วันพฤหัสบดี ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกเกิดได้ไม่นาน ก็เดินหน้าเพื่อมีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการขับไล่เจ้าอาณานิคมสเปน อังกฤษ และฝรั่งเศส ออกไปจากทวีปอเมริกาเหนือ และอ่าวเม็กซิโก (ถึงแม้ว่าขณะนั้น อังกฤษจะยังครอบครองแคนาดา แต่ก็ไม่สามารถคุกคามสหรัฐอเมริกาได้แต่อย่างใด)
ทั้งนี้สหรัฐฯ ก็ขยายตัวจากภาคตะวันออกติดมหาสมุทรแอตแลนติก ไปยังภาคตะวันตกติดมหาสมุทรแปซิฟิก และเคลื่อนต่อไปขับไล่สเปนออกจากหมู่เกาะฟิลิปปินส์ แล้วไปบีบบังคับให้ทั้งญี่ปุ่นและจีนเปิดประเทศเพื่อการทำมาค้าขาย จนในปี ค.ศ. 1833 (พ.ศ. 2476) สหรัฐฯ ประเทศเกิดใหม่ก็ทำความตกลงกับสยามประเทศ ซึ่งประสบความสำเร็จในการขับไล่พม่าออกไปจากดินแดน และตั้งราชธานีใหม่ที่กรุงธนบุรี และต่อมาที่กรุงรัตนโกสินทร์ จัดได้ว่าสยามประเทศก็เป็นประเทศเกิดใหม่เช่นกัน
ทั้งสยามประเทศ และสหรัฐอเมริกา ก็มีมิตรไมตรีต่อกันมาโดยตลอดจนถึงสงครามโลกครั้งที่สอง แพทย์อเมริกัน นักการศึกษาอเมริกัน และนักสอนศาสนาคริสต์อเมริกัน ก็ได้เข้ามาทำงานถ่ายทอดองค์ความรู้และเผยแผ่ศาสนาโดยอิสรเสรีและเปิดเผย เพราะสังคมสยามเปิดกว้างและใจกว้าง ชาวสยามไม่มีความรู้สึกนึกคิดว่า ฝ่ายอเมริกันอยากเข้ามาครอบงำ ครอบครองหรือแผ่ขยายอิทธิพลแต่อย่างใด ความสัมพันธ์และมิตรไมตรีระหว่างสยามประเทศกับสหรัฐฯ ในช่วงประมาณ 100 ปีแรก จึงเป็นไปด้วยความราบรื่น ด้วยความเคารพและไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันและกัน ทั้งนี้ทั้งสยามประเทศและสหรัฐฯ ต่างก็ได้ส่งกองกำลังทหารไปร่วมรบที่ยุโรปในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองอุบัติขึ้น ฝ่ายญี่ปุ่นเปิดฉากรุกรานสหรัฐอเมริกาที่หมู่เกาะฮาวาย และยกทัพขึ้นบกที่ทางตอนใต้ของสยามประเทศ กองกำลังไทยที่มีอยู่น้อยนิดได้ทำการต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีการสนับสนุนช่วยเหลือใดๆ จากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ ฝ่ายรัฐบาลไทยในขณะนั้นได้ตัดสินใจถนอมประเทศและรักษาความเป็นอธิปไตยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการยินยอมให้ฝ่ายญี่ปุ่นเคลื่อนทัพเข้าสู่สยามประเทศ เพื่อไปทำสงครามกับฝ่ายสหราชอาณาจักรที่พม่าและอินเดีย พร้อมกับคุกคามกองกำลังของฝ่ายสหราชอาณาจักรที่แหลมมลายู
การเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นช่วยขจัดอิทธิพลและการคุกคามจากเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสต่อสยามประเทศทางด้านอินโดจีน และการได้กลับคืนมาซึ่งพระตะบอง เสียมเรียบ และศรีโสภณ ทั้งนี้ขบวนการเสรีไทยก็ได้เกิดขึ้น เพื่อต่อต้านญี่ปุ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร จนเมื่อสงครามโลกสิ้นสุดลง สยามประเทศต้องคืนดินแดนบางส่วนให้กับฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร แต่มิได้ถูกกำหนดให้เป็นประเทศผู้พ่ายแพ้สงครามดังที่สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสประสงค์ เพราะสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วยและทำการคัดค้าน ทำให้สยามประเทศรอดพ้นจากการเป็นผู้พ่ายแพ้ เพียงแต่ต้องทำการชดเชยค่าเสียหายเป็นข้าวจำนวนประมาณ 1 ล้านตัน ให้กับฝ่ายสหราชอาณาจักร
จากนั้นมาความสัมพันธ์สยามประเทศกับสหรัฐอเมริกาก็กระชับยิ่งขึ้น เมื่อทั้งสองประเทศได้เข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยการป้องกันความมั่นคงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สปอ. / ซีโต้) และไทยกับสหรัฐฯ ก็ร่วมเป็นพันธมิตรในสงครามคาบสมุทรเกาหลี และต่อมาในสงครามอินโดจีน กล่าวคือทั้งไทยและสหรัฐฯ ร่วมกันอยู่ในค่ายโลกเสรี ต่อสู้กับโลกคอมมิวนิสต์หลังม่านเหล็ก
เมื่อโลกคอมมิวนิสต์หายไปกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียตพี่เบิ้มใหญ่ ก็จัดได้ว่าสหรัฐฯ ไทย และประเทศในโลกเสรีทั้งหลายได้ประสบความสำเร็จในการมีชัยเหนือโลกและลัทธิคอมมิวนิสต์ ต่อมาไทยและสหรัฐฯ ก็ได้ร่วมกันต่อต้านลัทธิการก่อการร้ายสากลที่กำเนิดมาจากลัทธิหัวรุนแรงสุดโต่งทางด้านศาสนา และชาติพันธุ์นิยม นอกจากนั้นในกรอบของอุดมการณ์โลกเสรีไทยและสหรัฐฯ ต่างมีความเชื่อถือในเรื่องสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน และมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และการทำอาชีพค้าขาย ทำมาหากิน ภายใต้ระบอบเศรษฐกิจการตลาดเสรีที่ภาคธุรกิจเอกชนเป็นแกนนำและผู้ขับเคลื่อน โดยฝ่ายรัฐเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์กติกาและกำกับดูแลการบังคับใช้บนหลักการของความเที่ยงธรรม ยุติธรรม และเป็นผู้สนับสนุนและบริการ
ในมุมกว้างไทยและสหรัฐอเมริกา ต่างเป็นผู้ปฏิบัติและเป็นผู้มีความเชื่อในหลักการว่าด้วยการเชื่อมโยงและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันภายในบริบทและกรอบของโลกที่อยู่ร่วมกันที่เรียกว่าโลกยุคโลกาภิวัตน์ และการจะทำการหนึ่งใดก็เป็นเรื่องของการร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ปรึกษาหารือกัน หรือการอยู่ในกรอบของลัทธิร่วมมือแบบพหุภาคี (Multilateralism) ซึ่งปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดก็คือ การที่โลกมีองค์การสหประชาชาติ และองค์กรเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารโลก สถาบันการเงินระหว่างประเทศ และองค์การการค้าโลก เป็นต้น ซึ่งโดยตลอดมาสหรัฐฯ จะเป็นประเทศออกค่าบำรุงสมาชิกมากที่สุดคือประมาณร้อยละ 18
แต่มาบัดนี้ความคิดอ่านของสังคมอเมริกันโดยทั่วไป เริ่มกลับหันมามองประเด็นปัญหาภายในและเห็นว่าสหรัฐฯ ควรจะดูแลตนเองมากกว่าที่จะไปให้ความสนใจกับเรื่องภายนอก และฉะนั้นสหรัฐฯ ไม่ควรจะต้องแบกภาระ ประเทศต่างๆ ต้องช่วยเหลือตนเองและไม่โยนภาระความรับผิดชอบให้กับสหรัฐฯ หรือมาเอารัดเอาเปรียบอีกต่อไป และในที่สุดสังคมสหรัฐฯ ก็ได้ผู้นำเป็นประธานาธิบดีชื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ได้ประกาศแน่ชัดว่า อเมริกาต้องมาก่อน (America first) และอเมริกาต้องยิ่งใหญ่(The great America)
ในสภาพการณ์ของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่สหรัฐอเมริกา ประเทศต่างๆ ก็ต้องปรับตัว จะยึดติดกับความคิดเดิมๆ ความเชื่อเดิมๆ ข้อตกลงและพันธกรณีเดิมๆ อีกมิได้แล้วในการดำเนินความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ สำหรับไทยสนธิสัญญาปี ค.ศ. 1833 (พ.ศ. 2476) และข้อตกลงทวิภาคีอื่นๆ ที่มีขึ้นต่อมา ไปจนถึงสนธิสัญญาซีโต้ และการเป็นพันธมิตรทางอุดมการณ์และความมั่นคงทางทหาร รวมทั้งการที่ฝ่ายสหรัฐฯ ในช่วงประธานาธิบดี ดับบลิว บุช ที่กำหนดให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ที่มิใช่เป็นสมาชิกองค์การนาโต (Major Non-NATO Align) ก็ดูจะไร้ความหมายไปเสียแล้ว เพราะสหรัฐฯ มิได้ให้ความสนอกสนใจหรือมีเยื่อใยกับฝ่ายไทยดังเช่นเคยอีกต่อไป หรือนัยหนึ่งความสำคัญของไทยในสายตาของสหรัฐฯ ลดลง ความผูกพัน เยื่อใย ก็จืดจางลง เพราะสหรัฐฯ สนใจแต่เรื่องของตัวเองดังกล่าว และเห็นว่าในละแวกภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เวียดนามและฟิลิปปินส์มีความสำคัญมากกว่าไทย และในมุมกว้างในระดับเอเชียแปซิฟิก หรือในระดับภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ประเทศที่อยู่ในสายตาสหรัฐฯ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย อินเดียและอินโดนีเซีย
ฉะนั้นไทยต้องมาทบทวนตัวเอง และจะต้องมีการปรึกษาหารือกันอย่างกว้างขวางภายในวงการต่างๆ และร่วมกันเพื่อให้ได้เห็นภาพรวมและเห็นพ้องร่วมกัน เพื่อจะได้ปรับท่าทีหรือกำหนดท่าทีของไทยให้เหมาะสม
ทั้งนี้ ก็มีข้อคิดในชั้นนี้ว่า สหรัฐฯ กำลังต่อกรกับจีนซึ่งต้องการพันธมิตรและผู้ร่วมอุดมการณ์ โดยในแง่ตรงข้าม เช่นเดียวกับฝ่ายจีนที่ต้องการพันธมิตรเช่นกัน และฉะนั้นคำถามที่ฝ่ายไทยทุกวงการต้องถามตัวเองก็คือ จะไปเข้ากับจีน หรือสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลใด? หรือจะอยู่กับตัวเองเป็นกลางแต่เป็นมิตร และคบหาสมาคมกับทุกฝ่าย
สำหรับผู้เขียนเองเห็นว่า ประเทศไทยควรจะเป็นกลาง และควรจะขับเคลื่อนให้อาเซียนเป็นกลางด้วย เพื่อความเป็นตัวของตัวเอง และเป็นภูมิคุ้มกันให้กับอาเซียนเอง
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

ราคาทองวันนี้ร่วงแรง ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 63,850 บาท
รัฐบาลเดินหน้าจับเว็บพนันแล้ว 388 URL เจ้ามือ 135 ราย เงินหมุนเวียนรวมกว่า 3,371 ล้านบาท
ณวัฒน์ ฟาดเดือด!ซัดคำพูด ธัญญ่า ทำร้ายผู้หญิงด้วยกัน ส่งผลกระทบ หนิง ปัทมา ถูกตราหน้า
ผอ.พิชิต จ่อลาออก หลังมีชื่อพันคดีทุจริตข้อสอบท้องถิ่น
รมช.มหาดไทย สั่งสางทุจริตท้องถิ่น ลั่น ชิงลาออกหนีความผิดก็ไม่รอด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี