุดเริ่มต้นของการต่อต้านคอร์รัปชัน

รู้กฎหมาย เห็นระบบ : จุดเริ่มต้นของการต่อต้านคอร์รัปชัน

8 เม.ย. 2569

1 ปีโศกนาฏกรรมตึก สตง. ถล่ม ความสูญเสียที่ไม่มีวันกลับมา และความยุติธรรมที่ยังไปไม่ถึงปลายทาง

1 ปีโศกนาฏกรรมตึก สตง. ถล่ม ความสูญเสียที่ไม่มีวันกลับมา และความยุติธรรมที่ยังไปไม่ถึงปลายทาง

25 มี.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved