วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / อ่านระหว่างบรรทัด
อ่านระหว่างบรรทัด

อ่านระหว่างบรรทัด

สันติสุข มะโรงศรี
วันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2567, 02.00 น.
โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ไม่น่าจะทันปีนี้ ปีหน้าว่ากันใหม่?

ดูทั้งหมด

  •  

โครงการ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” ถูกชะลอไว้ก่อน


ล่าสุด กำลังจะถูกทบทวน ว่าจะไปต่อ หรือพอแค่นี้? หรือจะมีมาตรการเสริมเพิ่มอะไร อย่างไรอีก?

1.เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลยอมฟังเสียงท้วงติง วิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน

โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง หากแม้นจะมีเจตนาดี แต่ก็มีจุดอ่อนที่เป็นปัญหาจริงๆ

และประการสำคัญ ชาวนาจำนวนมากมองว่า การให้ชาวนาต้องออกเงินครึ่งหนึ่งเพื่อซื้อปุ๋ยตามเมนูที่ภาครัฐคัดมาให้นั้น ไม่ตอบโจทย์ ชาวนาอยากได้เงินสดเข้าบัญชีแบบโครงการไร่ละพันยุคลุงตู่มากกว่า

ชาวนาจำนวนมาก ระบุว่า อยากได้โครงการไร่ละ 1,000 บาทมากกว่า เพราะสามารถนำเงินที่รัฐบาลให้มานำไปบริหารจัดการต้นทุนได้เอง แต่หากเป็นโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ชาวนาต้องหาเงินมาจ่ายค่าปุ๋ยครึ่งหนึ่ง ซึ่งชาวนาบางคนอาจจะไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อปุ๋ยได้ อยากให้รัฐบาลทบทวนนโยบายนี้

2.ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำว่า

“โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง เป็นโครงการที่จะนำไปสู่โครงการปุ๋ยแม่นยำ เพื่อใช้ปุ๋ยให้ถูกสูตร ถูกที่ ถูกเวลาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

โดยโครงการปุ๋ยคนละครึ่งนี้ เป็นคนละโครงการกับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาท จึงได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดการประชุมเพื่อหารือโครงการปุ๋ยคนละครึ่งเพิ่มเติมต่อไป…”

3.ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2567 นายประยูรอินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้า “โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง” ระบุว่า

ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวระดับประเทศครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2567 และคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต วันที่ 19 ก.ค.2567 ได้ร่วมพิจารณารายละเอียด ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตที่รับทราบ และรวบรวมความเห็นจากทุกฝ่าย

ได้พิจารณาอย่างรอบด้านให้สอดคล้องกับสถานการณ์และช่วงเวลา ณ ปัจจุบันของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งพบว่าปัจจุบันมีเกษตรกรปลูกข้าวและขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2567/68 กับกรมส่งเสริมการเกษตรไปแล้วจำนวน 2.91 ล้านครัวเรือน พื้นที่ 39.60 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 63.23 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด

โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ได้ใส่ปุ๋ยในนาข้าวไปแล้ว

ประกอบกับข้อมูลที่ได้รับจากเกษตรกรส่วนใหญ่มีข้อจำกัดในเรื่องเงินสมทบที่จะต้องนำเข้าบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามเงื่อนไขโครงการ

รวมทั้งกลไกดำเนินงาน โดยเฉพาะสหกรณ์ที่ต้องทำหน้าที่เป็นจุดกระจายปุ๋ยสู่เกษตรกร พบว่าสหกรณ์ที่สมัครเข้าร่วมโครงการไม่ครอบคลุมทุกจังหวัด และมีข้อจำกัดที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจปกติของสหกรณ์ในการจำหน่ายปุ๋ยของสหกรณ์เอง

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเกษตรกรที่จะเสนอขอเข้าร่วมเป็นจุดกระจายปุ๋ยสู่เกษตรกร แต่ไม่มีกำหนดไว้ในแนวทางของคู่มือปฏิบัติ จึงไม่สามารถเข้าร่วมและดูแลสมาชิกกลุ่มเกษตรกรได้

“...ดังนั้น จากข้อจำกัดและข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมข้างต้น ประกอบกับระยะเวลาเพาะปลูกข้าวที่ได้ล่วงเลยมานานพอสมควรแล้ว และเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างแท้จริงในฤดูเพาะปลูกปีถัดไป ที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต จึงดำเนินการเสนอข้อคิดเห็นตามมติที่ประชุม เพื่อเร่งทบทวนโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2567/68 นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในลำดับต่อไป”

4. ปีนี้ ไม่น่าจะทัน ปีหน้าว่ากันใหม่?

จากข้อมูลข้างต้น ก็น่าจะชัดเจนว่า โครงการปุ๋ยคนละครึ่งผ่านการเสนอขึ้นมาโดย นบข. แม้ ครม.จะเห็นชอบแล้ว แต่เมื่อปรากฏปัญหาในขั้นตอนดำเนินโครงการ กระทรวงเกษตรฯก็ให้เสนอกลับไปที่ นบข.เพื่อพิจารณาทบทวน ก่อนจะเสนอเข้าไปให้ ครม.ได้พิจารณาต่อไป

อันที่จริง โครงการปุ๋ยคนละครึ่งได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2567 ครม.เห็นชอบหลักการโครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68

ช่วงต้นปี 2567 ก่อนจะนำเสนอเข้า ครม. รมว.เกษตรฯร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เคยเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิตครั้งที่ 1/2567

มีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ สภาเกษตรกรแห่งชาติ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เข้าร่วม ณ ห้องประชุมธารทิพย์ กรมชลประทาน และประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom Meeting

ในครั้งนั้น รมว.ธรรมนัสยืนยันชัดเจน ระบุว่า ที่ผ่านมาภาครัฐได้พยายามให้การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2562 – ปัจจุบัน ใช้งบประมาณเพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ประมาณปีละ 54,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้เงินตามมาตรา 28 ของนโยบายการเงินการคลังของประเทศ เป็นการบริหารจัดการสภาพคล่องของประเทศ เพื่อสนับสนุนการลดต้นทุน การผลิตและค่าเก็บเกี่ยวข้าวให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ (ไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท) ซึ่งถือเป็นการจ่ายเงินสนับสนุนให้กับเกษตรกรโดยตรง โดยไม่ต้องมีการติดตามว่าเกษตรกรจะนำไปใช้จ่ายที่ตรงเป้าหมายที่รัฐกำหนดหรือไม่ ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมากตลอดระยะเวลา แสดงให้เห็นว่าโครงการและมาตรการต่าง ๆ ของรัฐ ยังไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้อย่างยั่งยืน

ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และการสร้างความเข้มแข็งจากการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในพื้นที่ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้ดำรงชีพอยู่ได้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิตจึงมีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68

โดยสนับสนุนปุ๋ยที่เหมาะสมตามความต้องการของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ในรูปแบบ “ปุ๋ยคนละครึ่ง” (ภาครัฐและเกษตรกรจ่ายคนละครึ่ง) มีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการซื้อปุ๋ย เพื่อเพิ่มโอกาสและบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเข้าถึงปัจจัยการผลิตให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวลดความเดือดร้อนในการใช้ปุ๋ยสูตรต่างๆ และปริมาณที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ช่วยในการลดต้นทุนการผลิตข้าว รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดสภาวะดินเสื่อมสภาพ ตลอดจนเพื่อเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

เป้าหมายโครงการฯ สนับสนุนค่าปุ๋ยในอัตราปุ๋ยไร่ละ 50 กิโลกรัม ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ (ไม่เกินครัวเรือนละ 1,000 กิโลกรัม) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่จะปลูกข้าวในปีการผลิต 2567/68 ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ประมาณ 4.68 ล้านครัวเรือน แยกเป็น 1) เกษตรกรที่ปลูกข้าวทั่วไป 4.48 ล้านครัวเรือน (ใช้ปุ๋ยสูตรที่มีความเหมาะสมกับการปลูกข้าว) และ 2) เกษตรกรที่ปลูกข้าวอินทรีย์ 0.20 ล้านครัวเรือน (ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำและชนิดเม็ดและขึ้นบัญชีนวัตกรรม)

กรอบวงเงิน 33,530 ล้านบาท โดยใช้จ่ายจากเงินทุน ธ.ก.ส. สำรองจ่ายการดำเนินงานตามความโครงการฯ 33,422.950 ล้านบาท และงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2567 จำนวน 108.006 ล้านบาท และมอบหมายกรมการข้าว ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต จัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอโครงการต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) และเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการและงบประมาณต่อไป

“..สำหรับโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ถือเป็นโครงการที่ตอบโจทย์เพื่อให้เกษตรกรมีส่วนร่วม โดยเกษตรกรออกครึ่งหนึ่ง รัฐเป็นผู้ดำเนินการจัดหาปุ๋ยที่มีความเหมาะสมต่อการผลิตข้าว ใช้ปัจจัยการผลิตตรงตามเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนอย่างจริงจัง ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวสามารถเข้าถึงปุ๋ยคุณภาพในราคาถูก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว และยกระดับคุณภาพข้าวให้สนองความต้องการของตลาด อีกทั้ง ยังสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐได้ถึงปีละ 20,770 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้งบประมาณช่วยเหลือชาวนา ตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (โครงการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน20 ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท) ซึ่งใช้เงินปีละประมาณ 54,300 ล้านบาท” - รมว.ธรรมนัส กล่าว

นี่คือที่มาที่ไป

หลังจากนั้น นบข.ก็พิจารณาเห็นชอบ

จากนั้น เสนอต่อ ครม. ครม.ก็เห็นชอบ

แต่มาชะลอโครงการเพื่อพิจารณาทบทวนล่าสุด

เพราะฉะนั้น เชื่อแน่ว่า คงจะต้องเร่งมาตรการช่วยเหลือชาวนาออกมาแทน เร็วๆ นี้

5.น่าสนใจว่า ถ้ารัฐบาลยังจะทำโครงการไร่ละพันด้วย ก็จะต้องใช้เงินกว่า 5.4 หมื่นล้านบาท

รวมกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง อีก 29,980 ล้านบาท

จะเอาเงินจากที่ไหน? .

งบกลาง ในงบประมาณแผ่นดิน ปี 2567 ถูกกันไว้ทำโครงการเติมเงินหมื่นกระเป๋าดิจิทัล วอลเล็ต อยู่กว่า4 หมื่นล้านบาท ?

ถ้าจะใช้เงิน ธ.ก.ส. ถ้าจะทำทั้งสองโครงการ จะเกินกรอบเพดานหรือไม่? เหมาะสมหรือไม่ เพราะ ธ.ก.ส.ก็ต้องดูแลเกษตรกรส่วนอื่นด้วยเช่นกัน?

สำหรับประเด็น ข้อดี-ข้อเสีย รวมถึงจุดตายของโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ท่านผู้อ่านสามารถย้อนกลับไปอ่านบทความในคอลัมน์นี้ อ่านระหว่างบรรทัด เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว 15 ก.ค. 2567

สันติสุข มะโรงศรี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
09:15 น. เปิด 5 ความทรงจำ ในหลวง ร.9 ผ่านเครื่องประดับ พระราชินีสุทิดาฯ
09:00 น. ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชำแหละ 3 เหตุผล ทำไมต่างชาติมองไทยเป็นหลุมหลบภัย อันดับต้นๆของโลก
08:45 น. ทรัมป์เตือน นาโต้อย่าทำเฉย ไม่ช่วยป้องฮอร์มุซ ระวังจะเดือดร้อน
08:29 น. นันทิวัฒน์ กระทุ้งรัฐ! เลิกฟรีวีซ่า คัดกรองเข้มสกัดมาเฟีย-สแกมเมอร์
08:19 น. สว.นันทนา ฟาดแรง! ลั่นปิดจบคดีฮั้วสว.โดยไร้คนผิด คือจุดล่มสลายของความยุติธรรมไทย
ดูทั้งหมด
เปิดโปรไฟล์ กัปตันณัฏฐ์ สามีคู่ชีวิตกุญแจซอล กับบทบาทคุณพ่อลูก 5
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ทรงร่วมฟ้อนภูไท ลานคำหอมรำลึก สืบสานมรดกวัฒนธรรมพื้นถิ่นอย่างงดงาม
10 จังหวัด ตัวเต็ง ร้อนจัด จับตาเมษายน 2569 ทะลุสถิติเก่า ?
เอ็ดดี้ ปลื้ม 4 นักการเมืองในดวงใจ ยอดฝีมือได้โอกาสบริหารแผ่นดิน
ฉาวจนทัวร์หนี นักท่องเที่ยวจีนขยาดไม่กล้าเหยียบกัมพูชา ยอดเข้านครวัดลดฮวบ 40%
ดูทั้งหมด
จริยธรรมกับผู้บริหารบ้านเมือง
วิกฤตพลังงาน‘จ่อคอหอย’รัฐบาล
ความคิดที่ถูกต้องของคนเรา มีคุณค่าความหมายและประโยชน์ต่อชีวิต 1
มิกกี้เม้าส์ 2
ราคาขายปลีกน้ำมันในไทยหลัง 16 มี.ค. ค่อยเป็น-ค่อยไป
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิด 5 ความทรงจำ ในหลวง ร.9 ผ่านเครื่องประดับ พระราชินีสุทิดาฯ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชำแหละ 3 เหตุผล ทำไมต่างชาติมองไทยเป็นหลุมหลบภัย อันดับต้นๆของโลก

นักท่องเที่ยวตื่นตา ฝูงโลมาปากขวด ว่ายโชว์ตัวกลางทะเลใกล้เกาะตาชัย

ชาวนาบุรีรัมย์ ไถนาไปปาดเหงื่อไป กังวลน้ำมันแพง กระทบต้นทุนสูง

ไรเดอร์เสียงดุ บูลลี่ไม่รับคนอ้วน เถียงกันเดือด ลูกค้าซัดกลับ ลุงก็ไม่ได้ผอมนะ

เซ่นวิกฤติน้ำมัน! วัดดังนครพนม ประกาศงดรับเผาศพ

  • Breaking News
  • เปิด 5 ความทรงจำ ในหลวง ร.9 ผ่านเครื่องประดับ พระราชินีสุทิดาฯ เปิด 5 ความทรงจำ ในหลวง ร.9 ผ่านเครื่องประดับ พระราชินีสุทิดาฯ
  • ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชำแหละ 3 เหตุผล ทำไมต่างชาติมองไทยเป็นหลุมหลบภัย อันดับต้นๆของโลก ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชำแหละ 3 เหตุผล ทำไมต่างชาติมองไทยเป็นหลุมหลบภัย อันดับต้นๆของโลก
  • ทรัมป์เตือน นาโต้อย่าทำเฉย ไม่ช่วยป้องฮอร์มุซ ระวังจะเดือดร้อน ทรัมป์เตือน นาโต้อย่าทำเฉย ไม่ช่วยป้องฮอร์มุซ ระวังจะเดือดร้อน
  • นันทิวัฒน์ กระทุ้งรัฐ! เลิกฟรีวีซ่า คัดกรองเข้มสกัดมาเฟีย-สแกมเมอร์ นันทิวัฒน์ กระทุ้งรัฐ! เลิกฟรีวีซ่า คัดกรองเข้มสกัดมาเฟีย-สแกมเมอร์
  • สว.นันทนา ฟาดแรง! ลั่นปิดจบคดีฮั้วสว.โดยไร้คนผิด คือจุดล่มสลายของความยุติธรรมไทย สว.นันทนา ฟาดแรง! ลั่นปิดจบคดีฮั้วสว.โดยไร้คนผิด คือจุดล่มสลายของความยุติธรรมไทย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ประเทศไทยหลังมีรัฐบาลใหม่

ประเทศไทยหลังมีรัฐบาลใหม่

16 มี.ค. 2569

จุดเปลี่ยนประเทศไทย  ความท้าทายของรัฐบาลอนุทิน

จุดเปลี่ยนประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลอนุทิน

9 มี.ค. 2569

กรรมฟอกเงินโกงสหกรณ์คลองจั่น  สะเทือนวิมานธรรมกาย

กรรมฟอกเงินโกงสหกรณ์คลองจั่น สะเทือนวิมานธรรมกาย

2 มี.ค. 2569

โอกาสของประเทศไทย  กับรัฐบาลอนุทิน

โอกาสของประเทศไทย กับรัฐบาลอนุทิน

22 ก.พ. 2569

ประเทศไทยกำลังก้าวไปในทางที่ดี  โล่งใจ สะใจ สบายใจ ภูมิใจ

ประเทศไทยกำลังก้าวไปในทางที่ดี โล่งใจ สะใจ สบายใจ ภูมิใจ

16 ก.พ. 2569

ถ้าประชามติผ่าน?

ถ้าประชามติผ่าน?

9 ก.พ. 2569

ตีแผ่พิษส้ม กลวิธีโฆษณาชวนเชื่อ  คุณกำลังถูกโกหกเรื่องอะไรบ้าง?

ตีแผ่พิษส้ม กลวิธีโฆษณาชวนเชื่อ คุณกำลังถูกโกหกเรื่องอะไรบ้าง?

2 ก.พ. 2569

นโยบายเลือกตั้งอันตราย  ยาพิษ คำลวง ความหวังของประเทศที่ต้องการคุกคามไทย

นโยบายเลือกตั้งอันตราย ยาพิษ คำลวง ความหวังของประเทศที่ต้องการคุกคามไทย

26 ม.ค. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved