วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.
อธิปไตย อย่าให้ใครรุกราน

ดูทั้งหมด

  •  

การเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างชาติต่างๆ มีมานานแล้ว การเป็นชาติหรือประเทศนั้น ไม่สามารถจะตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ จำเป็นต้องคบหาสมาคมกับชาติอื่น ไม่ว่าจะเป็นชาติที่อยู่ใกล้ชิดกัน หรือชาติที่อยู่ห่างไกลกันก็ตาม เช่นเดียวกันกับชาติไทยก็มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติอื่นมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย

เมื่อมีการคบหาสมาคมเกิดขึ้น ซึ่งก็จะนำมาถึงเรื่องของการค้าขาย เพราะแต่ละชาติจะมีทรัพยากรและผลิตผลที่แตกต่างกัน ซึ่งมีความสำคัญหรือจำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือการมีชีวิตที่ดีขึ้น การค้าขายสินค้าของไทยและชาติอื่นนั้น เชื่อกันว่าน่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งอาณาจักรสุโขทัย


ลุล่วงมาถึงสมัยอาณาจักรอยุธยา ไทยเริ่มมีสัมพันธไมตรีกับชาติต่างๆ มากขึ้น และชาติที่อยู่ทางยุโรปชาติแรกที่มาค้าขายกับไทยน่าจะเป็นโปรตุเกส และต่อมาก็มีอีกหลายชาติติดตามมา อาทิ ฝรั่งเศส อังกฤษ ฮอลแลนด์ ส่วนทางเอเชียเองนั้นนอกจากจีนแล้ว ก็มีญี่ปุ่น และอินเดีย เป็นต้น

ส่วนหนึ่งของสินค้าที่ถูกนำมาขายนั้นคืออาวุธยุทโธปกรณ์ และโปรตุเกสก็เป็นชาติแรกที่มีการค้าขายปืนที่ในอดีตเรียกว่าปืนไฟซึ่งก็คือปืนยาวนั่นเองให้กับไทยในสมัยของสมเด็จพระไชยราชาธิราช โดยมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนว่า เมื่อทัพไทยยกไปรบกับพม่าเพื่อตีเอาเมืองเชียงคานคืนในสมัยของพระองค์นั้น ได้ชาวโปรตุเกสไปร่วมรบด้วย และการที่ทัพไทยมีปืนไฟเป็นอาวุธ จึงทำให้เอาชนะ ทัพของพม่าได้อย่างง่ายดาย

ปืนจึงกลายเป็นอาวุธที่มีความสำคัญ ชาวยุโรปได้ช่วยมาพัฒนาการสร้างอาวุธปืน โดยเฉพาะปืนใหญ่ให้กับชาติไทย ซึ่งต้องถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีการสู้รบ จากการใช้อาวุธสั้นมาเป็นอาวุธที่ปัจจุบันเรียกว่าพิสัยไกลร่วมด้วย กระสุนที่ยิงออกไปนั้นไม่ว่าจะปืนยาวหรือปืนใหญ่ จะมีกำลัง ในการทำลายล้างสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก

การเจริญสัมพันธไมตรีของชาติไทยกับชาติทางยุโรปที่สำคัญและมีการกล่าวถึงอย่างมากคือสัมพันธไมตรีระหว่างไทยและฝรั่งเศสซึ่งมีความก้าวหน้าและรุ่งเรืองมากขึ้นตามลำดับจนอาจจะกล่าวได้ว่ามีความรุ่งเรืองมากที่สุดเกิดขึ้นในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระมหากษัตริย์องค์ที่ ๒๗ ของกรุงศรีอยุธยา และทรงเป็นมหาราชพระองค์ที่ ๓ ของชาติไทย

เป็นครั้งแรกที่ไทยได้ส่งขุนนางผู้ใหญ่เป็นผู้แทนพระมหากษัตริย์ ซึ่งก็คือราชทูต ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศส โดยเจ้าพระยาโกษาปาน หรือออกพระวิสูตรสุนทร ได้เดินทางไปเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ พระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลกคือ ๗๒ ปีเศษแห่งประเทศฝรั่งเศส มีการถวายพระราชสาส์น ในการเจริญสัมพันธไมตรี รวมทั้งเครื่องราชบรรณาการต่างๆ ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนในเอกสารทางประวัติศาสตร์ของทั้งสองชาติ

มีชาวฝรั่งเศสรวมทั้งทหารฝรั่งเศสมาอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนไม่น้อย และเริ่มแผ่อิทธิพลมากขึ้นถึงขนาดที่ได้มีการขอตั้งป้อมปราการขึ้นที่เมืองบางกอกที่อยู่ใกล้ปากแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันก็คือบริเวณกรุงเทพมหานครนั่นเอง และที่ฝั่งธนบุรีด้วย

เมื่อเริ่มมีอิทธิพลและอำนาจมากขึ้น ฝรั่งเศสก็เริ่มแทรกแซงกิจการภายในของอาณาจักรอยุธยามากขึ้นด้วย จนทำให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่เริ่มไม่พึงพอใจและ ห่วงใยในอธิปไตยของชาติ จนในที่สุดก็ลุกลามไปสู่การขับไล่ฝรั่งเศสออกไปจากอาณาจักรอยุธยาทั้งหมดในสมัยของสมเด็จพระเพทราชา

ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับความเป็นมาของสมเด็จพระเพทราชาไม่มีความชัดเจนมากนักว่าพระองค์มาจากไหนอย่างไร มีการกล่าวกันว่าพระองค์เป็นชาวบ้านธรรมดาที่มีอาชีพเลี้ยงช้างก็มีหรือที่กล่าวกันว่าพระองค์มีเชื้อสายมาจากราชวงศ์สุพรรณภูมิก็มี

แต่ที่แน่นอนคือพระองค์เป็นนายทหารที่มีความสามารถในการรบ และได้รับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จนถึงขนาดที่ได้ยกพระสนมนางหนึ่งที่เป็นชาวเชียงใหม่ให้กับพระเพทราชา ซึ่งต่อมาเด็กชายที่เกิดจากสนมนางนั้น ซึ่งก็กลายเป็นลูกของสมเด็จพระเพทราชาก็คือคุณหลวงสรศักดิ์หรือพระเจ้าเสือ ที่ได้เป็นกษัตริย์ปกครองกรุงศรีอยุธยาเป็นองค์ต่อมาหลังจากการสวรรคตของสมเด็จพระเพทราชา

ในปลายสมัยของสมเด็จพระนารายณ์นั้น พระองค์ทรงมีพระอาการประชวรเรื้อรัง ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติพระราชภารกิจได้ดี อันน่าจะเป็นที่มาของการที่สมเด็จพระเพทราชาจึงได้กระทำการปราบดาภิเษกหลังจากที่สมเด็จพระนารายณ์สวรรคต

เมื่อขึ้นครองราชย์แล้วสมเด็จพระเพทราชาก็ได้เริ่มทำการรุกไล่ชาวฝรั่งเศส ให้ออกจากกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องจากที่เมืองบางกอกนั้นมีป้อมปราการของฝรั่งเศสอยู่ พระองค์จึงต้องยกทัพเพื่อไปล้อมป้อมของฝรั่งเศสอยู่เป็นระยะเวลานานถึง ๔ เดือน มีการเจรจาจนฝรั่งเศสยอมยกพลทั้งหมดออกจากป้อมค่ายทั้งหมดกลับไปยังประเทศฝรั่งเศส เป็นอันสิ้นสุดสัมพันธไมตรีระหว่างอาณาจักรอยุธยาและฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงเวลานั้นมาอีกยาวนานพอสมควร

ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในชาตินักล่าอาณานิคม ได้กลับมาแผ่ขยายอำนาจในดินแดนสุวรรณภูมิอีกครั้งหนึ่งในต้นอาณาจักรรัตนโกสินทร์ และก็เกิดเหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งกับไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะในเรื่องของการรุกรานดินแดนที่ไทยเคยครอบครองอยู่ไม่ว่าจะเป็นลาวหรือเขมร ทำให้ไทยต้องเสียดินแดนบางส่วน รวมทั้งการเสียเสียมราฐ พระตะบอง และศรีโสภณไปในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช ซึ่งทำให้พระองค์เสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จนในที่สุดทรงมีพระอาการประชวรอันนำไปสู่การสวรรคต

ฝรั่งเศสจึงกลายเป็นชาติที่ได้ครอบครองดินแดนในถิ่นสุวรรณภูมิเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ลาว และกัมพูชา ยกเว้น ไทย เพียงชาติเดียว ซึ่ง ชาติเหล่านั้นตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร ก่อนที่จะปลดปล่อยให้ทั้ง ๓ ชาตินั้นมีอิสรภาพกลับคืนมา แต่ก็ได้สร้างปัญหา เรื่องเขตแดนให้กับประเทศต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะระหว่างเวียดนามกับเขมรเท่านั้น แต่ที่เป็นปัญหาใหญ่ขณะนี้คือเขตแดนระหว่างชาติไทยและเขมร

ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ไม่ควรจะมีชาติใดที่คิดจะเข้าไปปกครองชาติอื่นๆ แต่โดยความจริงแล้วปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยังมีชาติมหาอำนาจบางรายต้องการมีอิทธิพล หรืออาจถึงขนาดเข้าไปปกครองชาติอื่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศแถบยุโรปก็ดีหรือในดินแดนอาหรับก็ดี เป็นเครื่องยืนยันว่ามหาอำนาจบางชาติยังคงมีแนวคิดที่จะทำเรื่องดังกล่าวเสมือนกับต้องการเป็นเจ้าโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ผลพวงของการพยายามนั้น ทำให้เกิดสงครามในประเทศหรือสงครามระหว่างประเทศ นอกจากการหวังชัยชนะแล้ว ชาติมหาอำนาจยังได้มีโอกาสขายอาวุธที่มีมูลค่ามหาศาลอย่างยิ่งเพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศของตัวเองบนความย่อยยับของชาติอื่นที่อาจจะไม่มีแสนยานุภาพเพียงพอในการต่อสู้ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือประชาชนของแต่ละประเทศที่ต้องตกอยู่ในภาวะสงคราม เกิดการบาดเจ็บล้มตาย พลัดถิ่นที่อยู่ ยากจนคนแค้น ชีวิตในอนาคตไม่มีความหมายแต่อย่างใด ซึ่งเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ไม่ควรจะได้รับชะตากรรมแบบนี้

ผู้นำของชาติมหาอำนาจบางคน พยายามสร้างภาพว่าตัวเองเป็นผู้ที่รักสันติ และพยายามที่จะให้โลกนี้อยู่ร่วมกันอย่างสุขสงบ ทั้งๆ ที่การแสดงออกที่เคยเกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง และชาติเล็กๆ บางชาติต้องตกเป็นเครื่องมือหรือหลงกลเข้าไปมีส่วนสนับสนุนหรือโดยจำยอมเพื่อให้ผู้นำบางคนได้ถูกจารึกไว้ด้วยรางวัลอะไรก็แล้วแต่ที่แสดงถึงความเป็นผู้รักสันติภาพ

ชาติไทยของเราเคยต้องผจญกับเหตุการณ์จากการรุกรานของประเทศที่ใหญ่กว่า และได้รับความเจ็บปวดอย่างมหาศาลมาแล้ว จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่รัฐบาลชุดปัจจุบันจะต้องไม่ตกหลุมพรางที่นำไปสู่ความเลวร้ายของประเทศอีกครั้งหนึ่ง ส่วนการรุกรานพื้นที่บางส่วนของเรา โดยชาติที่อยู่ติดกันคือเขมรนั้นก็เป็นเรื่องที่จะต้องจัดการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

อย่าใช้อธิปไตยของชาติเป็นของเล่นให้กับชาติหนึ่งชาติใดเป็นอันขาด อธิปไตยต้องเป็นของชาติไทยและของคนไทย ที่ต้องคงอยู่ด้วยความอิสระ มีเสรีภาพที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่ชาติเรากำหนดขึ้นเอง รักษาสมดุลทางด้านสัมพันธภาพระหว่างชาติเราและชาติอื่นๆไว้

รัฐบาลหรือผู้บริหารไม่ว่าจะเป็นของพรรคใดฝ่ายใดก็ตาม ต้องไม่อ้างอำนาจที่เกิดขึ้นได้เพราะประชาชนเลือกเข้ามา ต้องรำลึกเสมอว่าประชาชนไม่ได้เลือกท่านเข้ามาให้มีอำนาจ แต่เลือกเข้ามาเพียงเพื่อให้เป็นตัวแทนในการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง มีเศรษฐกิจที่ดี มีความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน มีสังคมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ และที่สำคัญต้องมุ่งมั่นในการรักษาอธิปไตยของชาติไทยไว้ให้ได้

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
06:00 น. ‘ต้าห์อู๋ พิทยา’ ส่ง OFFICIAL VISUALIZER ซิงเกิลลำดับที่ 5
06:00 น. รบ.เร่งฟื้นฟู‘สงขลา’ เก็บขยะได้1.18แสนตัน
06:00 น. โพลชี้‘อนุทิน’เต็ง ผู้นำจัดตั้งรัฐบาลใหม่
06:00 น. เตือน6จว.ใต้ รับมือฝนถล่ม ช่วง15-16ธ.ค.
06:00 น. ‘อนุทิน’ชัดเจน!ไทยเดินหน้าลุย ไม่มีแผนหยุดยิง เผย‘อันวาร์’แค่ขอให้ยุติยั่วยุ
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 12-18 ธ.ค.68
หนาวมาแน่! มวลอากาศเย็นระลอกใหม่จ่อถล่มอีสาน เหนือ-ใต้รับมือฝนตก-คลื่นสูง
(คลิป) สีหศักดิ์ย้ำ! กัมพูชา มีทางเลือกแค่ 2 ทาง
เขมรหน้าแหกคาบ้าน! โพสต์ชวน'ลาว-เมียนมา-มาเลย์'มาสู้ไทย แต่เจอคอมเมนต์สวนกลับหงายเงิบ
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ-นายกสภาจุฬาฯ นำ คณะผู้บริหารเฝ้าฯ
ดูทั้งหมด
ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ
‘ธนาธร-พิธา’กับสงครามเขมร
การสร้างสังคมไทยให้เป็นประชาธิปไตย โดยผ่านการปฏิรูประบบและกระบวนการกฎหมาย 5 อวสาน
จบเมื่อไร?
ตอบโต้ป้องกันตนเอง อย่างได้สัดส่วน ไม่ใช่มัดมือ-มัดเท้าตัวเองแบบโง่ๆ
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เกลือเป็นหนอนหรือไม่? รถบรรทุกน้ำมันจ่อคิวยาวเหยียด'ด่านช่องเม็ก' หลังมีคำสั่ง'งดส่งออก'

'มทภ.2'ออกคำสั่ง คุมเข้ม'ด่านช่องเม็ก' งดส่งออกน้ำมัน-ยุทธภัณฑ์ มีผลเที่ยงคืน 14 ธ.ค.

ฮุนเซน รีบแก้ตัว บอกเหตุผลยังไม่ปล่อยคนไทยกลับทางด่านปอยเปต

'โฆษกทร.'รับ'เขมร'แทรกซึมเข้าพื้นที่ จ.ตราด พยายามก่อวินาศกรรมสถานที่ทางทหาร-ราชการ

วัย10ขวบ! 'น้องมินิ'สร้างสถิติซีเกมส์คว้าทองสเก็ตบอร์ด

สะพัดเขมรจ้างทหารรัสเซียแทรกซึมหวังทำลายจุดยุทธศาสตร์ ขอปชช.ช่วยตรวจสอบตามที่พัก

  • Breaking News
  • ‘ต้าห์อู๋ พิทยา’ ส่ง OFFICIAL VISUALIZER ซิงเกิลลำดับที่ 5 ‘ต้าห์อู๋ พิทยา’ ส่ง OFFICIAL VISUALIZER ซิงเกิลลำดับที่ 5
  • รบ.เร่งฟื้นฟู‘สงขลา’  เก็บขยะได้1.18แสนตัน รบ.เร่งฟื้นฟู‘สงขลา’ เก็บขยะได้1.18แสนตัน
  • โพลชี้‘อนุทิน’เต็ง  ผู้นำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โพลชี้‘อนุทิน’เต็ง ผู้นำจัดตั้งรัฐบาลใหม่
  • เตือน6จว.ใต้  รับมือฝนถล่ม  ช่วง15-16ธ.ค. เตือน6จว.ใต้ รับมือฝนถล่ม ช่วง15-16ธ.ค.
  • ‘อนุทิน’ชัดเจน!ไทยเดินหน้าลุย  ไม่มีแผนหยุดยิง  เผย‘อันวาร์’แค่ขอให้ยุติยั่วยุ ‘อนุทิน’ชัดเจน!ไทยเดินหน้าลุย ไม่มีแผนหยุดยิง เผย‘อันวาร์’แค่ขอให้ยุติยั่วยุ
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ

ขณะที่มีศึกนอก อย่าให้ศึกในทำร้ายประเทศ

15 ธ.ค. 2568

เงินดิจิทัล หายนะทางสังคม

เงินดิจิทัล หายนะทางสังคม

8 ธ.ค. 2568

คุณและโทษของน้ำ มนุษย์จะจัดการอย่างไร

คุณและโทษของน้ำ มนุษย์จะจัดการอย่างไร

1 ธ.ค. 2568

ความสัมพันธ์ไทย-จีน‘เราเป็นครอบครัวเดียวกัน’

ความสัมพันธ์ไทย-จีน‘เราเป็นครอบครัวเดียวกัน’

24 พ.ย. 2568

เขมร ยังจะต้องไว้ใจกันอีกหรือ

เขมร ยังจะต้องไว้ใจกันอีกหรือ

17 พ.ย. 2568

จากอั้งยี่ มาสู่แก๊งสแกมเมอร์

จากอั้งยี่ มาสู่แก๊งสแกมเมอร์

10 พ.ย. 2568

พระองค์ผู้ทรงเป็นวีรสตรี มหาราชินี

พระองค์ผู้ทรงเป็นวีรสตรี มหาราชินี

3 พ.ย. 2568

ผู้บริหารบ้านเมืองต้องไม่ทุจริต คดโกง

ผู้บริหารบ้านเมืองต้องไม่ทุจริต คดโกง

27 ต.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved