วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
การเลือกตั้งสองครั้งในปี 2500
การยึดอำนาจของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 นั้น แม้จะมิได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในตอนนั้น ก็ตาม แต่คณะทหารก็ได้ล้มสภาผู้แทนราษฎร ด้วยเหตุนี้ปี 2500 จึงเป็นปีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปถึง 2 ครั้ง โดยกำหนดการเลือกตั้งครั้งใหม่ขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาล ที่มีนายพจน์ สารสิน เป็นนายกรัฐมนตรี
การแข่งขันในสนามเลือกตั้งในครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค จึงเป็นพรรคการเมืองที่มีภาษีดีกว่าพรรคการเมือง อื่นๆ เพราะพรรคการเมืองสำคัญของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม อันได้แก่พรรคเสรีมนังคศิลา นั้น เมื่อหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ทั้ง 2 ท่านได้เดินทางไปลี้ภัยอยู่ที่ต่างประเทศแล้ว จึงเป็นพรรคที่อ่อนแออย่างมากไปในทันที ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์รู้สึกว่าตนได้เปรียบนั้น คณะทหารหรือที่จริงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ได้ทำความแปลกใจให้แก่วงการเมือง ที่อาจกล่าวว่าเกินความคาดหมาย คือ คณะทหารได้ส่งเสริมให้นักการเมืองสำคัญ 2 คน ไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา ชื่อพรรคสหภูมิ นักการเมืองที่ว่านี้ คนแรกคือ นายสุกิจ นิมานเหมินทร์ นักวิชาการชั้นนำระดับศาสตราจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ลงสนามการเมืองมาแล้ว สังกัดพรรคเสรีมนังคศิลาลงแข่งขันได้เป็นผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่มาแล้ว และก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วด้วย ให้มาเป็นผู้นำพรรคการเมืองใหม่ของทหาร คือให้เป็นหัวหน้าพรรค ส่วนนักการเมืองอีกท่านนั้นคืออดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนมสังกัดพรรคเสรีมนังคศิลาเช่นกัน ชื่อนายสงวน จันทรสาขา ให้มาเป็นเลขาธิการพรรค คนหลังนี้สำคัญมาก เพราะด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นน้องชายต่างบิดา ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ผู้คนจึงเฝ้าดูการแข่งขันที่สำคัญระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคสหภูมิเป็นสำคัญว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้ง โดยพรรคประชาธิปัตย์นั้นได้เปรียบในแง่ที่เป็นพรรคเก่า เป็นพรรคที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเมืองหลวงของประเทศคือจังหวัดพระนคร ส่วนพรรคสหภูมิแม้จะเป็นพรรคการเมืองใหม่แต่ก็มีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคยชนะการเลือกตั้งมาแล้วได้ย้ายมาเป็นสมาชิกและลงสมัครเข้ารับเลือกตั้งในนามพรรคสหภูมิอยู่เป็นจำนวนมาก ผลของการเลือกตั้ง
ครั้งนี้ก็น่าสนใจมาก พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำความผิดหวังให้กับผู้ที่สนับสนุนเพราะเป็นพรรคที่ไม่ได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง พรรคที่ได้ผู้แทนฯมากเป็นอันดับหนึ่งนั้นคือพรรคสหภูมิซึ่งได้ที่นั่งในสภาจำนวน 44 ที่นั่งจากจำนวนทั้งหมด 160 ที่นั่ง ที่น่าสังเกตก็คือมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากเป็นผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคใดเป็นจำนวนมากกว่าผู้แทนฯของพรรคสหภูมิเป็นจำนวนมาก
หลังการเลือกตั้ง เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เห็นว่าพรรคสหภูมิไม่ได้รับการสนับสนุนมากพอ ท่านจึงได้ดำเนินการตามแผนที่ 2 นั่นคือ จัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ชื่อ พรรคชาติสังคม ในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2500 คือ 6 วันหลังวันเลือกตั้ง
นั่นเอง ที่มีตัวท่านเองเป็นหัวหน้าพรรคและมี พลโทประภาส จารุเสถียร เป็นเลขาธิการพรรค ที่ทำได้อย่างนี้เพราะรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ไม่ได้ห้ามข้าราชการประจำเป็นข้าราชการการเมืองในเวลาเดียวกัน โดยยุบพรรคสหภูมิ และนำสมาชิกทั้งหมดของพรรคย้ายมาอยู่พรรคชาติสังคม นอกจากนี้ ยังชักชวนเอาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อิสระ ไม่สังกัดพรรคใดเข้ามาอยู่ในพรรคใหม่ ทั้งยังเอานายทหารทั้งหลายที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ที่มาจากการแต่งตั้ง เข้ามาร่วมเป็นสมาชิกในพรรคชาติสังคมด้วย ทำให้พรรคชาติสังคมมีเสียงในสภาฯเกินกว่ากึ่งหนึ่ง และสามารถตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาได้สบาย โดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้เป็นผู้ที่มีบทบาทในการเลือกให้พลโทถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาล เข้าบริหารประเทศ เมื่อบ้านเมือง อยู่ในการควบคุมดูแลของฝ่ายทหารเรียบร้อยแล้ว จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงได้เดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อรักษาตัว
นรนิติ เศรษฐบุตร

ปตท.-บางจาก ประกาศราคาใหม่ ดีเซลพรีเมียม ทะลุลิตรละ 70 บาท
มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม
ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลฐานปฏิบัติการ เนิน 469-เนิน 741 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี
แผ่นดินไหวขนาด 5.9 เขย่าอัฟกานิสถาน สะเทือนไกลถึงปากีสถาน-อินเดีย
โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา - เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี