วันอาทิตย์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันจันทร์ ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
‘ปิดด่าน’ทุบหัว‘อสรพิษเขมร’ถูกจุด

ดูทั้งหมด

  •  

การปิดด่านตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากมาตรการเบาไปหาหนัก ของกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 คือกองกำลังบูรพา และกองทัพภาคที่  2 โดยกองกำลังสุรนารี นั้น ถือว่าเรามาถูกทางแล้วในการต่อกรกับเขมร ที่มีผู้นำประเทศตัวจริงซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่า“อสรพิษ”

โดยก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางฝ่ายรัฐบาล ทั้ง“แพทองโพย”นายกรัฐมนตรี ผู้ขาดความรู้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน และ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธการใช้มาตรการปิดด่านชายแดน


โดยฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของกองทัพ ที่เสนอให้มีการปิดด่านตลอดแนวชายแดน“ไทย-เขมร” เพื่อกดดันเขมรให้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ที่มีการรุกล้ำอธิปไตยของไทยเข้ามา 200 เมตร ตรงบริเวณ“ช่องบก” อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

แต่ในที่สุด รัฐบาลก็ไม่สามารถจะต้านทานเสียงของกองทัพ และหน่วยงานความมั่นคงส่วนอื่นๆ ที่เป็นกรรมการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ที่เห็นว่า รัฐบาลโดย“ทักษิณ ชินวัตร”เป็นผู้ชักใย อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ“ฮุน เซน” ผู้ทรงอำนาจและผู้นำตัวจริงแห่งกัมพูชา จึงไม่กล้าใช้“ไม้แข็ง” เพื่อกดดันเขมรให้ถอนกำลังพ้นออกไปจากดินแดนไทยที่มีการรุกล้ำเข้ามา

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่กองทัพไทยมีการใช้มาตรการเข้ม จากเบาไปหาหนัก เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ลงนามในคำสั่ง“เปิด-ปิด”ด่านชายแดน“ไทย-กัมพูชา”ตลอดแนว พร้อมมอบหมายให้กองทัพภาคที่ 1 โดยผู้บัญชาการกองกําลังบูรพา และกองทัพภาคที่ 2 โดยผู้บัญชาการกองกําลังสุรนารี มีอำนาจกำหนดมาตรการ, หลักเกณฑ์, วิธีการ และเงื่อนไข หรือ“เงื่อนเวลา”ที่จำเป็นและเหมาะสม ในการผ่านแดนบริเวณจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดน“ไทย-กัมพูชา”

ปรากฏว่าในคืนวันเดียวกันนั้น คือวันที่ 7 มิถุนายน ฝ่าย“ฮุน เซน”ซึ่งพูดได้ว่า“เลี้ยงไม่เชื่อง” เหมือนอสรพิษที่มิอาจไว้วางใจได้ ก็ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก“Samdech Hun Sen of Cambodia” ตอบโต้“มาตรการปิดด่าน”อย่างทันทีทันควัน ว่า “วันนี้ กองทัพไทยได้ปิดด่านตรวจคนเข้าเมืองปอยเปต โดยฝ่ายเดียวก่อนกำหนด ดังนั้น ประเทศไทยต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่สำหรับการกระทำนี้ สำหรับพลเมืองกัมพูชา สิ่งสำคัญคือ ต้องมีสติสัมปชัญญะ และหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ”

สหายรักของ“ทักษิณ ชินวัตร” ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง“ตระกูลชิน” กับ“ตระกูลฮุน” ยังแสดงน้ำเสียงเหมือนเป็นการข่มขู่ ว่าไทยอาจจะเสียประโยชน์ทางด้านการค้าจากการปิดด่าน โดยระบุว่า “ข้าพเจ้าเพียงต้องการเตือน ทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทย ว่าหากสินค้าของไทยหายไปจากตลาดกัมพูชา นั่นไม่ใช่เพราะชาวกัมพูชาร่วมกันเลือกที่จะคว่ำบาตรสินค้า แต่เป็นผลที่ตามมาจากการปิดพรมแดน เพราะเมื่อผู้คนถูกปิดกั้น สินค้าก็จะถูกปิดกั้นไปด้วย”

พร้อมกันนี้ “ฮุน เซน”ได้อ้างตัวเลขการค้าระหว่าง“ไทย-กัมพูชา” ว่า“ปี 2567 ที่ผ่านมา กัมพูชาส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มายังประเทศไทย ในขณะที่ไทยส่งออกสินค้ามายังกัมพูชามากกว่า 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหมายความว่า การส่งออกของไทยเกินมูลค่าของกัมพูชามากกว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้เพียงปีเดียว กัมพูชาส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มายังประเทศไทย ขณะที่ไทยส่งสินค้ามูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มายังกัมพูชา”

อสรพิษอย่าง“ฮุน เซน” ได้กล่าวฝากถึงประชาชนชาวเขมรแบบใส่ร้ายไทย และปลุกระดมความคลั่งชาติอยู่ในทีว่า “สำหรับพลเมืองกัมพูชา ในกรณีที่ไม่มีสินค้าของไทย โปรดอย่าตำหนิรัฐบาลกัมพูชา เพราะการขาดแคลนนี้ เป็นผลโดยตรงจากการตัดสินใจของประเทศไทยในการปิดพรมแดน”

สุดท้าย“ฮุน เซน” อดีตผู้บังคับกองพันเขมรแดงกลุ่ม“เฮงสัมริน” ผู้เคยไปเชื้อเชิญกองทัพเวียดนาม ให้ยาตรากำลังทหารกว่า 1 แสนนาย เข้ามาโค่นล้มรัฐบาลเขมรแดงกลุ่ม“พอล พต”ในปี 2522 และจากนั้นในปี 2528 ก็ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา และครองอำนาจยาวนานถึง 38 ปี ก่อนจะส่งต่อให้“ฮุน มาเนต”ผู้เป็นบุตรชาย ที่ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในปี 2566 ได้เรียกร้องต่อประชาชนในประเทศของตนว่า

“ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้เพื่อนชาวกัมพูชาทุกคนรักษาความสงบ ความเป็นผู้ใหญ่ ความอดทน และความสุภาพ แต่ด้วยความแน่วแน่ หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่จะเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติดูหมิ่นศักดิ์ศรีของเรา”

การเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กของ“ฮุน เซน” หรือสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรี และประธานวุฒิสภากัมพูชา วัยจะครบ 73 ปี ในเดือนสิงหาคมปีนี้ ผู้ซึ่งได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองโลกว่า เป็นผู้นำประเทศที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในโลก และว่ากันว่ามีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือสถาบันหลักของกัมพูชาด้วยนั้น ก็เหมือนกับว่าไทยได้ตี“อสรพิษ”ถูกจุดที่สำคัญ ทำให้ต้องชักดิ้นชักงอก่อนจะตาย

เสียงของประชาชนคนไทยในโลกโซเชียล ซึ่งเป็นเสียงประชาชนที่แท้จริงแห่งยุคสมัย จึงเห็นว่า ไทยมาถูกทางแล้ว ที่ใช้“การทหารนำการเมือง” หรือให้กองทัพเป็นผู้ตัดสินใจในการกำราบเขมรที่เปรียบเสมือน“งูพิษ” เพราะกองทัพไทยนั้น ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีแต่ภาระหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของชาติเท่านั้น

สำคัญที่สุด “ฮุน เซน”ประเมินต่ำ เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทย ที่จะเสียหายจากการค้าตามตัวเลขที่อ้าง อันเนื่องมาจากการปิดด่านนั้น ภาษาขาโจ๋เขาว่า “จิ๊บจิ๊บ”

เพราะคนไทยนั้น “รักสงบ-แต่ถึงรบไม่ขลาด” ขนาดเงินเกือบ 2 แสนล้านบาท รัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีผู้ชักใยเป็นเพื่อนเลิฟของ“ฮุน เซน” ก็ยังเอามาล้างผลาญแบบ“ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” และทำให้เห็นมาแล้วในโครงกระตุ้นเศรษฐกิจแจกเงิน“ดิจิทัล 1 หมื่นบาท”

ดังนั้น เงินทองที่พ่อค้านายทุนรายใหญ่ของไทยจะเสียสัก 4-5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแลกกับอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนของชาติบ้านเมือง จึงถือว่าสหายรักของ“ทักษิณ  ชินวัตร”คิดผิด

อีกทั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนเมื่อวานนี้ ฝ่ายเขมรก็ได้ยอมถอนกำลัง จากพื้นที่ที่รุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทยตรง“ช่องบก” พร้อมทั้งปิดกลบคูเลต และปรับพื้นที่ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมเรียบร้อยแล้ว

เห็นมั้ยล่ะ ! จะจัดการกับอสรพิษทั้งทีต้องตีให้ถูกจุด และจากนี้ไปก็ต้องคอยระวังอสรพิษในบ้านของเราเองด้วย ซึ่งก็เผลออีกไม่ได้เช่นกัน

เพราะ“อสรพิษ”บ้านเรานั้น ร้ายพอๆ กับ“ฮุน เซน” !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
20:49 น. ปชน. เผยภาพ ไอติม จับมือ น้ามาร์ค พร้อมเป็นฝ่ายค้าน
20:43 น. ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
20:39 น. สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
20:18 น. ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด
20:17 น. ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร และคณะบุคคลต่างๆเฝ้าฯ
ดูทั้งหมด
'กัน นภัทร'เคลียร์ชัดสถานะหัวใจกับ'ฐิสา'เปิดหมดเปลือก 16 ปีในวงการ
ภาพใหม่มาแล้ว ลิซ่า เช็กอินวัดเจดีย์ลอยฟ้า ลำปาง สะกดสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก
วาเลนไทน์ลุกเป็นไฟ เจนี่ ปล่อยช็อตโนบราเสิร์ฟความหวานปนแซ่บ
หวานไม่แผ่ว นาเดีย ควงสามีดินเนอร์หวานก่อนวาเลนไทน์
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 12-18 ก.พ.69
ดูทั้งหมด
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน3)
อย่าสำลักเสรีภาพ อย่าเพ้อคลั่งกับประชาธิปไตยจอมปลอม
บุคคลแนวหน้า : 15 กุมภาพันธ์ 2569
คิวอาร์โค้ด : ลงคะแนนลับหรือไม่ลับ
Transient Global Amnesia (TGA)
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ปชน. เผยภาพ ไอติม จับมือ น้ามาร์ค พร้อมเป็นฝ่ายค้าน

ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ

สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ปลุกคนไทยต้องให้บทเรียน หลังแพ้ไม่ยอมแพ้ จะล้มโต๊ะเลือกตั้งใหม่

ดร.กิตติธัช ถอดรหัส ทำไม ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์ ถึงแข็งแกร่งกว่าสี่กุมาร?

บ่าววี โพสต์ยินดี สส.ต้อย หลังคว้าคะแนนอันดับ 1 ประเทศ ยกเป็นคนจริงทำจริง

  • Breaking News
  • ปชน. เผยภาพ ไอติม จับมือ น้ามาร์ค พร้อมเป็นฝ่ายค้าน ปชน. เผยภาพ ไอติม จับมือ น้ามาร์ค พร้อมเป็นฝ่ายค้าน
  • ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ ฮ่องกงหวานมาก! พิธา-ก้อย เปิดโหมดคลั่งรัก ปล่อยภาพสวีตรัวๆ
  • สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด สมชัย ข้องใจกกต. บอกมีวิธีป้องกันบัตรปลอมมากมาย แต่กลับเลือกใช้บาร์โค้ด
  • ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด ณัฐพงษ์ คาดข้อมูลลงคะแนนปชช.รั่วสู่สาธารณะแล้ว จี้กกต.ทำลายบัตร จัดเลือกตั้งใหม่เร็วที่สุด
  • ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร และคณะบุคคลต่างๆเฝ้าฯ ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร และคณะบุคคลต่างๆเฝ้าฯ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อารมณ์งอแงของ‘พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต’

อารมณ์งอแงของ‘พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต’

13 ก.พ. 2569

‘ม็อบสามกีบภาคพิสดาร’กฎหมู่ของ‘พรรคส้มเน่า’

‘ม็อบสามกีบภาคพิสดาร’กฎหมู่ของ‘พรรคส้มเน่า’

12 ก.พ. 2569

ขี้แพ้ชวนตี

ขี้แพ้ชวนตี

11 ก.พ. 2569

‘เปลี่ยน’พรรคส้มในยุคขาลง

‘เปลี่ยน’พรรคส้มในยุคขาลง

10 ก.พ. 2569

มองรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง

มองรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง

9 ก.พ. 2569

เลือกเชิงยุทธศาสตร์‘พรรคสีน้ำเงิน’

เลือกเชิงยุทธศาสตร์‘พรรคสีน้ำเงิน’

6 ก.พ. 2569

‘ไม่เห็นชอบ’ จัดทำ รธน.ฉบับใหม่

‘ไม่เห็นชอบ’ จัดทำ รธน.ฉบับใหม่

5 ก.พ. 2569

‘ไม่ใช่เรื่องของมึง’เสียงกร้าวจาก‘ธนาธร’

‘ไม่ใช่เรื่องของมึง’เสียงกร้าวจาก‘ธนาธร’

4 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved