วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 เป็นการเลือกตั้งที่คนไทยรอคอยมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งทศวรรษ หลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งก่อนในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2500 ซึ่งสภาที่มาจากการเลือกตั้งถูกล้มไปด้วยการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 จนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2511 ที่เปิดทางให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในครั้งนี้ได้
เมื่อจะมีการเลือกตั้ง นักการเมืองเก่าและพรรคการเมืองเก่าจึงเตรียมฟื้นฟูพรรคการเมืองของตน อย่างเช่นพรรคประชาธิปัตย์ที่ตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2489 ก็ได้ระดมพลพรรคเตรียมฟื้นพรรคขึ้นมาใหม่ แต่ก็น่าเสียดาย เพราะนายควง อภัยวงศ์หัวหน้าพรรคคนแรกได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านั้น ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2511 อย่างไรก็ตามอดีตผู้นำที่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ก็ยังอยู่ และได้เข้ามาร่วมฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคแนวอนุรักษ์นิยม ท่านได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค สำหรับนักการเมืองฝ่ายซ้ายเดิม ที่อยู่อยู่รอดปลอดภัยจากการถูกจับกุมคุมตัวหรือบางรายก็ถูกประหารชีวิตไปแล้ว เมื่อรอดมาถึงปี 2511 บุคคลเหล่านี้ก็พากันออกมารวมกลุ่มและหาทางฟื้นฟูพรรคเก่าของตนด้วยเหมือนกัน
ที่น่าสนใจคือคณะทหารที่ครองอำนาจอยู่คือคณะทหารของจอมพลถนอม กิตติขจร และพลเอกประภาส จารุเสถียร กับพรรคพวกทหารก็ไม่ได้คิดจะวางมือทางการเมืองแต่อย่างใด หากเตรียมตัวจัดตั้งพรรคการเมืองทันที เพราะพรรคการเมืองเป็นเครื่องมือที่จะระดมคนและระดมพลังสนับสนุนเข้ามา จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ที่น่าสังเกตก็คือพรรคที่นายทหารจะเป็นผู้จัดตั้งขึ้น
มานี้คือ พรรคสหประชาไทยก็ได้รับความร่วมมือจากนักการเมืองเก่าที่คณะทหารเหล่านี้ไม่เคยเห็นหัวมาก่อนด้วยเหมือนกัน
ในการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ 7,285,832 คน คิดเป็นร้อยละ 49.10 จังหวัดพระนครซึ่งคือเมืองหลวงนั้นมีผู้ใช้สิทธิน้อยที่สุดเพียงร้อยละ 36.66 เท่านั้นเอง ผลของการเลือกตั้งก็น่ายินดีสำหรับพรรคทหารที่ชนะได้คะแนนอันดับหนึ่ง ได้ที่นั่งจำนวน 75 ที่นั่ง จากทั้งหมด 219 ที่นั่ง จึงพยายามหาสมาชิกสภาผู้แทนที่ไม่สังกัดพรรคเข้ามาร่วมได้อีก 30 คนรวมเป็น 105 คน น้อยกว่ากึ่งหนึ่งอยู่ 5 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านสำคัญนั้นได้ผู้แทนมาทั้งหมด 57 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถชนะเลือกตั้งในจังหวัดพระนครและธนบุรีทุกที่นั่งได้ 21 คน และในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีนักการเมืองหน้าใหม่ใหม่เข้าสู่วงการคนหนึ่ง คือ นายชวน หลีกภัยผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ซึ่งถึงวันนี้ท่านยังเป็นผู้แทนราษฎรโดยไม่เคยแพ้เลือกตั้งเลย คราวนั้นยังไม่ทันได้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่าขุนคงฤทธิ์ศึกษากร ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมาได้ถึงแก่กรรมในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ต่อมาในวันที่ 5 มีนาคม สภาผู้แทนราษฎรได้เลือกพลตรีศิริ สิริโยธิน เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและ ในวันที่ 7 มีนาคมได้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นได้แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีจำนวน 26 ตำแหน่ง ซึ่งแน่นอนก็เป็นไปตามข้อห้ามของรัฐธรรมนูญคือเป็นคนนอกสภาทั้งสิ้น แต่หลายคนยังมีตำแหน่งเป็นข้าราชการประจำอยู่ด้วย
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินมาด้วยดีในปีแรก แต่พอเข้าปีที่ 2ได้เริ่มมีข่าวถึงไม่สบายใจระหว่างผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรครัฐบาลกับคณะรัฐมนตรี จนมาถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2514 ช่วงเวลาที่เปิดประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ได้มีข่าวว่าผู้แทนราษฎรหลายคนที่สังกัดพรรครัฐบาลได้ยื่นข้อเรียกร้องและขู่ว่า จะคว่ำพระราชบัญญัติงบประมาณ และนี่น่าจะเป็นเหตุสำคัญที่คณะทหารได้เข้ายึดอำนาจอีกครั้งในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 และยกเลิกรัฐธรรมนูญ ยกเลิกวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร คณะปฏิวัติชุดนี้มีจอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ เป็นอันว่าคณะทหารได้กลับเข้ามาปกครองโดยตรงอีกครั้งหนึ่ง
นรนิติ เศรษฐบุตร

เกิดอะไรขึ้น?! ก้อย อรัชพร เจอสาวปริศนาโพสต์ป่วน ให้ติดต่อกลับด่วน-อย่าทำร้ายลับหลัง
เอ็ดดี้ ไขคำตอบ! ทำไมพระมหากษัตริย์ไทย เป็นพระราชวงศ์จากเอเชีย เพียงหนึ่งเดียว ร่วมงานกษัตริย์สวีเดน
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
วังอังกฤษอวดพระรูปใหม่ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ พระชันษาครบ 11 ปี สวยสง่าตามรอยเจ้าหญิงเคท
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานในการพระราชพิธีฉัตรมงคล 2569

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี