วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
'จิตป่วย' ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เร่งป้องกันและรักษากันเถอะ

ดูทั้งหมด

  •  

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตอย่างรุนแรง

เป็นปัญหาใกล้ตัวกว่าที่หลายคนเคยคิด


คาดการณ์ว่า มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 1,357,562 คน

พบว่า คนไทยเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย 5,217 คน หรือเท่ากับ 8.02 ต่อแสนประชากร

หรือฆ่าตัวตายเฉลี่ยวันละ 15 คน

หรือฆ่าตัวตาย 1 คน ในทุก 2 ชั่วโมง

นอกจากนี้ พบว่า คนไทยพยายามฆ่าตัวตาย 33,926 คน หรือเท่ากับ 52.07 ต่อแสนประชากร

หรือพยายามฆ่าตัวตายเฉลี่ยวันละ 93 คน

หรือพยายามฆ่าตัวตาย 7 คน ในทุก 2 ชั่วโมง

1.ข้อมูลของกรมสุขภาพจิต พบว่า การประเมินผ่านแอปพลิเคชั่น Mental Health Check In (1 ม.ค. 2563 - 20 ก.พ. 2568) จากจำนวน 6,154,474 ราย

พบว่า มีความเสี่ยงซึมเศร้าร้อยละ 9.14 (562,289 คน)

เสี่ยงฆ่าตัวตายร้อยละ 5.18 (318,917 คน)

และความเครียดสูงร้อยละ 7.87 (484,313 คน)

โดยกลุ่มอายุ 20 - 29 ปี มีความเสี่ยงสูงสุด 

เท่ากับว่า ในบรรดาคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง อาจเป็นคนใกล้ชิด เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน หรือเป็นญาติพี่น้องของหลายคนที่ไม่คาดคิดว่าคนที่ตนเองรู้จักจะเผชิญปัญหานี้อยู่ก็เป็นได้

ปัจจุบัน มีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก ที่ประสบปัญหาความผิดปกติทางจิต หรือการติดสารเสพติดแล้วก็มีปัญหาทางจิตด้วย

 2.ปัจจุบัน ปัญหาสุขภาพจิตเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของความพิการ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

สุขภาพจิตไม่เพียงมีผลต่อตนเอง แต่ยังมีผลต่อคนรอบข้าง และส่งผลต่อสังคมอีกด้วย

ปัญหาสุขภาพจิต ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจ ทั้งผลกระทบทางตรง และทางอ้อม

ผลกระทบทางตรง เช่น ค่าใช้จ่ายในการรักษา ค่าเดินทางพบแพทย์

ผลกระทบทางอ้อม เช่น การสูญเสียรายได้และผลิตภาพแรงงานจากการขาดงานหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะการลดกำลังแรงงานย่อมส่งผลให้ผลผลิตทางเศรษฐกิจลดลง

ทั่วโลก ประเมินมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ จากภาระโรคจิตเวชอยู่ที่ประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 169 ล้านล้านบาท

โดยประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) มีการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโรคจิตเวชคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ตามข้อมูลสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยในปี 2568 จะมีมูลค่าประมาณ 19,284.9 พันล้านบาท เท่ากับว่า เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากโรคจิตเวชคิดเป็นประมาณ 9.64 แสนล้านบาท

เพราะฉะนั้น การป้องกัน รักษา ดูแลปัญหาสุขภาพจิต ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นการลงทุนในทางเศรษฐกิจ ที่มีความจำเป็นและคุ้มค่าสำหรับประเทศส่วนรวมด้วย

3.อุปสรรคสำคัญในการแก้ปัญหา คือ อคติต่อการป่วยจิต

ในสังคมไทย มีอคติต่อการเจ็บป่วยทางจิต โดยมีทั้งค่านิยมเชิงลบ ในลักษณะรังเกียจ ดูถูก อับอาย ทำให้มีการปกปิด ไม่ยอมรับ และนำไปสู่การไม่รักษา ไม่ดูแล

ทั้งๆ ที่ การป่วยจิต สามารถป้องกันได้ และรักษาได้

เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพราะจิตของคนก็เหมือนอวัยวะที่อาจเกิดการเสื่อมชำรุด เจ็บป่วยก็สามารถบำรุงรักษาได้

4.ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2568 มีมติเห็นชอบให้กำหนดให้เดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นเดือนแห่งสุขภาพใจ (Mind Month)

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต ระบุว่า ปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนในวงกว้างการจัดการปัญหานี้ไม่สามารถดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียวได้ เนื่องจากลักษณะของปัญหาที่ซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษาและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ดังนั้น การขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพจิตอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม

กรมสุขภาพจิตได้เสนอแนวคิดเดือนแห่งสุขภาพใจ หรือ Mind Month ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2568

ภายใต้แนวคิด “สุขภาพใจเป็นเรื่องของทุกคน” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย 

สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล เช่น “Mental Health Awareness Month” ในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และบางประเทศในยุโรป

การประกาศให้เดือนพฤษภาคมเป็นเดือนแห่งสุขภาพใจ (Mind Month) เป็นมติคณะรัฐมนตรี จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความชัดเจน ด้านนโยบายและกำหนดกรอบการดำเนินงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วนในประเทศ และมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิตเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดกิจกรรมรณรงค์และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

มุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจ และลดการตีตราที่เกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวช 

สร้างระบบนิเวศที่ช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพจิตที่ดี พร้อมทั้งเข้าใจและสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพจิต

เพื่อเปิดพื้นที่ความร่วมมืออย่างเป็นระบบระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ในการรณรงค์ลดการตีตรา (Stigma) สร้างความตระหนักรู้ (Awareness) ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต (How to seek help) และสนับสนุนการสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) ให้สามารถวางแผนดำเนินกิจกรรมร่วมกับกรมสุขภาพจิตได้อย่างมีทิศทางเดียวกัน และยังเอื้อต่อการขอความร่วมมือจากหน่วยงานในระดับพื้น

“สุขภาพใจเป็นเรื่องของทุกคน” ยกระดับการรับรู้ของประชาชนไทยต่อประเด็นสุขภาพจิตให้เป็นวาระแห่งชาติที่ได้รับความสำคัญเทียบเท่ากับสุขภาพกาย สร้างวัฒนธรรมใหม่ที่ประชาชนทุกคนสามารถดูแลใจของตนเองและผู้อื่นได้ในชีวิตประจำวัน

5.แนวทางข้างต้น น่าสนใจมาก และควรสนับสนุนส่งเสริมอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง

ประเด็นใกล้ตัว เช่น การลดการตีตรา (Stigma) 

การลดการตีตราทางสุขภาพจิต จะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการ และการเปิดเผยปัญหาสุขภาพจิตของประชาชน

เอาง่ายๆ สังคมไทยบางส่วนมักตีตราคนที่เข้าบำบัดรักษาว่า “ไอ้บ้า” – “อีบ้า” ฯลฯ

และทำเหมือนกับว่า คนคนนั้นจะไร้ความเป็นมนุษย์ ไร้ประโยชน์ มีแต่ภาระและเป็นอันตราย

นี่คือปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข โดยคนในสังคมต้องเปลี่ยนทัศนคติ

จิตป่วยต้องบำบัดรักษา ไม่ต้องอายที่จะยอมรับว่ามีอาการป่วยจิต และสังคมก็ต้องไม่ปฏิบัติแบบรังเกียจ บูลลี่ ตีตรา

กรมสุขภาพจิต ยืนยันว่า

(1) การลดการตีตรา (Stigma) จะช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการและการเปิดเผยปัญหาสุขภาพจิตของประชาชน

(2) การเพิ่มความตระหนักรู้ (Awareness) จะทำให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้างมากขึ้น ช่วยลดปัญหาด้านสุขภาพจิตตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้ดีขึ้น

(3) การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต (How to seek help) จะช่วยให้ประชาชนที่มีปัญหาสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 (4) การสร้างสภาพแวดล้อมทั้งทางกายภาพและทางสังคมที่เอื้อต่อการพูดคุย ปรึกษา (Safe space) รับฟังปัญหาสุขภาพจิตอย่างไม่ถูกตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์ ช่วยให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจ ปลอดภัยและกล้าเปิดเผยปัญหาทางใจ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการฟื้นฟูและการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน

6.ช่องทางการตรวจสุขภาพจิต หรือการบำบัดรักษา หรือลดความเสี่ยงทางจิต ควรจะต้องมีหลากหลาย และได้รับการยอมรับ

ในสังคมตะวันตก เราเห็นคนไปพบจิตแพทย์ เหมือนไปหาหมอฟันโดยทำงานทั่วไปในสังคมได้ปกติ

ในบ้านเรา ควรสนับสนุนให้ประชาชนทั่วไปสามารถพูดคุย ปรึกษา และได้รับความช่วยเหลือในสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร เปิดกว้าง และปลอดภัยมากขึ้น

ปัจุจบัน มีช่องทาง เช่น

สายด่วนสุขภาพจิต 1323 เป็นบริการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตฟรีตลอด 24 ชั่วโมงผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ โทรศัพท์ เว็บไซต์ ระบบนัดออนไลน์ เพจ Facebook และ DMIND Application

ศูนย์ให้การปรึกษาสุขภาพจิต ดำเนินการในโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกสิทธิการรักษา ทั้งแบบ Onsite และ Online

รัฐบาลควรสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ สนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพจิตแก่กลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อให้บริการสุขภาพจิตระดับปฐมภูมิ สนับสนุนเครื่องมือและแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ตลอดจนให้ทุนสนับสนุนและการเชื่อมโยงระบบการดูแลผู้ป่วย โดยพยายามเข้าถึงกลุ่มเยาวชนมากขึ้น

สรุป

“จิตป่วย” ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เราควรเร่งป้องกันดูแลสุขภาพจิตใจ และรีบรักษาเมื่อมีอาการป่วยทางจิตใจ

สังคมต้องไม่ตีตรา รังเกียจ

จะลดโอกาสเกิดโศกนาฏกรรม

และปลดชนวนระเบิดเวลาบั่นทอนทำลายสังคมประเทศชาติ

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:43 น. ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
20:39 น. สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
20:18 น. ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด
20:17 น. ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร และคณะบุคคลต่างๆเฝ้าฯ
20:09 น. ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้’เนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 77 เฝ้าฯรับพระราชทานประกาศนียบัตร
ดูทั้งหมด
'กัน นภัทร'เคลียร์ชัดสถานะหัวใจกับ'ฐิสา'เปิดหมดเปลือก 16 ปีในวงการ
ภาพใหม่มาแล้ว ลิซ่า เช็กอินวัดเจดีย์ลอยฟ้า ลำปาง สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก
วาเลนไทน์ลุกเป็นไฟ เจนี่ ปล่อยช็อตโนบราเสิร์ฟความหวานปนแซ่บ
หวานไม่แผ่ว นาเดีย ควงสามีดินเนอร์หวานก่อนวาเลนไทน์
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 12-18 ก.พ.69
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน3)
อย่าสำลักเสรีภาพ อย่าเพ้อคลั่งกับประชาธิปไตยจอมปลอม
บุคคลแนวหน้า : 15 กุมภาพันธ์ 2569
คิวอาร์โค้ด : ลงคะแนนลับหรือไม่ลับ
Transient Global Amnesia (TGA)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ

สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ปลุกคนไทยต้องให้บทเรียน หลังแพ้ไม่ยอมแพ้ จะล้มโต๊ะเลือกตั้งใหม่

ดร.กิตติธัช ถอดรหัส ทำไม ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์ ถึงแข็งแกร่งกว่าสี่กุมาร?

บ่าววี โพสต์ยินดี สส.ต้อย หลังคว้าคะแนนอันดับ 1 ประเทศ ยกเป็นคนจริงทำจริง

1,000 บาท ข้ามสะพานสมุย คุณไหวไหม? ดร.สามารถ เปิดโจทย์สะพานเชื่อมสมุย แพงกว่าสะพานระดับโลก

  • Breaking News
  • ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
  • สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
  • ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด
  • ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร และคณะบุคคลต่างๆเฝ้าฯ ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร และคณะบุคคลต่างๆเฝ้าฯ
  • ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้’เนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 77 เฝ้าฯรับพระราชทานประกาศนียบัตร ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้’เนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ 77 เฝ้าฯรับพระราชทานประกาศนียบัตร
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ปั่นกระแสจากข่าวปลอมนับคะแนนใหม่  กลบกระแสนิยมส้มตกต่ำ

ปั่นกระแสจากข่าวปลอมนับคะแนนใหม่ กลบกระแสนิยมส้มตกต่ำ

13 ก.พ. 2569

แพ้แล้วพาล ฟาดงวงฟาดงา  หาคุก-หาตะราง

แพ้แล้วพาล ฟาดงวงฟาดงา หาคุก-หาตะราง

12 ก.พ. 2569

หมอดู แม่นกว่าโพลเลือกตั้ง ?!?

หมอดู แม่นกว่าโพลเลือกตั้ง ?!?

11 ก.พ. 2569

สึนามิสีน้ำเงิน ‘ภูมิใจไทย’ ลบคำสบประมาท

สึนามิสีน้ำเงิน ‘ภูมิใจไทย’ ลบคำสบประมาท

10 ก.พ. 2569

ใครจะเป็นนายกฯ ?  พรรคไหนบ้างจะร่วมรัฐบาล?

ใครจะเป็นนายกฯ ? พรรคไหนบ้างจะร่วมรัฐบาล?

9 ก.พ. 2569

เลือกคนและพรรคไปเป็นแกนนำรัฐบาล  เพื่อกำหนดทิศทางประเทศชาติส่วนรวม

เลือกคนและพรรคไปเป็นแกนนำรัฐบาล เพื่อกำหนดทิศทางประเทศชาติส่วนรวม

6 ก.พ. 2569

เคยเตือน‘จำนำข้าว’ก่อนฉิบหายจริงๆ  ฟังคำเตือนล่าสุดจาก ดร.นิพนธ์

เคยเตือน‘จำนำข้าว’ก่อนฉิบหายจริงๆ ฟังคำเตือนล่าสุดจาก ดร.นิพนธ์

5 ก.พ. 2569

การเงินการคลังประเทศ ในมือนักการเมือง?

การเงินการคลังประเทศ ในมือนักการเมือง?

4 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved