วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569
ในประเทศพัฒนากฎระเบียบบรรพบุรุษวางไว้ถือเป็นหมุดหมายของชาติ ผู้ปฏิบัติต่อมาต้องปรับใช้ให้กับสภาวะและทำตามกติกายึดมั่นในสถาบันเหนือบุคคล อย่างประเทศสิงคโปร์ อดีตประธานาธิบดี ลี กวนยู บิดาผู้ก่อตั้งประเทศให้พัฒนาอยู่แนวหน้าของโลก
ลี กวนยู ทำพินัยกรรมไว้ให้รื้อทิ้งบ้านที่เขาใช้เป็นที่อาศัยตลอดชีวิตทำงาน ลีสั่งให้รื้อทำลายบ้าน เพราะเขาไม่ต้องการให้คนรุ่นหลังให้ความสำคัญต่อบุคคลเหนือสถาบัน คือ หลักการพัฒนาประเทศ
เวียดนามก็ยึดถือสถาบันสำคัญกว่าบุคคลเช่นกัน เวียดนามถือว่าพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นสถาบันหลักของชาติ พวกเขาจึงสร้างคนรุ่นต่อๆ กันมาให้ยึดถือแนวทางพรรคคอมมิวนิสต์เป็นสำคัญ คนไหนพร้อมเป็นผู้นำก็นำเรื่องเข้าที่ประชุมสมัชชาใหญ่ ให้เลือกผู้นำคนใหม่ทุกๆ ห้าปี ที่สำคัญสถาบันพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามกำจัดผู้นำที่ทำให้พรรคมัวหมองในทันที
ประเทศที่ยึดถือสถาบันสำคัญกว่าบุคคล จะลงโทษคนที่ทำให้สถาบันมัวหมองอย่างเฉียบขาด จีน เวียดนาม ลงโทษประหารชีวิตสมาชิกพรรคคนสำคัญนับสิบนับร้อยคน
ในห้วงเวลาสิบปีที่ผ่านมา สิ่งที่จีนกับเวียดนามทำลงไปถือได้ว่าเพื่อปกป้องให้สถาบันสำคัญกว่าบุคคล
จึงไม่แปลกใจ ประเทศที่ยึดถือสถาบันเหนือบุคคลได้พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมืองล้ำหน้าประเทศที่ยึดถือบุคคลเหนือสถาบันไปไกลจนไม่เห็นฝุ่น
ประเทศไทยยึดถือบุคคลเหนือสถาบันการเมืองนักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ที่ปล้นชาติพยาบาทสถาบันฯ สร้างความเสียหายอย่างไรให้ดูตัวอย่าง ในขณะทุกที่คนในชาติขาดทุนล้มละลายตอนธนาคารชาติลดค่าเงินบาทปี 2540 นักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์รู้ความลับภายในล่วงหน้าสมคบกับฝรั่งตุนดอลลาร์ได้กำไรจากลดค่าเงินบาทกว่าห้าพันล้านบาทเพียงคนเดียว
แต่เป็นที่น่าประหลาดใจ คือ คนไทยส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นศรัทธานักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์คนนั้น ยึดถือเขาเป็นคนสำคัญเหนือสถาบันยุติธรรมทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นอัยการ กรมราชทัณฑ์ ตลอดถึงโรงพยาบาลตำรวจ ที่ทุกหน่วยงานทุกส่วนราชการยึดถือคำพูดของบุคคลผู้นั้นเป็นสรณะ
ในขณะที่เป็นสัมภเวสีหนีคุกอยู่ต่างประเทศ เขาพูดเป็นร้อยครั้งว่าจะกลับประเทศไทยอย่างเท่ๆ และคำพูดของนักโทษหนีคุก เป็นเหมือนคำบัญชาให้สมุนบริวารที่มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี แสวงหาลู่ทางหาช่องว่างกฎหมายให้เจ้านายกลับบ้านโดยไม่ต้องติดคุก
เมื่อถึงเวลานักธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ได้กลับบ้านอย่างเท่ๆ นักโทษนั้นไม่ต้องเข้าคุกแม้แต่วันเดียว เนื่องจากว่ารักษาการรัฐมนตรียุติธรรมตอนนั้นเคยรับใช้นายอย่างใกล้ชิด อ้างว่านักโทษเทวดาป่วยเจียนตายต้องปฏิบัติตามระเบียบใหม่กรมราทัณฑ์ให้กักขังนักโทษนอกเรือนจำตามที่กำหนดได้
ส่วนโรงพยาบาลตำรวจก็ปฏิบัติตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ที่เตี๊ยมกันล่วงหน้า ประชาชนทักท้วงอย่างไรก็ไม่แยแสแม้กระทั่ง ป.ป.ช.ที่มีอำนาจสอบสวนขอเวชระเบียนรักษาคนป่วย 180 วัน โรงพยาบาลตำรวจ ก็ถือความเป็นส่วนตัวของนักโทษเทวดาเป็นสรณะ ไม่มอบเวชระเบียนให้ ป.ป.ช.
คนไทยถือว่าบุคคลสำคัญกว่าสถาบันอย่างไร พิสูจน์จากที่เขาขัดพระบรมราชโองการ พระราชทานอภัยโทษจำคุกในความผิดทุจริตคอร์รัปชั่นจากจำคุกแปดปี เหลือต้องรับโทษจำคุกหนึ่งปี แต่เขาไม่ยอมเข้าคุกแม้แต่วันเดียว โดยมีรัฐมนตรียุติธรรม เจ้ากรมคุก และรพ.ตำรวจ อ้างว่าระเบียบกรมราชทัณฑ์สำคัญเหนืออื่นใด
เมื่อผู้มีความสำคัญเหนือสถาบันเหิมเกริมว่า คำพูดของตน คือ คำบัญชาที่ทุกฝ่ายต้องยึดเป็นสรณะ การให้สัมภาษณ์สำนักข่าวนิกเกอิเอเชีย เขากล่าวว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ในความผิดละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ขัดขวางการขายข้าว จีทูจีเก๊ เธอถูกศาลตัดสินขณะหนีไปต่างประเทศ เขาบอกนิกเกอิว่า “ยิ่งลักษณ์จะกลับประเทศไทยก่อนสงกรานต์ปีหน้า”
คำพูดของเขาเหมือน คำบัญชาทำให้กรมราชทัณฑ์รีบปล่อยนักโทษคดีจำนำข้าวเป็นพรวน ทั้งๆ ที่ศาลตัดสินจำคุกนักโทษเหล่านั้น 48 ปี บ้าง 30 ปีบ้าง แต่บางคนติดคุกไม่ถึงเจ็ดปีโดยกรมราชทัณฑ์ ให้เหตุผลว่านักโทษเหล่านี้เป็นนักโทษชั้นดีทั้งๆ ที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้านบาทเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
การกระทำของกรมราชทัณฑ์เหมือนกับเป็นการด้อยค่าคำตัดสินศาลที่ให้คนโกงชาติติดคุกนานปี เพื่อที่ได้ดัดสันดานตามความหมายของราชทัณฑ์ พฤติกรรมของกรมราชทัณฑ์จึงดูเหมือนฟังผู้มีความสำคัญเหนือสถาบันการเมือง ที่ปล่อยนักโทษคดีจำนำข้าวเป็นการกรุยทางให้ นักโทษหนีคดี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้กลับบ้านโดยไม่ต้องเข้าคุก เนื่องจากกรมราชทัณฑ์มีข้ออ้างว่าระเบียบใหม่ให้นักโทษกักกันตัวในวิลล่าของตัวเองได้ โดยมีนายตำรวจระดับผู้กำกับเทวดาคอยควบอย่างใกล้ชิด
นอกจากใช้อวัยวะเบื้องล่างขยี้ความยุติธรรมเพื่อทำให้ตนและน้องสาวไม่ต้องเข้าคุกแล้ว บุคคลผู้มีอำนาจเหนือสถาบัน ผลักดันผู้สืบสันดานขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่ไร้สติปัญญาไร้วุฒิภาวะที่สุดเท่าที่มีนายกฯมา
เพื่อสร้างความนิยมให้ลูกสาวเมื่อคราวเป็นนายกฯใหม่ๆ เขาสั่งสมุนบริวารซิกแซ็กหาเงินประมาณสี่แสนห้าหมื่นล้านบาท แจกชาวบ้านเป็นการหาเสียงล่วงหน้า โดยอ้างว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบพายุหมุน แต่การแจกเงินคนละหนึ่งหมื่นบาทให้กลุ่มเปราะบางผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้ถือบัตรคนพิการ 14.5 ล้านคนไม่ได้เกิดผลกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นการสูญเปล่าเหมือนลมพัดชายคาหาใช่พายุเศรษฐกิจดังคิดเฟ้อฝันไม่
นอกจากนั้น รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ยังสมคบกับสื่อในเครือข่ายหลอกชาวบ้านว่าเงินหมื่นเฟสสองจะแจกเงินเดือนธันวาคมบ้าง แจกก่อนตรุษจีนบ้าง ทั้งๆ ที่นายกรัฐมนตรีถอนเรื่องเงินหมื่นเฟสสองออกจากที่ประชุมครม.เมื่อสองอาทิตย์ก่อน เนื่องจากกฤษฎีกาทักท้วงว่าผิดกฎหมาย ที่สำคัญรัฐบาลกำลังถังแตกเพดานหนี้สาธารณะถึง 70% แล้วรัฐบาลมากู้แจกอีกไม่ได้
ด้านนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ไปพูดในงาน Sustainability Forum 2025 : กล่าวในหัวข้อ แนวทางในการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 3 ข้อ
1.ภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งที่ผ่านมามีการพิจารณา Global Minimum Tax (GMT) ที่ทำให้มีการปรับภาษีเงินได้นิติบุคคลของแต่ละประเทศ โดยไทยจะศึกษาการจัดเก็บจาก 20% เป็น 15%
2.ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งจะมีการศึกษาเพื่อจูงใจการทำงานในประเทศไทย อาจมีการพิจารณาจาก 35% เหลือ 15%
3.ภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) หรือ ภาษีบริโภค โดยทั่วโลกมีการเก็บระหว่าง 15-25% ในขณะที่ไทยเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพียง 7% จากอัตราที่กำหนดไว้ 10%
แต่ไปดูข้อ 3 เก็บแวตเพิ่ม 10 หรือ 15% เท่าไหร่ยังไม่ทราบ เพราะเป็นการโยนหินถามทาง นี่มันขูดภาษีจากประชาชนทุกคนในประเทศไทยเหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก รัฐบาลต้องการหาเงิน เพราะผลาญไปกับนโยบายประชานิยมเยอะ ไม่ขึ้นก็ต้องกู้เพิ่ม แต่สถานการณ์การกู้เพิ่มมันก็เริ่มยาก เพราะมีโอกาสเลยเพดาน มันจึงมาลงที่การเก็บภาษี
เก็บแวต 10 หรือ 15% อยู่ในความคิดของหลายรัฐบาล แต่ทำไม่ได้ เพราะกลัวเสียคะแนนนิยม เนื่องจากประชาชนต้องรับภาระเพิ่ม แต่รัฐมนตรีคลังทะเล่อทะล่าพูดออกไปทำให้นายกฯต้องออกมาแก้ข่าวสองวันต่อมาว่า “เรื่องขึ้นภาษีแวต 10% 15% อะไรนั่น ยังไม่ได้มีการพูดกันนะ รัฐมนตรีคลังกำลังศึกษาว่าจะหารายได้เพิ่มอย่างไร”
วันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา “ทักษิณ ชินวัตร”ขึ้นเวที Dinner Talk : Vision for Thailand 2024 จัดโดยเครือเนชั่น วันนั้น “ทักษิณ” พูดเรื่องปฏิรูปภาษีเอาไว้
“...อยากให้มีการปรับภาษีให้เป็นธรรมและแข่งขันได้ เพื่อให้ประเทศไทยลดภาษีลงเพื่อให้คนมาอยู่มากขึ้น แต่เราจะเสียรายได้บางส่วน...แต่ในเรื่องนี้ถ้าเราจะขึ้นแวตหรือไม่ เพราะรายได้ลดลง โดยแวตต้องเอามาคืนได้มากขึ้น ซึ่งมาสู่เรื่อง Negative”
จึงพูดมาแต่ต้นว่า หากคนไทยส่วนใหญ่ยังยึดถือบุคคลเหนือสถาบันที่วางหลักเกณฑ์นโยบายไว้เป็นหลักฐานประเทศไทยก็เรือหายอีกต่อไป
สุทิน วรรณบวร

เปิดภาพรัง‘สแกมเมอร์เขมร’ ถูกทหารไทยยึดคืน‘บ้านหนองจาน’ หลักฐานโยงธุรกิจดำเพียบ
‘อดีตนักรบดำ’เคลียร์ชัดๆทำไมศึกยก2 ไม่มี‘เชลยศึก’ ฉะไม่เนรคุณ ไม่ใช่สมุน‘ฮุน เซน’
รวบ'หมู่เต้ย'นักรบชายแดน ลืมกินยาจิตเวช หูแว่วขโมยรถในรพ.
เลยหนาว11องศา นั่งรถอีแต๊กขึ้นชม'ทะเลหมอกภูค้อน้อย' ปิ้งข้าวจี่สุดฟิน
‘สิบเอก’นักรบชายแดน ลืมกินยาจิตเวช หูแว่วแพ้เสียงในหัว ขโมยจยย.ในรพ.นครพนม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี