วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในรอบสามปีที่ผ่านมา เอเชียใต้ได้เผชิญการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ที่แทบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ตั้งแต่ศรีลังกาในปี 2022 บังกลาเทศในปี 2024 มาจนถึงเนปาลในปี 2025 สามประเทศที่มีบริบททางศาสนา ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ต่างกันอย่างสุดขั้ว กลับมี“จุดร่วมทางการเมือง” ที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาด นั่นคือ การดำรงอยู่ของระบบอำนาจเก่าที่ผูกขาดประเทศมายาวนาน จนทำให้ความไม่พอใจในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ก่อตัวเป็นภูเขาไฟที่พร้อมปะทุ เพียงรอแรงกระตุ้นสุดท้าย และแทบทุกกรณี แรงกระตุ้นนั้นคือ “คอร์รัปชัน” ที่ทำให้ผู้คนไม่อาจทนต่อไปได้อีก
หากมองลึกลงไป คอร์รัปชันในทั้งสามประเทศไม่ใช่เรื่องของเจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่ม แต่คือฐานคิดและโครงสร้างอำนาจที่ฝังรากอยู่ในระบบการเมืองแบบตระกูลการเมือง โดยเฉพาะในเนปาลซึ่งการเมืองถูกผูกขาดโดยสามพรรคใหญ่ตลอด 17 ปีหลังเป็นสาธารณรัฐ ทั้ง ٣ พรรคการเมืองได้ผลัดเปลี่ยนกันเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 13 คน แต่ทั้งหมดล้วนมาจากกลุ่มเดิมๆ
และยังคงรักษาวัฒนธรรมอุปถัมภ์ ผลประโยชน์ทับซ้อน และการใช้อำนาจในทางมิชอบอย่างต่อเนื่อง เมื่อผนวกกับเศรษฐกิจที่ไม่สามารถสร้างงานคุณภาพ ทำให้ชาวเนปาลจำนวนมหาศาลต้องออกไปทำงานต่างประเทศเพื่อส่งเงินกลับบ้าน ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนธรรมดาที่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดกับลูกหลานของชนชั้นนำที่ใช้ชีวิตหรูหราตามที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีของความโกรธที่กำลังก่อตัวขึ้นในประเทศ
ในศรีลังกา ความโกรธสะสมดังกล่าวปะทุในรูปแบบวิกฤตปากท้อง ขาดแคลนพลังงาน อาหาร และยารักษาโรค ซึ่งสะท้อนการบริหารประเทศอย่างผิดพลาดและคอร์รัปชันระดับโครงสร้างของตระกูลราชปักษา เมื่อผู้คนเริ่มรู้สึกว่าระบบไม่อาจมอบปัจจัยพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตได้อีกต่อไป จึงไม่แปลกที่ผู้ประท้วงจะบุกทำเนียบประธานาธิบดีและบีบให้ผู้นำต้องลี้ภัย ต่างจากบังกลาเทศ ซึ่งความไม่พอใจปะทุจากความรู้สึกว่าการเมืองปิดตาย และชนชั้นนำปกป้องผลประโยชน์กันเอง ขณะที่ความเหลื่อมล้ำสูงขึ้นจนประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองไม่มีที่ยืนในระบบพลังของคนรุ่นใหม่จึงขยายตัวอย่างรวดเร็วเพื่อต่อต้านสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรม
เนปาลคือกรณีที่แสดงให้เห็นพลังของคนรุ่นใหม่ได้เด่นชัดที่สุด การลุกฮือเริ่มต้นจากการแบนโซเชียลมีเดีย 26 แพลตฟอร์มโดยรัฐบาล ซึ่งเทียบได้กับการตัดช่องทางสื่อสาร การเรียน และการทำงานของคนรุ่นดิจิทัล แต่นี่เป็นเพียงชนวน สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคือการบริหารประเทศที่ไร้เสถียรภาพ คอร์รัปชันในทุกระดับ และภาพชีวิตหรูหราของ “nepo kids” ลูกหลานนักการเมืองในโลกออนไลน์ที่ตรงข้ามกับชีวิตจริงของเยาวชนเนปาล การเสียชีวิตของนักเรียนมัธยมจากการใช้กำลังของรัฐในวันแรกของการประท้วงคือจุดแตกหักที่ทำให้มวลชนขยายจาก Gen Z ไปสู่ทุกเจเนอเรชั่น การเผารัฐสภา ศาลสูงสุด และทำเนียบประธานาธิบดีจึงไม่ใช่การมุ่งทำร้ายบุคคล แต่เป็นการทำลาย “สัญลักษณ์ของระบบที่พวกเขาไม่เชื่อถืออีกต่อไป”
ปัจจัยร่วมกันของสามประเทศคือ “ความชอบธรรมของชนชั้นนำได้หมดลงแล้ว” และผู้คน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ไม่ยอมทนกับการคอร์รัปชันอีกต่อไป พวกเขาพบว่าการเลือกตั้ง ระบบราชการ และกลไกตรวจสอบไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการประท้วง แต่คือการตัดสินใจ “โค่นระบอบเก่า”และเรียกร้องระบบใหม่ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีอนาคตที่จับต้องได้มากกว่านี้
สุดท้าย บทเรียนจากสามประเทศนี้ส่งสัญญาณเตือนมาถึงไทยว่า หากการเมืองยังคงติดหล่มความไม่โปร่งใส ระบบอุปถัมภ์ และการใช้อำนาจเพื่อพวกพ้อง การพังทลายของ “ระบอบเก่า” อาจไม่ได้เกิดจากศัตรูภายนอก แต่อาจเกิดจากคนรุ่นใหม่ในประเทศเอง ที่เริ่มตั้งคำถามว่าพวกเขากำลังถูกขโมยอนาคตไปหรือไม่และระบอบการเมืองที่มีอยู่จะสร้างชีวิตที่ดีให้พวกเขาได้มากน้อยแค่ไหน การเร่งสร้างระบอบการเมืองไร้คอร์รัปชันจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนของไทยเพื่อป้องกันไม่ให้เราถลำลึกไปถึงขั้น٣ ชาติเอเชียใต้
ศุภวิชญ์ แก้วคูนอก

เช็กเลยที่ไหนบ้าง! การไฟฟ้านครหลวง แจ้งดับไฟ 18 มี.ค.69 'กรุงเทพมหานคร' 3 จุด
นรข.ยึดเวฟ 2 คันเตรียมข้ามโขง! เผยรถรุ่นนี้ยืนหนึ่งออเดอร์เพื่อนบ้าน-เวียดนาม
จี้ปรับค่าอาหารสส.เท่าทหารเกณฑ์ ปราชญ์ สามสี แนะ รัดเข็มขัดเป็นตัวอย่าง
ด่วน! อิสราเอล สังหาร อาลี ลาริจานี ผู้นำฝ่ายความมั่นคงอิหร่านแล้ว เย้ยแรงส่งลงนรกตามอดีตผู้นำ
ตำรวจ สภ.ปากช่อง สรุปสำนวนคดีรันเวย์ VIP เถื่อน ส่ง ป.ป.ช. ไต่สวนแล้ว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี