วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 24 มีนาคมเป็นวันแรกของศึกซักฟอก“มาดามแพทองโพย” ซึ่งฝ่ายค้านโดยพรรคประชาชนจะมีทีเด็ดสมกับราคาคุยหรือไม่ ก็คงจะได้เห็นกัน แต่ที่น่าสนใจนั้น คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะหยิบยกประเด็นไหนขึ้นมาอภิปราย ที่ว่ากันว่าจะสะเทือนไปถึง“ทักษิณ ชินวัตร”
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยล็อคเป้าที่“มาดามแพทองโพย”เพียงคนเดียวของฝ่ายค้านในครั้งนี้ คงไม่ง่ายนักที่ สส.ฝ่ายค้านแต่ละคนที่ลุกขึ้นมาอภิปราย จะอภิปรายกันได้อย่างสะดวกราบรื่น
“องครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับ” 20 คนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็คือองครักษ์พิทักษ์“คุณหนูนายน้อย” ย่อมต้องทำงานกันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช เพราะ“มาดามแพทองโพย”คือกล่องดวงใจของ“นายใหญ่”เจ้าของคอก เรียกว่าคงจะถวายหัวปกป้องถึงขนาด“นายข้าใครอย่าแตะ”กันเลยทีเดียว
ปัญหานี้ ฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนก็รู้ดี อยู่ที่ว่าจะวางหมากแก้เกมอย่างไร ซึ่งนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึง“องครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับ”ของพรรคเพื่อไทยว่า “เขาคงต้องกระวีกระวาดแหละ คุณหนู ลูกนายใหญ่ใช่ไหม พวกเหล่าบรรดาลูกสมุน บรรดาบริวารในกงสีก็ต้องออกมาทำคะแนน ก็เป็นเรื่องธรรมดา มันก็ยิ่งทำให้ด้อยค่าภาวะผู้นำของตัวนายกรัฐมนตรี ก็เหมือนกับลูกคุณหนู ไข่ในหินอะไรอย่างนี้ ต้องมีพี่เลี้ยงคอยป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดอกเช็ดปากตลอดเวลาอะไรอย่างนี้”
ในประเด็นที่เกี่ยวกับ“ดีลแลกประเทศ”ซึ่งพรรคประชาชนได้โหมโรงเรียกน้ำย่อยเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนติดตามศึกซักฟอก“มาดามแพทองโพย” และบุคคลในครอบครัวตระกูลชินวัตรนั้น ถ้าอภิปรายกันเพียงแค่ใช้โวหาร และพูดเรื่องเก่าๆ ที่คนไทยรู้กันดีอยู่แล้ว โดย สส.ของพรรคประชาชนไม่มีข้อมูลเชิงลึกเพื่อจะมัดตัวเอาผิดกับ“มาดามแพทองโดย” ก็ต้องถือว่า“งั้นๆ”ไม่มีอะไรใหม่ที่จะทำให้เกิดผลสะเทือนเลื่อนลั่นได้
เช่นที่พรรคประชาชนเคยโพสต์เมื่อวันที่ 17 มีนาคมสัปดาห์ก่อน ในเฟซบุ๊กของพรรคประชาชน ว่า“เมื่อช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ เมื่อช้างสารดีลกัน ประชาชนก็แหลกลาญ 18 เดือนภายใต้รัฐบาลที่ดีลกันบนผลประโยชน์ของชนชั้นนำ เหยียบย่ำเสียงของประชาชน คนไทยต้องสูญเสียไปเท่าไหร่ เพื่อให้คนบางคนได้กลับบ้าน ประเทศเสียหายไปแค่ไหน เพื่อให้ แพทองธาร ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี”
ข้อความทั้งหมดนั้น ว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องเก่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่พรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล และ“เศรษฐา ทวีสิน”เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงกลางปี 2566 จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็น“แพทองธาร ชินวัตร”ในเดือนสิงหาคม 2567 แต่ปรากฏว่าพรรคประชาชน ไม่เคยหยิบยกประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาตรวจสอบรัฐบาลแม้แต่น้อย กลับปล่อยให้ผ่านมาถึงทุกวันนี้ นั่นก็เพราะพรรคประชาชน“ค้านไปรอเสียบไป” อันเป็นผลมาจาก“ดีลฮ่องกง” ระหว่าง“ทักษิณ ชินวัตร” กับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”
ประเด็นที่ว่า “เมื่อช้างสารดีลกัน ประชาชนก็แหลกลาญ” ก็เพราะ“ดีลฮ่องกง”ระหว่าง 2 นายทุนเจ้าของพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชน ที่ได้ตกลงอะไรกันไว้ จึงทำให้พรรคประชาชนตั้งแต่ยังเป็นพรรคก้าวไกลปล่อยปละละเลย ไม่เคยตรวจสอบกรณี“ป่วยทิพย์” บนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจของ“ทักษิณ ชินวัตร” นับแต่วันแรกที่ทักษิณเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และได้รับการพักโทษกลับไปอยู่บ้าน“จันทร์ส่องหล้า”ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยไม่เคยติดคุกอยู่ในเรือนจำแม้แต่วันเดียว
อีกประเด็นหนึ่งที่พรรคประชาชนโฆษณาเรียกน้ำย่อยว่า “ประเทศเสียหายไปแค่ไหน เพื่อให้ แพทองธาร ชินวัตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี” ความจริงสิ่งที่พรรคประชาชนควรถามนั้น คือต้องถามตัวเองว่า พรรคประชาชนมัวไปทำอะไรอยู่ จึงปล่อยให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ“มาดามแพทองโพย”ผู้ซึ่ง“ขาดภาวะผู้นำ-ขาดวุฒิภาวะ-ขาดความรู้ความสามารถ”และถูกบิดาชี้นำและชักใยเป็น“นายกฯหุ่นเชิด” ล้างผลาญเงินงบประมาณแผ่นดิน ที่นำมาแจกในโครงการ“ดิจิทัลวอลเล็ต”อันเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนว่าด้วยการ“ตกเขียว”ของพรรคเพื่อไทย ที่รัฐสูญเงินไปแล้ว 1.8 แสนล้านบาท ทั้งเฟส 1 และเฟส 2
และในเร็วๆ นี้ก็กำลังจะแจกเฟส 3 ให้แก่ประชาชนที่มีช่วงอายุระหว่าง 16-20 ปีอีกคนละ 1 หมื่นบาท จำนวน 2.7 ล้านคน โดยจะใช้เงินประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท
การแจกเงิน 1 หมื่นบาททั้งเฟส 1 และเฟส 2 ไม่เพียงแต่จะไม่เกิด“พายุหมุนทางเศรษฐกิจ”จำนวน 4 ลูกตามที่พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าไว้เท่านั้น เสียงคัดค้านจากพรรคประชาชนเพื่อทำหน้าที่“ตรวจสอบ-ถ่วงดุล”ก็ยัง“เงียบกริ๊บ” จะมีก็เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อเท่านั้น ไม่มีผลเกิดขึ้นในทางปฏิบัติที่จะระงับยับยั้งโครงการล้างผลาญงบประมาณแผ่นดินที่ว่านี้ได้
ต้องติดตามดู ว่าจะเป็นไปอย่างที่พรรคประชาชนป่าวประกาศไว้หรือไม่ว่า “ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรกของพรรคประชาชน เปิดทุกดีลลับ คิดบัญชีทุกความสูญเสีย เปิดทุกแผลที่ถูกหมกเม็ด ของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 24 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป”
บรรทัดนี้ คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า การประท้วงของ 20 องครักษ์พิทักษ์“คุณหนูนายน้อย” คงจะเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับประชาชนคนไทยที่เฝ้าติดตามการถ่ายทอดสดของสภาฯ และก็อย่าไปคาดหวังอะไรให้มากนัก
ควรต้องทำใจร่มๆ หาไม่เช่นนั้น จอไอแพด จอแท็บเล็ต หรือจอทีวีอาจจะได้รับความเสียหายได้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ยะลาอ่วม! ดีเซล-เบนซินขาดตลาด ปั๊มเบตงประกาศงดใส่แกลลอน-จำกัดเติมพันเดียว
กองทัพเรือเตือน ทุ่นระเบิด โผล่อ่าวเปอร์เซีย แนะเรือไทยหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงสูง
ซาบีดาเปิดงานสี่เผ่าไท ชู Soft Power วัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจปี 69 ปั้นเมืองรองผงาดสู่เมืองหลัก
รพ.ราชวิถี ประกาศความสำเร็จ ใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดตับอ่อน ผู้ป่วยเด็ก12ปี อายุน้อยที่สุดในไทย
ชัยวุฒิ เตือน รัฐบาล รับมือ วิกฤตซ้อนวิกฤต พลังงานพุ่ง รายได้หด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี