วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวานนี้ (13 สิงหาคม 2568) นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาธิปัตย์ นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.)นายนิติธร ล้ำเหลือ นักเคลื่อนไหว นายเจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการทางกฎหมายไปติดตามทางถาม ป.ป.ช. ตรวจสอบการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 กรณีอนุมัติปรับเปลี่ยนงบประมาณแผ่นดินเพื่อนำไปแจกเงินหมื่น มีผลประโยชน์แอบแฝง
พร้อมทั้ง มีการยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อป.ป.ช.
1. หนังสือนายชาญชัย และพวก ระบุว่า
“หลังจากที่ ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบกรณีนี้ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2568
ปัจจุบัน ระยะเวลาล่วงเลยมาระยะหนึ่งแล้ว จึงขอทราบความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องนี้
อีกทั้ง ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อมวลชน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า พวกตนไม่มีอำนาจยื่นเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจสอบสวนในกรณีที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ผ่านเป็นกฎหมายแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริงและกฎหมายไม่ได้เป็นตามข้อมูลที่เผยแพร่ดังกล่าว
...การยื่นหนังสือของตนและพวกให้ ป.ป.ช. สอบเรื่องนี้ เป็นการยื่นผ่านช่องทางที่ 2 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสี่ วรรคห้า และวรรคหกนี้ ซึ่งได้บัญญัติขึ้นมาในปี 2560 เพื่อให้เป็นมาตรการตรวจสอบและเป็นบทบังคับย้อนหลังการกระทำผิดได้ด้วย
อันเป็นคนละช่องทาง คนละกรณีการร้องของ สส.หรือ สว. ตามวรรคสาม
ในการนี้ ข้าฯ ขอนำส่งเอกสารเกี่ยวกับความมุ่งหมายและคำอธิบายรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ในส่วนของมาตรา 144 แก่คณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อเป็นพยานหลักฐานใช้ประกอบการสอบสวน ซึ่งได้แนบมาด้วยท้ายหนังสือนี้ โดยเจตนารมณ์ของ มาตรา 144 ตามเอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบายรายมาตรา มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อป้องกันมิให้สมาชิกสภา ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์จากงบประมาณของรัฐโดยมิชอบ
พร้อมทั้งกำหนดกลไกให้มีการชดใช้เงินงบประมาณที่ถูกใช้ไปโดยฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมดอกเบี้ย
อีกทั้งยังมุ่งหมายให้มีการตรวจสอบย้อนหล้งได้ แม้ว่างบประมาณนั้นจะได้รับความเห็นชอบและใช้บังคับแล้ว เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส และเพื่อรักษาทรัพยากรของรัฐให้กลับคืนสู่แผ่นดิน
มาตรา 144 วรรคหนึ่ง วรรคสอง มีที่มาจากแนวคิดซึ่งใช้มาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2520 2540 และ 2550 เพื่อป้องกันการแปรญัตติงบประมาณในลักษณะเพิ่ม แก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือโยกงบไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เช่น ใช้เงินชำระหนี้ไม่ครบถ้วน หรือหลีกเลี่ยงกฎหมายที่กำหนดการใช้จ่ายเพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณต่อเนื่อง รัฐธรรมนูญจึงกําหนดห้ามการแปรญัตติดังกล่าว ยกเว้นการปรับลดงบต้นเงิน ดอกเบี้ย หรือเงินที่กฎหมายกําหนดไว้โดยชัดเจน
ต่อมา มีพัฒนาการในรัฐธรรมนูญฉบับหลัง เนื่องจาก สส. นํางบไปใช้ ดูแลพื้นที่ตนแต่ใช้เกินขอบเขตและเป็นช่องทางทุจริต รัฐธรรมนูญ ปี 2560 จึงบัญญัติห้ามการใช้ในลักษณะ ดังกล่าวขึ้น และกําหนดมาตรการบังคับและบทลงโทษให้การกระทําที่ฝ่าฝืนเป็นความผิด มีการกําหนดโทษ และให้สิทธิยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 88 และเพิ่มมาตรการให้ติดตามเรียกเงินงบประมาณที่ใช้ผิดวัตถุประสงค์คืนได้ภายในอายุความ 20 ปี และห้ามผู้กระทําผิดกลับมาดํารงตําแหน่งหรือสมัครรับเลือกตั้งอีก เพื่อป้องกันการใช้ตําแหน่งเดิมสร้างความเสียหาย
เช่น หากพ้นตําแหน่งจากการใช้งบผิด ต้องเว้นช่วงก่อนลงสมัครใหม่ หรือเพิกถอนสิทธิสมัครตลอดชีวิตในกรณีทุจริตร้ายแรงตามมาตรา 235
และมีกลไกเชื่อมโยงกับกฎหมายอื่น คือ มาตรา 144 วรรคสี่ถึงวรรคหก จะเชื่อมโยงกับ มาตรา 88 และ 89 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช. โดยให้เจ้าหน้าที่ที่แจ้งการกระทําผิดพ้นความรับผิด และกําหนดวิธีดําเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ไม่แจ้ง รวมถึงการดําเนินคดีและติดตามความเสียหายโดยคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ทั้งนี้ การตีความมาตรา 144 ต้องอ่านทั้งมาตราและบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถแยกอ่านเฉพาะวรรคใดวรรคหนึ่งได้
ด้วยเหตุผลข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานดังกล่าว ข้าฯให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดําเนินการสอบสวนกรณีนี้โดยพลัน ตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หากเห็นว่ามีมูล ให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตาม มาตรา 144 วรรคสาม และดําเนินการเรียกคืนงบประมาณที่ใช้ไปโดยมิชอบคืนแก่รัฐตามอํานาจหน้าที่” -หนังสือนายชาญชัย และพวก ระบุ
2. ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด กรณีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส. เพื่อไทย รองประธานสภา ฝ่าฝืนมาตรา 144 กระเด็นตกเก้าอี้ สส. และตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี
...ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 วินิจฉัยกรณี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.จังหวัดเชียงราย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 กระทำการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสอง ในกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส.สิ้นสุดลง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี...
ปรากฏว่า มีมุมมองกฎหมายอีกด้านหนึ่ง อาทิ ข้อเขียนของ “นิรชน ชัยธรรม” เผยแพร่โดยสำนักข่าวอิศรา ว่าด้วยเรื่อง “ผลพวงคำวินิจฉัย กรณี“พิเชษฐ์” 3 คำร้อง ม.144 ในมือ ป.ป.ช.ส่อสะดุด”
เนื้อหาเป็นที่ถกเถียงกันต่อ กล่าวโดยสรุป คือ มองว่า
กรณีนายพิเชษฐ์ มาจากคำร้องของ สส.จากพรรคประชาชน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมขอให้วินิจฉัยการกระทำของนายพิเชษฐ์ทั้งในกระบวนการพิจารณางบประมาณ ปี 2568 และปี 2569 ไปพร้อมกัน
แต่ในชั้นพิจารณารับคำร้อง ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ.2568 ได้รับการพิจารณาเสร็จสิ้นและเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแล้ว ไม่อยู่ในขั้นตอนของการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายในกระบวนการทางนิติบัญญัติ ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 วรรคสาม ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องในส่วนที่เกี่ยวกับงบประมาณ ปี 2568 ไว้พิจารณา
โดยรับไว้พิจารณาเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ปี 2569 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในกระบวนการทางนิติบัญญัติซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วเพียงบางส่วน แต่ยังไม่แล้วเสร็จทั้งหมดในขณะที่เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
แสดงว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับคำร้องไว้พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการเสนอหรือการแปรญัตติหรือการกระทำด้วยประการใดๆ ของงบประมาณประจำปี 2568 หรือปีก่อนหน้า ที่ได้มีการพิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้ว
..มองว่า แนวการพิจารณารับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ในกรณีที่ พ.ร.บ.งบประมาณได้พิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้ว แม้ว่าจะมีการกระทำที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ก็ตาม ย่อมจะกระทบต่อเรื่องตามมาตรา 144 ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในขณะนี้ ซึ่งมีจำนวนอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ
1) กรณี ครม.สส. สว. และคณะกรรมาธิการ ปรับลดงบประมาณปี 2568 ที่รับหลักการไปแล้ว เพื่อชดเชยความเสียหายจากการดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐให้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 5 แห่ง จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท ให้ไปเป็นงบกลางและต่อมานำไปใช้ในโครงการดิจิทัล วอลเล็ต เฟส 2 ที่ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.โดยนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ และคณะ
2) กรณี ครม.นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นำเงินงบประมาณเพิ่มเติม ปี 2567 จำนวน 1.22 แสนล้านบาท สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจโดยจะต้องผ่านรายจ่ายเพื่อการลงทุนร้อยละ 80 ไปใช้แจกเงินหมื่นให้กับกลุ่มเปราะบางเพื่อการบริโภคทั้งจำนวน 1.22 แสนล้านบาท ในโครงการดิจิทัล วอลเล็ต เฟส 1 ซึ่งยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยคณะนิติชน-เชิดชูธรรม
และ 3) กรณี สส.พรรคเพื่อไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง แทรกแซงการจัดทำงบประมาณ ปี 2568 ในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่นหรือพรรคการเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้คาดกันว่าทั้ง 3 เรื่องนี้ หากคณะกรรมการ ป.ป.ช.สอบสวนแล้วเห็นว่ามีมูล จะเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญในเวลาอีกไม่นานนี้
แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยกรณีของนายพิเชษฐ์ โดยไม่รับคำร้องไว้พิจารณาในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณที่ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว จึงอาจจะทำให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องพิจารณาทบทวนอีกครั้งว่า การเสนอทั้ง 3 เรื่อง ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ จะเป็นคำร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับไว้พิจารณาหรือไม่ เนื่องจากทุกเรื่องล้วนเกี่ยวข้องกับงบประมาณปี 2567 และปี 2568 ที่ได้ตราเป็น พ.ร.บ.และบังคับใช้ไปแล้วทั้งสิ้น...”
นี่คือมุมมองกฎหมายอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเคยมีการนำเสนอไปก่อนหน้านี้
แต่ล่าสุด ฝ่ายผู้ร้องกรณีแจกเงินเงินหมื่น คุณชาญชัยและพวก ได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ยืนยันทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ดังกล่าวข้างต้น พร้อมนำเสนอหลักฐานเอกสารเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.ไปแล้ว
3.ติดตามกันต่อไป กรณีร้องเอาผิดนักการเมือง-สส.-รัฐมนตรี ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 144
มาตรา 144 คือ ยาแรงเพื่อป้องกันและปราบปรามพฤติกรรมล้างผลาญเงินแผ่นดิน เล่นแร่แปรธาตุ โยกย้ายงบประมาณแผ่นดิน เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ทั้งทางตรงและทางอ้อม
กรณีรัฐบาลเศรษฐาต่อเนื่องรัฐบาลแพทองธาร โยกงบฯปี 2568 วงเงิน 35,000 ล้านบาท ที่เดิมสำนักงบประมาณจัดสรรไว้ให้สถาบันการเงินของรัฐ 5 แห่ง เพื่อชำระหนี้เงินกู้-ดอกเบี้ยและเงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย แต่รัฐบาลนำเงินดังกล่าวไปแจกเป็นเงินหมื่น
จะเอาผิดตามกฎหมาย เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางการเมืองที่สำคัญได้อย่างไร
ป.ป.ช. คือ ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในขณะนี้ เพราะมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย
ระวัง ถ้ามีในรัฐธรรมนูญแล้ว แก้ปัญหาได้ไม่ชะงัด ครึ่งๆ กลางๆ ไวรัสมันจะดื้อยา และในที่สุด มันจะทำลายยา!
สารส้ม

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี