วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569
การเมืองไทยนั้น หลังจากที่ทหารได้เข้าไปมีส่วนร่วมและนำความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 แล้ว ทหารได้กลายเป็นตัวหลักในการยึดอำนาจเปลี่ยนรัฐบาล โดยเรียกว่าการรัฐประหาร และที่ไม่สำเร็จล้มรัฐบาลไม่ได้ ก็กลายเป็นกบฏ เกิดขึ้นมาหลายครั้งหลายหน และแล้ววันหนึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่แม้ทหารจะเรืองอำนาจก็ตามก็ได้กล้าหาญยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เรื่องแผนการปฏิวัติที่มีกรณีปรากฏขึ้น เพื่อถามรัฐบาลตรงๆ ญัตตินี้ได้ยื่นในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2493 ที่มานั้น เนื่องจากการที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหาว่าจะทำการรัฐประหารยึดอำนาจล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม ปีเดียวกัน และบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่ถูกหมายหัวว่าเป็นหัวหน้าคณะผู้ก่อการยึดอำนาจในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่นเป็นคนวงในรัฐบาลเอง คือพลโท หลวงกาจสงคราม หรือชื่อเดิมนามสกุลเดิมว่า เทียน เก่งระดมยิงตำแหน่งในวงการทหารใหญ่โตมากคือเป็นถึงรองผู้บัญชาการทหารบก สมัยนั้นไม่ใช่อยู่ใน 5 เสือทหารบกเหมือนอย่างสมัยนี้ แต่เป็นหมายเลข 2 รองจากผู้บัญชาการทหารบกเพียงคนเดียว ผู้บัญชาการทหารบกขณะนั้น คือพลเอก ผิน ชุณหะวัณผู้เสนอญัตติ ได้อภิปรายมีเนื้อหาสำคัญว่า
“ในกรณีเกี่ยวกับแผนการปฏิวัติเมื่อเดือนมกราคม 2493 ซึ่งมี พลโทกาจ กาจสงคราม รองผู้บัญชาการทหารบกพัวพันอยู่ด้วย จนถึงได้มีพระบรมราชโองการปลด พลโทกาจ กาจสงคราม จากตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารบกแล้ว และในที่สุดปรากฏว่าถูกส่งตัวไปต่างประเทศ นอกจากนี้ปรากฏว่ามีการจับกุมบุคคลสำคัญในระยะนี้อีกด้วย ซึ่งประชาชนคนไทยที่เป็นเจ้าของประเทศยังมืดมนต่อเหตุการณ์ และเกิดความรู้สึกหวั่นไหวในเหตุการณ์ครั้งนี้…”
จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้เป็นผู้ชี้แจงตอบต่อสภาฯว่า
“สำหรับเรื่องของคุณหลวงกาจฯ โดยเฉพาะนั้น… เราถือว่าคดีของคุณหลวงกาจฯ เป็นคดีธรรมดา… ข้าราชการผู้หนึ่งได้กระทำผิดขึ้นเราก็ได้มีการลงโทษปลดปล่อยลงไปเท่านั้น… สาเหตุของเรื่องหลวงกาจฯ ที่เป็นมาก็คือ ทางราชการของตำรวจได้รับรายงานข่าวจาก หลายทาง… นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ชั้นนายพล ซึ่งชอบพอกับคุณหลวงกาจฯ ได้เตรียมการเพื่อจะล้มรัฐบาลหรือเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังเข้าควบคุมตัวคณะรัฐมนตรีและข้าราชการบางคน เป็นการผิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี่เรื่องที่เกิดขึ้น”
จากนั้นนายกรัฐมนตรีก็ได้กล่าวถึงเรื่องอื่นวกวนไปมาอีกพัก จึงกลับมาที่หลวงกาจฯ ว่า
“ทีนี้ เมื่อเวลาคุณหลวงกาจฯ มานั้น จึงได้ให้ทางพนักงานตำรวจเชิญตัวไปสอบสวนที่วังปารุสกวัน เมื่อวันที่ 26 มกราคม ประมาณ24 นาฬิกา… การที่ตำรวจต้องเตรียมตัวระมัดระวังเช่นนี้เพราะเหตุคุณหลวงกาจฯ เวลาไปไหนนั้น มีอาวุธประจำตัวและมีลูกระเบิดประจำในรถตลอดกระทั่งปืนกลเป็นจำนวนมากเสมอ เพราะฉะนั้นเกรงว่าในการที่เผชิญตัวเช่นนั้น คุณหลวงกาจฯ อาจจะเกิดการเข้าใจผิดก็อาจจะใช้ปืนกลหรือลูกระเบิดมือขว้างมาได้ ด้วยเหตุดังนั้นเองในเวลาที่เชิญตัวหลวงกาจฯ เราจึงต้องควบคุมตัวบรรดาเจ้าหน้าที่ที่มากับคุณหลวงกาจฯ”
ท่านนายกรัฐมนตรียังระบุว่า “หลวงกาจฯนั้นขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศ”
ที่ยกมานี้คือเนื้อหาที่สำคัญของการถามและตอบกันในสภาผู้แทนราษฎร ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติปิดอภิปราย แต่เรื่องที่คุยกันนอกสภาฯได้เล่ากันว่า อธิบดีตำรวจได้ให้คนไปเชิญคุณหลวงกาจฯโดยบอกว่านายกรัฐมนตรีขอให้มาพบเพื่อปรึกษาด่วนหลวงกาจฯก็รีบมาที่วังปารุสกวัน ซึ่งเป็นที่ทำการของนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มาถึงพอเข้าไปในห้องก็ถูกตำรวจจู่โจมเข้าจับกุมคุมตัว โดยไม่มีโอกาสพบใครได้อีกเลย และต่อมาก็นำตัวท่านไปที่สนามบินส่งเดินทางออกไปยังฮ่องกง ที่ซึ่งหลวงกาจฯต้องอยู่จนกระทั่งถึงปี 2500 จนรัฐบาลหลวงพิบูลฯถูกยึดอำนาจ และพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์เดินทางไปลี้ภัยที่ต่างประเทศแล้ว ท่านจึงได้เดินทางกลับประเทศไทย
นรนิติ เศรษฐบุตร

จอย ศิริลักษณ์ เปิดใจครั้งแรก หลังซุ่มแต่งงานเงียบ เล่าเส้นทางรักครั้งแรก 28 ปีเป็นรักแรกและรักเดียว
ลิซ่า ทำถึง! ปรากฎตัวในชุดคัสตอมจากรองเท้ากีฬา สมมงแฟชั่นไอคอนระดับโลก
เดี๋ยวนี้เปลี๋ยนไป๋! ปิยบุตร สวน เต้น เป็นตุเป็นตะ ปม ปชน.เจอคดี ชนะไม่ได้ตั้งรัฐบาล
อีสานโพล เผย พรรคประชาชน ครองใจคนอีสานอันดับ 1 ตามด้วยเพื่อไทย-ภูมิใจไทย
ทบ. แจง 3 ปม ซัดกัมพูชา หยุดกล่าวเท็จ ยันไทยปฏิบัติภารกิจอยู่ในเขตอธิปไตยไทย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี