วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
คณะรัฐมนตรี นำโดยนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล มีมติเห็นชอบหลักการการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี) ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เสนอ โดยจะใช้งบประมาณภาครัฐประมาณ 3,900 ล้านบาท (สัญญายาว 5 ปี)
ปรากฏว่า เกิดคำถามถึงความคุ้มค่า และเข้าข่ายเอื้อประโยชน์แก่ใครโดยมิชอบ หรือไม่?
1. นายพายุ เนื่องจำนงค์ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความตั้งคำถามว่า “ความคุ้ม”ของการจัด MotoGP ในไทยต่อไปอีก 5 ปีนั้นอยู่กับใครกันแน่..?
ระบุว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีเสียงวิจารณ์ถึงศักยภาพการจัดงาน ทั้งเรื่องการเดินทาง ที่พัก และระบบรองรับผู้ชม ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างรายได้ท้องถิ่น.. แต่กลับถูกมองข้าม
ขณะที่รัฐบาลอ้างว่าความนิยมของรายการนี้เพิ่มขึ้น แต่กลับมีผู้สนับสนุนทางธุรกิจ (sponsors) ลดลง จนรัฐมีความจำเป็นมา “อุ้ม” รายการแทนมาโดยตลอด
ซึ่งหมายความว่า กิจกรรมนี้ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ และหากเป็นเช่นนั้น รัฐบาลควรถามตัวเองก่อนว่า “เราฝืนจัดเพื่ออะไร? และเพื่อใคร?”
เพราะหากผลประโยชน์ตกอยู่กับเอกชน “กลุ่มเล็ก” ที่มีบทบาทใหญ่ในรัฐบาลปัจจุบัน โดยเฉพาะงบประมาณกลับมาจากภาษีของประชาชนส่วนใหญ่ ย่อมไม่อาจเรียกว่าเป็นนโยบายเพื่อประโยชน์สาธารณะได้..
ดังนั้น รัฐควรทบทวนรูปแบบการสนับสนุน ที่ให้กลุ่มเอกชนที่ได้ประโยชน์ร่วมลงทุนมากขึ้นการที่เป็นอยู่ แทนที่จะผลักภาระให้ประชาชนโดยตรงเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น.. การที่ยังมีกรณีข้อพิพาทเรื่อง “ที่ดินเขากระโดง” ที่ยังคงขาดความชัดเจน รัฐบาลได้เปิดเผยเรื่องนี้ต่อเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วหรือไม่?
หากภายหลังเกิดคำวินิจฉัยที่กระทบสนามและต้องแก้ไข จะนำไปสู่การ “ผิดสัญญา” กับผู้จัดหรือไม่..?
และถ้าเกิดการผิดสัญญาจริง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือในการยื่นขอจัดแข่งรายการอื่นๆ ในอนาคต หรือค่าปรับการผิดสัญญา.. จะเป็น ภาครัฐ, ภาคเอกชน, หรือประชาชนอีกตามเคย?
...หากรัฐบาลต้องการผลักดันให้ Moto GP อยู่ในไทยจริง ก็ควรทำให้ถูกทาง เอกชนที่ได้รับประโยชน์ควรแสดงสปิริตลงทุนอย่างเป็นธรรม และรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลสาธารณะทุกขั้นตอน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า ประเทศไทยจัดงาน “ระดับโลก” อย่างคุ้มค่าโดยไม่ต้องจ่ายราคาแพงเกินจริงเพียงเพื่อประโยชน์กับคนกลุ่มน้อยอีกครับ” – นายพายุกล่าว
2. ข้อมูลความจริง เกี่ยวกับการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี)
ความจริง ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดงานนี้มาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561-2568
คือ เริ่มมาตั้งสมัยนายกฯ ลุงตู่
ประสบความสำเร็จ ได้รับเสียงชื่นชมมาทุกปี คนเข้าไปดูมากขึ้นต่อเนื่องทุกปี
ผลจากการสำรวจ พบว่า มีผู้ชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างการแข่งขันเฉลี่ยกว่า 206,240 คนต่อครั้ง
ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนภายในประเทศ ทั้งในภาคอุตสาหกรรมที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง และการท่องเที่ยว
สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยได้มากถึง 24,927 ล้านบาท
ปัจจุบัน มีผู้ติดตามการแข่งขันทั้งจากการเข้าชมการแข่งขัน ณ สนามแข่งขัน และรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านระบบการถ่ายทอดในรูปแบบต่างๆ กว่า 800 ล้านคน
หรือจาก 207 ประเทศทั่วโลก
การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโต จีพี ถือเป็นรายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมีความเร็วสูงสุดในโลก ซึ่งนับว่าเป็นกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
นับว่า เป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ถึงศักยภาพด้านการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทยสู่สายตาประชาคมโลก ได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดการแข่งขันและการเป็นศูนย์กลางด้านกีฬาในภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงเห็นประโยชน์และความคุ้มค่า ที่จะเสนอให้ไทยเป็นเจ้าภาพต่อไป อีก 5 ปี (ปี 2570-2574) เพื่อต่อยอดความสำเร็จ และรักษาความต่อเนื่องในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
3. ในยุคปัจจุบัน การจะเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ๆ ที่ได้รับความนิยม และแข่งขันกันเป็นเจ้าภาพ โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี
จะเป็นต้องแข่งขันกับประเทศอื่นๆ และรัฐบาลแต่ละประเทศก็มักจะมีนโยบายสนับสนุนเพื่อดึงงานเหล่านั้นให้มาจัดในประเทศของตน เพราะเป็นกิจกรรมที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและชื่อเสียงของประเทศ
ไม่ต้องพูดถึงการแข่งขันกีฬาใหญ่ๆ เช่น ฟุตบอลโลก ฯลฯ
เอาแค่ว่า คอนเสิร์ตนักร้องดังที่ไปแสดงที่ประเทศสิงคโปร์ อดีตนายกฯเศรษฐา สมัยรัฐบาลเพื่อไทย ยังเปิดเผยว่า รัฐบาลสิงคโปร์ยอมทุ่มเงินจ่าย และไทยเราก็ควรจะทุ่มเงินจ่ายบ้าง คุ้มค่า
.png)
.png)
.png)
4. จากการตรวจสอบ พบว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) นำเสนอข้อมูลรายละเอียดที่น่าสนใจในที่ประชุม ครม. ระบุว่า
ภาพรวมของการจัดการแข่งขัน : เป็นเจ้าภาพต่อเนื่อง 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2570-2574)
สถานที่จัดการแข่งขัน : สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ (เป็นสนามแข่งขันที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ (Federation of International Motorcycling : FIM)
รูปแบบการแข่งขัน : การแข่งขันแบ่งเป็น 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น MotoGP (ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 1000 ซีซี) รุ่น Moto2 (ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 600 ซีซี) รุ่น Moto3 (ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 250 ซีซี)
จำนวนผู้ร่วมแข่งขัน : คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้ง 3 รุ่น จำนวน 76 คน
จำนวนผู้เข้าชม : คาดว่า จะมีจำนวนทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 1,050,000 คน
- ปีที่ 1 จำนวน 200,000 คน
- ปีที่ 2 จำนวน 205,000 คน
- ปีที่ 3 จำนวน 210,000 คน
- ปีที่ 4 จำนวน 215,000 คน
- ปีที่ 5 จำนวน 220,000 คน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ :
- สร้างโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นจุดศูนย์กลางด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของโลก
- เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกีฬายานยนต์ระหว่างประเทศไทยและนานาชาติ
- ช่วยพัฒนาบุคลากรด้านกีฬายานยนต์ของไทยที่ยั่งยืน จากการเรียนรู้ การได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ และการมีประสบการณ์ในด้านต่างๆ จากผู้จัดงานระดับโลก รวมไปถึงส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการประสานงานของบุคลากรของประเทศกับนานาชาติ
- ช่วยให้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้สัมผัสเทคโนโลยีขั้นสูงในด้านวิศวกรรมยานยนต์
- สร้างความตื่นตัวของการศึกษาในสาขา STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) อันเป็นการเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีทักษะสูง
- แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการจัดงานระดับโลก หรือ World Class Event
- ส่งเสริมภาพลักษณ์ Sports Tourism ของไทยในเวทีโลก
- สร้างโอกาสในการแสดงศักยภาพในการใช้ Soft Power ของประเทศ
- กระตุ้นการใช่จ่าย เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ และก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศช่วงการจัดการแข่งขัน
- สร้างการจ้างงานทั้งทางตรงผ่านงานในสนามแข่งขันและทางอ้อมผ่านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการ การขนส่ง และการค้า โดยเฉพาะธุรกิจในอุตสาหกรรมกีฬายานยนต์ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นและช่วยลดการว่างงานในท้องถิ่น
- เป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) และนวัตกรรมพลังงานสะอาด
5. การขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ
กรณีประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี)
มีประมาณการรายรับอยู่ที่ 700 ล้านบาท
ในขณะที่ประมาณการค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 4,697.86 ล้านบาท
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อสมทบค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการดังกล่าว จำนวน 3,997.86 ล้านบาท
แบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ (หลังจากหักรายรับ) ค่าภาษีที่เกี่ยวข้อง และค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขัน
โดยในส่วนของค่าลิขสิทธิ์และค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันที่นอกเหนือจากประมาณการ จะใช้จ่ายจากเงินรายได้การบริหารสิทธิประโยชน์การแข่งขัน (ภาคเอกชน) และขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งหากไม่เพียงพอ จะจัดทำคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ หากมีงบประมาณเหลือจ่ายจากการดำเนินงานให้นำส่งคืนเงินตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
6. ครม. จัดทำแผนการปฏิบัติงาน แผนการใช้จ่ายงบประมาณ และแผนบริหารความเสี่ยงด้วย
สำนักงบประมาณพิจาจารณา เห็นว่า เห็นควรให้ความเห็นชอบในหลักการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี)
อย่างไรก็ดี กรอบวงเงินงบประมาณ จำนวน 3,997.86 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นสมควรที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะพิจารณาด้วยความรอบคอบ รัดกุม โปร่งใส บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง คำนึงถึงความประหยัดและความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ ดำเนินการโดยพิจารณาถึงผลสัมฤทธิ์ ประโยชน์สูงสุดของทางราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
ทั้งนี้ เมื่อประเทศไทยได้รับพิจารณาให้เป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันฯ แล้ว ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ต้องใช้ในการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน โดยให้ครอบคลุม ทุกแหล่งเงิน นำรายได้จากการบริหารสิทธิประโยชน์ในฐานะเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน การสนับสนุนจากภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจมาสมทบการดำเนินงาน รวมทั้งการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการใช้จ่ายจากเงินสะสมการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้ภาระต่องบประมาณอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดภาระด้านงบประมาณและการคลังในอนาคต
นอกจากนี้ ควรพิจารณาความพร้อมในด้านต่างๆ วิธีการสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการลงทุนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
ตลอดจนพิจารณาถึงการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงในกรณีที่เงินรายได้จากการบริหารสิทธิประโยชน์การแข่งขันและเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งผลกระทบในทางลบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 (5 ปี) และเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง
จะเห็นได้ว่า ครม. ก็พิจารณารายละเอียด เพื่อความคุ้มค่าที่สุดสำหรับประเทศชาติส่วนรวม
7. ประเด็นปัญหาที่ดินเขากระโดง มีรายงานว่า พิ้นที่สนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ตรงบริเวณทางเข้า เป็นจุดที่มีประเด็นอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันอยู่
พื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อนแค่บางส่วน ไม่กระทบถึงตรงแทร็กแข่ง
ในประการสำคัญ ปัจจุบัน ยังไม่มีการเพิกถอนโฉนดแต่อย่างใด แม้แต่สมัยรัฐมนตรีมหาดไทย ภูมิธรรม เอง ก็ไม่มีการลงนามคำสั่งหรือเสนอเพิกถอนโฉนด
ในรายงานของคณะกรรมการที่ตั้งในยุคบิ๊กอ้วนเพื่อตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของอธิบดีกรมที่ดิน(พรพจน์ เพ็ญพาส อดีตอธิบดีกรมที่ดิน) และ คณะกรรมการตามมาตรา 61 ก็ไม่มีข้อเสนอให้อธิบดีกรมที่ดิน ใช้อำนาจตามมาตรา 61 วรรค 8 เพิกถอนการจดทะเบียน หรือออกเอกสารสิทธิ แต่อย่างใด เป็นคนละเรื่องกับที่ฝ่ายการเมืองแถลงข่าวใหญ่โต
ขณะนี้ ยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขโฉนดแต่อย่างใด
ล่าสุด การรถไฟฯ ได้เริ่มกระบวนการฟ้องร้อง ขอให้เพิกถอนโฉนดบริเวณเขากระโดงเป็นรายแปลงต่อศาล ซึ่งจะต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ต่อสู้ในชั้นศาลยุติธรรม ตามกฎหมายต่อไป
สารส้ม

โรนัลโด้ อยู่ไม่ได้แล้ว! ขนครอบครัวหนีออกจากซาอุฯ มุ่งหน้ามาดริด
ครูชัยยศ พ้นมลทิน หลังคดีถึงที่สุด ศาลยกฟ้องคดีทุจริตอาหารกลางวัน
โซเชียลแห่แชร์ ทรัมป์ มีแผลผื่นแดงหนารอบลำคอ แพทย์ประจำตัวแจงไม่ใช่โรคร้ายแรง
อนุทิน สั่งด่วน! ตรึงราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน
ทั่วโลกจับตา! เปิดตัวเต็ง ว่าที่ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คนใหม่ หลังสิ้นสุดยุคคาเมเนอี

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี