วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568
ภาคใต้ประสบภัยน้ำท่วม แต่“แพทองธาร ชินวัตร”นายกรัฐมนตรี ไปลั้ลลาอยู่เชียงใหม่ เพื่อประชุม“ครม.สัญจร”นัดแรกในรัฐบาลของเธอ พร้อมตรวจราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ และเชียงรายหลังได้รับการฟื้นฟูจากเคยประสบภัยน้ำท่วม ที่ชาวบ้านกลับมาใช้ชีวิตได้เกือบจะปกติ เพราะกำลังพลทหาร และภาคประชาชนจิตอาสาเป็นหลัก
คนที่เป็นหัวแรงสำคัญซึ่งอยู่ในพื้นที่ตลอด จากวันแรกที่อำเภอแม่สายจมอยู่ใต้น้ำและดินโคลนที่ถูกน้ำพัดพามา จนกลับมาอยู่ในสภาพที่เกือบจะสู่ภาวะปกติใหม่ได้ ที่ต้องกล่าวถึงก็คือ “บิ๊กเล็ก” หรือ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ที่มีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเคยเป็นอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ อันจะต้องหมายเหตุไว้ด้วยว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาลชุดนี้ของ“บิ๊กเล็ก” ก็เป็นโควต้าของพรรครวมไทยสร้างชาติ
ในช่วง“วิกฤตโควิด-19”สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ซึ่งเวลานั้นนั่งเก้าอี้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ถือว่าเป็น“มือทำงาน”ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นมือทำงานของรัฐบาลในฐานะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดฯ หรือ ผอ.ศปก.ศบค. ที่ทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตโควิดมาได้ โดยที่ทั่วโลกและองค์การอนามัยโลก (WHO) ยกย่องว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประสิทธิภาพในการรับมือและแก้ไขวิกฤต..และ WHO ได้นำรูปแบบการจัดการของประเทศไทยไปพัฒนาต่อยอด
น้ำท่วมภาคใต้คราวนี้ก็เหมือนกัน..พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้บินด่วนลงไปภาคใต้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนเมื่อวานนี้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีไอแพด-แพทองธาร ชินวัตร บินขึ้นไปภาคเหนือตามกำหนดการ..ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม 2567
และอันที่จริงแล้ว “แพทองธาร ชินวัตร”นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำของประเทศ ควรจะต้องเป็นตัวหลักและเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยได้รู้สึกอุ่นใจ แม้ว่าจะมีกำหนดการเดิมอยู่แล้วก็ตาม เพราะขนาดว่า..การประชุม ครม.ก็ยังเลื่อนการประชุมมาแล้ว
ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะบินขึ้นไปจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงรายในช่วงนี้..แล้วก็ไปลั้ลลาถ่ายรูปสร้างภาพแบบกินอาหารเมือง และสวมชุดเสื้อผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติด้วยครั่งสีชมพูบานเย็น ที่มีการตัดเย็บเตรียมไว้ให้แล้ว
เวลานี้ มี 7 จังหวัดในภาคใต้ที่ประสบกับสถานการณ์อุทกภัย นอกจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส ที่อยู่ในสภาพ“จมใต้บาดาล”และประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว..อีก 4 จังหวัดก็มี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และสตูล
รวมพื้นที่ประสบอุกทกภัยทั้งหมด 50 อำเภอ 321 ตำบล 1,884 หมู่บ้าน..ประชาชนได้รับผลกระทบ 136,219 ครัวเรือน..ซึ่งในเบื้องต้นนี้ที่จังหวัดปัตตานีมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย..ในฐานะที่“มาดามแพ”เป็นผู้นำรัฐบาลจะต้องใส่ใจอย่างจริงจัง..ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ปากบอกว่า“ส่งกำลังใจและความห่วงใย”ไปให้..หรือใช้ให้นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็น“นายกฯตัวแทน”สั่งการให้ทุกกระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนที่ประสบภัย
ใครก็รู้ว่า“มาดามแพ”ขึ้นไปประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดเชียงใหม่ และตรวจพื้นที่ทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย รวมทั้งมีภารกิจหลายอย่างที่เปรียบเสมือนแค่“ผักชีโรยหน้า”..เป้าหมายสำคัญก็คือ เพื่อไปเรียกฐานคะแนนนิยมที่ถูกพรรคประชาชนช่วงชิงไปกลับคืนมา
เพราะทั้งสองจังหวัดหัวเมืองภาคเหนือนี้ เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทยได้เสียที่นั่ง สส.ให้แก่พรรคประชาชน จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2566..โดยที่จังหวัดเชียงใหม่จาก สส.10 คน ได้มาแค่ 2 คน และเชียงรายจาก 7 คน ถูกสอยไป 3 คน
เช่นเดียวกับอดีตนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา กำลังโหมบุกในภาคอีสานเวลานี้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ไปปักธงที่จังหวัดอุดรธานีจากการไปช่วยหาเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ.อุดรธานี“เมืองหลวงคนเสื้อแดง”เป็นแห่งแรก
โดยในวันที่ 11 ธันวาคมเดือนหน้า..“ทักษิณ ชินวัตร”มีกำหนดการจะไปจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งตรงกับวันที่มีการเปิดรับสมัครผู้สมัครนายก อบจ.อุบลราชธานี โดยพรรคเพื่อไทยจะส่งนายกานต์ กัลป์ตินันท์ อดีตนายก อบจ.อุบลราชธานี ลงสมัครอีกหนึ่งสมัย
จากนั้นในวันที่ 23 ธันวาคมก็จะโฉบขึ้นไปจังหวัดเชียงใหม่..เพื่อช่วยหาเสียงให้แก่ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทย และก่อนปีใหม่ช่วงปลายเดือนธันวาคมก็จะวกกลับไปที่ภาคอีสานอีกครั้ง..โดยมีกำหนดการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้แก่ผู้สมัครนายก อบจ.ศรีสะเกษ ของพรรคเพื่อไทย
ความเคลื่อนไหวของสองพ่อลูกคู่นี้ ก็เหมือนการใช้ยุทธศาสตร์“แยกกันเดิน-รวมกันตี”เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน.. คือกู้ฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยในจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสานกลับคืนมาสำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า..โดยไม่ให้หมิ่นเหม่ต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง..เรื่อง“การครอบงำและชี้นำ”พรรคการเมือง
นั่นก็คือ-พรรคเพื่อไทยต้องการกวาดที่นั่ง สส.แบบ“แลนด์สไลด์”..เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวเหมือนพรรคไทยรักไทยในอดีต !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

หาดใหญ่ผวาซ้ำ! ภัยมืดคนใช้มอ'ไซค์ จอดใต้สะพาน เจาะ-ปาดท่อน้ำมันเกลี้ยงถัง
อัศจรรย์รอบ 10 ปี! เหมยขาบ ‘บุกดอยผาตั้ง’ อุณหภูมิลดฮวบแตะ –1 องศาฯ
บิ๊กป้อม ท้าไปถาม ปชช. 70 ล้านคน ยังอยากให้อยู่ในการเมืองต่อหรือไม่
แมน การิน อาจารย์เบ นำทีมจิตอาสาลงพื้นที่แจกอาหารพระราชทาน
บอย เจี๊ยบ มอบเงินส่วนตัว 70,000 บาท ช่วยพี่น้องชาวใต้สู้วิกฤติน้ำท่วมภาคใต้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี