วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. 2568 ที่ผ่านมา มีประเด็นดราม่าที่น่าสนใจ กรณีคาเฟ่แห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ จัดพื้นที่เป็นห้องกระจกที่สามารถมองเห็นคนงานกำลังคัดแยกใบยาสูบ ซึ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าเข้าข่าย “สวนสัตว์มนุษย์ (Human Zoo)” หรือไม่ โดยฝ่ายที่เปิดประเด็นขึ้นมามองว่าเป็นการแบ่งชนชั้น มองคนไม่เท่ากัน ระหว่างคนมีฐานะดีนั่งจิบเครื่องดื่มในห้องแอร์ มองคนรากหญ้าฐานะยากจนนั่งทำงานท่ามกลางอากาศร้อนๆ
ส่วนฝ่ายที่โต้แย้งฝ่ายแรกก็ยกเหตุผล เช่น คนงานคัดแยกใบยาสูบไม่ได้ถูกบังคับมาแสดงวิถีชีวิต มีการเปรียบเทียบกับสถานที่อื่นๆ อาทิ ตามศูนย์ซ่อมรถยนต์ที่มีห้องรับรองลูกค้าซึ่งสามารถมองเห็นช่างกำลังทำงาน หรือสถานที่พักตากอากาศที่สามารถมองเห็นวิถีชีวิตของเกษตรกรในไร่นารอบข้างได้ และมองว่าคิดมากเกินไปเรื่องสวนสัตว์มนุษย์ เป็นต้น ขณะที่ทางคาเฟ่ดังกล่าวได้ชี้แจงว่า ไม่มีเจตนาลดทอนความเป็นมนุษย์และไม่ได้เป็นการแสดงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นการเปิดพื้นที่เรียนรู้อาชีพที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ที่มาของดราม่าร้อนๆ เรื่องนี้ ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ชาวตะวันตกยังออกล่าอาณานิคมไปทั่วโลก และมีความเชื่อว่าฝรั่งผิวขาว (อันหมายถึงคนจากรัฐชาติต่างๆ ในทวีปยุโรป และต่อมายังรวมถึงสหรัฐอเมริกา) ที่พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ อย่างรวดเร็วในยุคล่องเรือสำรวจดินแดนและปฏิวัติอุตสาหกรรม ถือเป็นผู้มีอารยะ (ศิวิไลซ์ – Civilize) เหนือกว่ามนุษย์ชาติพันธุ์-ชนเผ่าอื่นๆ ที่เหลือ
รายงานพิเศษ How colonialists presented people in 'human zoos' โดยสำนักข่าว DW ของเยอรมนี วันที่ 10 ม.ค. 2565 เล่าย้อนไปในปี 2440 เมื่อเบลเยียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Fair 1897 มีการนำชาวคองโกทั้งชายและหญิงรวม 267 มาแสดงวิถีชีวิตที่สวนสาธารณะขนาดใหญ่ในชานเมืองเทอร์วูเรน ผ่านการจำลองสภาพหมู่บ้านแบบคองโกในพื้นที่ดังกล่าว โดยเวลานั้นคองโกยังเป็นอาณานิคมของเบลเยียม ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากชาวยุโรป โดยมีรายงานผู้เยี่ยมชมถึง 4 หมื่นคนต่อวัน แต่มีเรื่องน่าเศร้าสลด เพราะมีชาวคองโก 7 คน เสียชีวิตก่อนจบงาน
รายงานข่าวดังกล่าวของสื่อเยอรมนี เผยแพร่เนื่องในโอกาสที่พิพิธภัณฑ์ AfricaMuseum Tervuren ในเบลเยียม กำลังจัดแสดงนิทรรศการ Human Zoos: The Age of Colonial Exhibitions เพื่อรำลึกถึงความโหดร้ายที่เคยกระทำกับชาวคองโก ซึ่ง มาร์เทน คอร์ทเทเนียร์ (Maarten Couttenier) นักประวัติศาสตร์และนักมานุษยวิทยา และเป็น 1 ใน 3 ภัณฑารักษ์ของงาน กล่าวว่า สวนสัตว์มนุษย์ดึงดูดฝูงชนจำนวนมหาศาล โดยจัดแสดงผู้คนจากคองโกในบทบาทมนุษย์ถ้ำที่เต้นรำในกระโปรงราเฟียที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอันดั้งเดิม
“สวนสัตว์มนุษย์ไม่เคยถูกจัดแสดงในฐานะปัญญาชน ศิลปิน หรือคนธรรมดาทั่วไป อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์เฉพาะระดับภูมิภาค แต่ผู้คนจากทุกเชื้อชาติได้รับการจัดแสดงและมีการแสดงทุกที่ไม่ว่าในยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ในแอฟริกา แต่กลไกยังคงเหมือนเดิมเสมอ โดยผู้เยี่ยมชมจะได้เห็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับพวกเขาและรู้สึกเหนือกว่า” คอร์ทเทเนียร์ กล่าว
รายงานข่าวยังกล่าวด้วยว่า ในยุครุ่งเรืองของอาณานิคมยุโรป สวนสัตว์มนุษย์หรือการจัดนิทรรศการของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ เช่น ชนพื้นเมืองในทวีปแอฟริกาหรือทวีปอเมริกา รวมถึงชาวซามิ (Sami) ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ในภูมิภาคยุโรปเหนือ (สแกนดิเนเวีย) มักเดินสายจัดแสดงทั่วไปเพื่อความบันเทิงของผู้คน โดยจัดตามแนวทางของมานุษยวิทยาเชิงวิทยาศาสตร์แบบหยาบๆ
ในปี 2446 มีการเผยแพร่แผนภาพ “ประเภทเชื้อชาติ (Racial Types)” ซึ่งแสดงให้เห็นจินตนาการว่าด้วยความเหนือกว่าของเชื้อชาติที่มองว่าคนนอกยุโรปเป็นสิ่งมีชีวิตอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ โดยอำนาจในฐานะเจ้าอาณานิคมทำให้เชื่อมั่นในความเหนือกว่าแบบมีอารยธรรมของตนเอง อย่างในเยอรมนี เคยมีการจัดแสดงสวนสัตว์มนุษย์ในปี 2439 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ในงานแสดงสินค้าที่เมืองเบอร์ลิน
“ชาวแอฟริกันจากอาณานิคมของเยอรมนีมากกว่า 106 คนถูกหลอกล่อด้วยคำสัญญาอันเป็นเท็จ และถูกบังคับให้แสดงตนต่อสาธารณชนที่ตกตะลึงเป็นเวลา 7 เดือนในฐานะชาวบ้านที่แต่งกายด้วยชุดแปลกตา พวกเขาต้องเข้ารับการตรวจร่างกายหรือ ‘ตรวจเชื้อชาติ’ เป็นการลดทอนด้อยค่าต่อหน้าสาธารณชนซ้ำแล้วซ้ำเล่า” รายงานของสื่อเยอรมนี ระบุ
Nonviolence International New York องค์กรภาคประชาสังคม (NGO) ในเมืองนิวยอร์กของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความ The History of the Human Zoo ทางเว็บไซต์ nonviolenceny.org เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2564 ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษ 1800 (ปี 2343 – 2442) จนถึงประมาณช่วงทศวรรษปี 1950 (ปี 1493 - 2502) มีสวนสัตว์มนุษย์อยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ทวีปยุโรปมาจนถึงนิวยอร์ก คนผิวสี (People of Color - POC) อาศัยอยู่ในสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์ในฐานะของสัตว์ที่ถูกจัดแสดง โดยมีทั้งชาวแอฟริกัน เอเชีย ลาตินอเมริกา และชนพื้นเมืองอื่นๆ
“พวกเขาถูกจัดแสดงไม่ว่าจะสวมเสื้อผ้าหรือเปลือยกายในแหล่งที่อยู่อาศัยที่มนุษย์สร้างขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งอ้างว่าดูใกล้เคียงกับบ้านเกิดของ POC แต่ละคนมากที่สุด ผู้ชมจะลูบคลำและถ่ายรูปพวกเขาเพราะพวกเขามองว่าคนเหล่านี้เหมือนกับสัตว์แปลก (Exotic Animal) ซึ่งการที่ POC ถูกกักขังไว้เพราะมีส่วนต่างๆ ของร่างกาย ขนาด หรือรูปร่าง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดูแปลกในสายตาของคนที่ไม่ใช่ POC” บทความขององค์กรดังกล่าว ระบุ
บทความนี้ยังอ้างถึงสวนสัตว์บร็องซ์ (Bronx Zoo) ในนิวยอร์ก ซึ่งในปี 2449 เคยมีการจัดนิทรรศการ “บ้านลิง (The Monkey House)” แต่มีลักษณะเหมือนสวนสัตว์มนุษย์ เพราะแม้จะเป็นการแสดงวิถีวัฒนธรรม เช่น การใช้ทักษะการยิงธนูและการทอผ้า แต่ผู้คนเหล่านี้กลับถูกจัดให้ใช้ชีวิตร่วมกับลิงและถูกแสดงท่าทีเหยียดหยามราวกับเป็นสัตว์ไม่ใช่มนุษย์ นอกจากนั้น ยังมีภาพถ่ายของชนพื้นเมืองชาวฟิลิปปินส์ที่ถูกนำมาจัดแสดงวิถีชีวิตในย่านโคนี ไอส์แลนด์ (Coney Island) ของนิวยอร์ก เมื่อปี 2448 (ซึ่งขณะนั้นฟิลิปปินส์เป็นอาณานิคมของสหรัฐฯ) ด้วย
สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” นำเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เป็นบาดแผลซึ่งมนุษย์กระทำต่อกันในอดีตมาบอกเล่ากับท่านผู้อ่าน ส่วนงาน World Fair นั้น ในระยะหลังๆ รู้จักกันในชื่อ World Expo จัดขึ้นทุกๆ 5 ปี เพื่อแสดงผลงานหรือความสำเร็จของชาติต่างๆ ทั่วโลก และยังคงจัดมาถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดจัดขึ้นที่เมืองโอซากาของญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 13 เม.ย. – 13 ต.ค. 2568 ซึ่งประเทศไทยก็ได้ร่วมจัดนิทรรศการด้วย โดยผู้สนใจสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้ หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ thailandpavilionworldexpo2025.com

แชมป์เก่าร่วง!'ฮิกกินส์'พลิกคิวลิ่วตัดเชือกชิงแชมป์โลก
ศรีสุวรรณ บุกร้อง ป.ป.ช.สอบ ราชทัณฑ์-ยุติธรรม ปมพักโทษ ทักษิณ มิชอบ
คว้ารองแชมป์!ทัพไทยจบอันดับ2เอเชียนบีชเกมส์
แจ๊ส จูเนียร์ แก๊ป โหน่ง เตรียมบุกชมพูทวีป พชร์ อานนท์ จัดกาล่าพรีเมียร์ เห้งเจียแจ๊ส
มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ จับมือ สวพ.FM91 จัดกิจกรรม TAXI DAY รับวันแรงงานแห่งชาติ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี