วันอังคาร ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การใช้งบประมาณรัฐต้องมีความเหมาะสม
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสนอของบประมาณในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี พ.ศ. 2569 เป็นเงินกว่า 956 ล้านบาท เพื่อใช้ใน “โครงการปรับปรุงพื้นที่รัฐสภา” หลายโครงการ
คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความหวาดระแวงของคนในสังคม แต่สะท้อนปัญหาลึกซึ้งที่ประเทศไทยเผชิญมานาน นั่นคือ ความเปราะบางในระบบตรวจสอบการใช้งบประมาณ และวัฒนธรรมการทุจริตที่หยั่งรากลึกอยู่กับสังคมไทย จากดัชนีการรับรู้การทุจริตหรือคอร์รัปชั่น ประจำปี 2567 ที่เผยแพร่โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ชี้ว่าประเทศไทยเรามีคะแนนต่ำมานาน อยู่อันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก นี่คือปัญหาเรื้อรังที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประชาชนต้องเฝ้าดู “เงินภาษี” ถูกใช้ไปกับโครงการที่ถูกตั้งคำถามถึง “ความจำเป็น” และ “ความเหมาะสม” เราเคยเห็น เสาไฟกินรีในท้องถิ่น ที่ใช้งบเป็นร้อยล้านบาท เพื่อตั้งเสาที่ไม่เคยให้แสงสว่างจริง แต่ให้ “ประโยชน์” กับกลุ่มคนบางกลุ่ม เราเคยเห็นสนามกีฬา สวนหย่อม ถนน ทางเท้าที่สร้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีการเบิกงบซ่อมแซมทุกปีๆ หรือการแฝงไปทัศนศึกษาดูงานของหน่วยงานรัฐแต่จุดประสงค์หลักคือการท่องเที่ยว เพียงเพื่อ “ปิดงบ” หรือใช้เงินให้หมดภายในปีงบประมาณ
วันนี้ เรากำลังเห็น รัฐสภาใช้งบเกือบพันล้านเพื่อปรับปรุง “พื้นที่” ขณะที่โรงเรียนในชนบทไม่มีแม้กระทั่งหลังคาที่ไม่รั่ว โรงพยาบาลชุมชนยังขาดแคลนเตียงและยา ถนนหลายสายยังมีแต่หลุมบ่อ
ในวันที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่ ราคาสินค้าพุ่งสูง คนตกงานเพิ่มขึ้น รัฐควรเป็นฝ่าย “รัดเข็มขัด” เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน แม้ว่าในทางเศรษฐศาสตร์ การใช้งบประมาณของรัฐคือกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินที่รัฐจ่ายออกไปจะหมุนเวียนในระบบ สร้างงาน สร้างรายได้ ดังนั้น การ “เพิ่ม” การใช้จ่ายภาครัฐจึงมีเหตุผลและจำเป็น
คำถามคือ รัฐควรจัดลำดับความสำคัญด้วยการปรับปรุงคุณภาพชีวิตประชาชน พัฒนาสาธารณณูปโภค ขจัดความยากจน หรือปรับปรุงตึกออฟฟิศที่ทำงานของตัวเองก่อน
คำตอบที่สังคมอยากได้ยินคือ “รัฐใช้เงินอย่างไร” ไม่ใช่เพียง “รัฐใช้เงินมากแค่ไหน”
เราต้องไม่ลืมว่า “งบประมาณรัฐ” ไม่ใช่เงินของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเงินของประชาชนทุกคนที่มาจากภาษีที่เราจ่ายไป การใช้เงินนั้นต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อตอบสนองผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
ยิ่งไปกว่านั้น งบประมาณจำนวนมหาศาลของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ที่ผ่านออกมาแต่ละปี กำลังถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและโอกาสในการทุจริต ซึ่งการตั้งคำถามของประชาชนต่อการใช้งบประมาณนั้น ไม่ใช่การขัดขวางการพัฒนา แต่คือสิทธิและหน้าที่ของประชาชนในฐานะเจ้าของเงินภาษี และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสังคมที่โปร่งใส
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเปิดกว้างมากขึ้น รัฐบาลจึงไม่ควรปิดบังรายละเอียดการใช้งบ งบโครงการต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต้องโปร่งใส การตรวจสอบต้องเป็นอิสระ และบทลงโทษผู้ทุจริตต้องเด็ดขาดจริงจัง เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน สังคม และส่วนรวม

ปคม.จับสาวสองแอดมินกลุ่มลับถ่ายคลิปโป๊เด็กส่งขาย
หมอวี ขอ รมว.สธ. อย่าเซ็นมติ สปสช. ปม วัคซีนPCV ชี้ ต้องแก้มติฉีดให้เด็กทั่วประเทศเท่านั้น
เสรีภาพทางความคิดไม่มีจริง นักไอที ไขปม QR Code บัตรเลือกตั้ง แฉโดนคุกคาม
ก้อย อรัชพร เคลื่อนไหว โพสต์ภาพตอนไปภูสอยดาว หลังทัวร์ลงแก๊งเพื่อนชงเข้ม #ท็อปก้อย
ยอมจ่ายเท่าไหร่ก็ได้ จ๊ะ นงผณี เปิดค่ารักษาพ่อ พุ่งสูง 3 ล้าน ลั่นขอแค่ชีวิตพ่อคืนมา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี