วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ศ.2495 นั้นเป็นการเลือกตั้งที่กล่าวได้ว่ามีความตื่นเต้นน้อยที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลทหาร ที่เพิ่งยึดอำนาจล้มรัฐธรรมนูญมายังไม่ทันครบ 3 เดือนดี จึงเป็นการเลือกตั้งที่เพียงแต่ต้องการให้มีอำนาจนิติบัญญัติที่ประชาชนมีส่วนเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เพียงครึ่งหนึ่งของสภาฯ เท่านั้นเอง
ด้วยเหตุผลนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคสำคัญ จึงประท้วงการเลือกตั้งครั้งนี้โดยไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรคลงแข่งขันในการเลือกตั้งนายควง อภัยวงศ์ ผู้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำของพรรคหลายคนรวมทั้งหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เอง ก็ไม่ลงเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ห้ามสมาชิกของพรรคที่จะลงสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นการส่วนตัว จึงมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการประท้วงแบบนี้ว่าทำเหมือนคำโบราณที่ว่า “หุงข้าวประชดหมาปิ้งปลาประชดแมว”
การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งแบบเรียงเขตเบอร์เดียวคือใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งดังปรากฏว่า จังหวัดพระนครมีผู้แทนราษฎรได้ 6 คนมีผู้ลงสมัครบางรายรวมกลุ่มกันหาเสียงเป็น “กลุ่มหกแรงแข่งขัน” เป็นต้น และมีข้อที่น่าสังเกตมากคือมีประชาชนผู้ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเป็นจำนวนน้อยมากเพียง ร้อยละ 38.6 เท่านั้น จังหวัดพระนครซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศมีคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดแค่ร้อยละ 23.03 เท่านั้นเอง มีผู้แทนคนเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไปลงเลือกตั้งในนามของตนเองและชนะได้เข้าสภาฯเช่น ทางใต้ นายคล้าย ละอองมณี ผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ส่วนทางทิศเหนือ นายเทียม ไชยนันทน์ ก็ได้เป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เมื่อเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยสมใจรัฐบาลทหารแล้ว ได้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ 2 ซึ่งมาจากการแต่งตั้ง จากนั้นได้มีการเลือกประธานและรองประธานสภาโดยพลโทพระประจนปัจจนึก สมาชิกประเภทที่ 2 เป็นประธานสภาฯ มีพระราชธรรมนิเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 และ พลตรี พระยาอานุภาพไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ได้เป็นรองประธานสภาฯคนที่ 2
จากนั้นในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2495 จึงได้ตั้งจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีและอีก 4 วันต่อมา จึงได้มีการตั้งรัฐมนตรี จำนวน27 คน จาก 26 ตำแหน่ง โดยจอมพลป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ถ้าดูจากรายชื่อรัฐมนตรีแล้วจะเห็นว่าเป็นคณะรัฐมนตรีที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ค่อนข้างจะมีอำนาจเลือกสรรคนที่ใกล้ชิดกับท่านให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือพลโท บัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พลตรี เภา เพียรเลิศ บริภัณฑ์ยุทธกิจ ส่วนทางกลุ่มของพลเอก ผิน ชุณหะวัณ ซึ่งมีบทบาทสำคัญมากในการยึดอำนาจตั้งแต่ปี 2490 และปี 2494 นั้นได้เข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรี และยังมีทั้งลูกเขยอีก 2 คน คือพลตำรวจโท เผ่า ศรียานนท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กับพันเอก ประมาณ อดิเรกสาร เข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สำหรับหัวหน้ากลุ่มทหารที่เริ่มมีอำนาจมากขึ้น คือ พลโท สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมเท่านั้นเองรัฐมนตรีอื่นๆ อีกหลายตำแหน่งที่เป็นทหารและพลเรือนก็ล้วนเป็นคนที่ใกล้ชิดกับจอมพล ป.พิบูลสงคราม มาก่อนทั้งนั้น รวมทั้ง พลตรีประยูร ภมรมนตรีอดีตผู้ก่อการคนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ก็กลับมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นอกจากนี้จอมพล ป.พิบูลสงคราม ก็ได้ไปหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งและเป็นพลเรือนมาร่วมเป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วย
ด้วยการที่เป็นรัฐบาลที่สนับสนุนโดยทหาร รัฐบาลนี้ก็อยู่มาตลอดรอดฝั่งครบวาระ 5 ปีจนมีการเลือกตั้งครั้งถัดมาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500
นรนิติ เศรษฐบุตร

จาก ทหารมีไว้ทำไม ถึง แก่ จน โง่ อัจฉราวดี ชี้ พลังเงียบรวมตัวสู้กระแสเหยียดคนไทย
คดีพลิก! ดราม่าเขต 7 ปทุมฯ ผลนับใหม่ไม่ต่างจากเดิม แฉใช้ภาพผิดหน่วยปั่นกระแสเข้าใจผิด
เปิดไทม์ไลน์เดือด ล้อมหีบข้ามคืน ชลบุรี เขต 1 ประท้วงวุ่น หลังเจอบัตรทิ้งถังขยะ จี้นับใหม่ทั้งเขต
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่ขวางตำรวจสอบสวนอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ปมขายความลับให้เอปสตีน
ค่าของเสียงไม่เท่ากัน ใบตองแห้ง เปิดประเด็นร้อนชาวเน็ตถกสนั่นเหยียดหรือเปล่า

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี