วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / มองอย่างไท
มองอย่างไท

มองอย่างไท

ปิยะ เนตรวิเชียร
วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

ดูทั้งหมด

  •  

หากศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยที่มีการบันทึกไว้อย่างชัดเจนก็จะพบว่าในระยะเวลาร่วม ๘๐๐ ปีที่ผ่านมานั้น แม้ไทยจะมีสงครามกับเพื่อนบ้านอยู่หลายครั้งก็ตาม แต่ก็จะเห็นว่าส่วนใหญ่ของสงครามที่เกิดขึ้นนั้น เกิดขึ้นจากการที่ศัตรูมารุกรานชาติไทย ทำให้ไทยต้องต่อสู้ และเมื่อตอนต่อสู้นั้นชนเผ่าไทยก็จะต่อสู้อย่างกล้าหาญเต็มกำลังความสามารถ มุ่งมั่นเพื่อจะเอาชัยชนะเสมอมา

ในสมัยอาณาจักรสุโขทัย บันทึกของการถูกรุกรานครั้งแรกเกิดขึ้นในสมัยของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระมหากษัตริย์พระองค์แรกของชาติไทย ผู้ครองอาณาจักร โดยมีกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี


ประมาณปี พ.ศ.๑๘๐๐ มีข้าศึกยกทัพมารุกรานเมืองตากซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย ทำให้พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ต้องยกทัพไปรบเพื่อป้องกันเมืองนั้นไว้ให้ได้ โดยมีพ่อขุนรามคำแหง พระราชโอรสซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง ๑๙ พรรษา ได้ติดตามไปด้วย เกิดสงครามยุทธหัตถีระหว่างขุนสามชนเจ้าเมืองฉอดที่ยกทัพมารุกรานกับพ่อขุนรามคำแหง ที่ได้เข้ากระทำยุทธหัตถีแทนสมเด็จพระราชบิดาและสามารถเอาชนะขุนสามชนได้ ทำให้กรุงสุโขทัยได้รับชัยชนะและรักษาดินแดนไว้ได้

ในส่วนของสงครามระหว่างไทยและพม่านั้น บันทึกของศึกสงครามระหว่างกัน ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๐๘๑ เมื่อพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้แห่งอาณาจักรหงสาวดีได้ให้กองทัพยกมาตีและยึดเมืองเชียงกรานซึ่งเป็นเมืองในเขตชายแดนไทยเอาไว้ ทำให้สมเด็จพระไชยราชาธิราชต้องยกทัพออกไปต่อสู้ด้วยพระองค์เองจนได้รับชัยชนะ เอาเมืองเชียงกรานกลับคืนมาเป็นของอาณาจักรอยุธยาได้

ประเทศเพื่อนบ้านที่ยกทัพมารุกรานไทยมากที่สุดคืออาณาจักรหงสาวดี โดยได้ยกทัพมารุกรานอาณาจักรอยุธยาหลายครั้ง ครั้งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้อยุธยา ต้องเสียอิสรภาพเกิดขึ้นในปี พ.ศ.๒๑๑๒ ในสมัยสมเด็จพระมหินทราธิราช ทำให้อาณาจักรอยุธยาต้องตกเป็นเมืองประเทศราชของอาณาจักรหงสาวดีอยู่นานกว่า ๑๕ ปี ก่อนที่สมเด็จพระนเรศวรจะสามารถกู้ชาติกลับคืนมาได้ โดยการประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นต่ออาณาจักรหงสาวดีอีกต่อไปในปี พ.ศ ๒๑๒๗

หลังจากการประกาศอิสรภาพแล้ว อาณาจักรหงสาวดีหรือพม่าก็ยังพยายามที่จะยกทัพมารุกรานไทยอย่างต่อเนื่อง ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๒๙ เมื่อพระเจ้านันทบุเรงยกทัพมีกำลังพล ๒๕๐,๐๐๐ คน มาล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่๖ เดือน ถึงแม้ไทยจะมีกำลังพลเพียง ๘๐,๐๐๐ คนก็สามารถตีขับไล่พม่าจนถอยทัพกลับไปได้

ในปี พ.ศ.๒๑๓๔ พระเจ้านันทบุเรงให้กองทัพที่นำโดยพระราชโอรสมังสามเกียด ยกทัพใหญ่มีกำลังพล ๓๐๐,๐๐๐ คน มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรได้นำทัพที่มีกำลังคน ๘๐,๐๐๐ คน ยกออกไปต่อสู้กับพม่าที่สุพรรณบุรี ตีค่ายพม่าจนแตก และสังหารพระยาพะสิมแม่ทัพพม่าได้ พม่าจึงยกทัพกลับ

ศึกครั้งสำคัญที่สุดที่หงสาวดียกมารุกรานไทยอีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๑๓๕ ศึกครั้งนี้หงสาวดียกทัพมีกำลังพล ๒๔๐,๐๐๐ คน โดยแม่ทัพคือ มังสามเกียด เช่นเดิม ในขณะที่อยุธยามีกำลังพลเพียงแค่ ๑๐๐,๐๐๐ คน สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถพระอนุชายกทัพออกไปต่อสู้กับทัพของหงสาวดีที่หนองสาหร่าย สุพรรณบุรี เกิดการต่อสู้ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชามังสามเกียดที่เรียกว่าสงครามยุทธหัตถี

ในสงครามครั้งนี้ ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวรคือเจ้าพระยาไชยานุภาพซึ่งเป็นช้างตกมัน ได้วิ่งทะลวงเข้าไปในกองทัพหงสาวดี จนเมื่อช้างหยุดวิ่งนั้นปรากฏว่าตกอยู่ในวงล้อมของข้าศึกแล้ว สมเด็จพระนเรศวร จึงได้ทำการท้าทายพระมหาอุปราชาให้ออกมาสู้กันให้สมกับพระเกียรติยศ

การต่อสู้กันครั้งนี้ ถึงแม้ในระยะแรกช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพจะเสียเปรียบ เพราะขนาดตัวเล็กกว่า จึงถูกช้างพลายพัทธกอของพระมหาอุปราชางัดได้ล่างทำให้พระมหาอุปราชาได้โอกาสฟันสมเด็จพระนเรศวรด้วยพระแสงของ้าว พระนเรศวรทรงเบี่ยงพระเศียรหลบ ทำให้ของ้าวนั้นฟันปีกหมวกของพระองค์ขาดกระเด็น ทำให้พระมาลานี้ได้รับการขนานนามว่า พระมาลาเบี่ยง

หลังจากนั้นช้างเจ้าพระยาไชยานุภาพสะบัดช้างพลายพัทธกอหลุดออกได้ และดันช้างพลายพัทธกอไปจนได้ล่างบ้าง ทำให้ช้างพลายพัทธกอเบี่ยงไปข้างหนึ่ง สมเด็จพระนเรศวรได้ที จึงฟันพระมหาอุปราชาด้วยพระแสงของ้าว ถูกที่บริเวณไหล่ขวาขาดลงไปจนถึงบริเวณเอว สิ้นพระชนม์บนคอช้าง ทำให้ทัพพม่าต้องพ่ายแพ้และยกทัพกลับ นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของสมเด็จพระนเรศวร ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถในการรบและมีความกล้าหาญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลังจากการศึกครั้งนั้นแล้ว หงสาวดีไม่ได้ยกทัพมารุกรานอยุธยาอีกเลยนานถึง ๑๖๖ ปี

จะเห็นว่าเมื่อชาติไทยถูกรุกรานนั้น พระมหากษัตริย์ไทยจะนำทัพด้วยพระองค์เองออกต่อสู้กับศัตรูผู้รุกรานอย่างเสมอมา เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติและปกป้องแผ่นดินไทยให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยอย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา ถึงแม้ไทยจะเสียอิสรภาพอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ.๒๓๑๐ แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินก็ทรงนำทัพอย่างองอาจกล้าหาญ กู้ชาติ คืนมาได้โดยใช้ระยะเวลาเพียง ๗ เดือนเท่านั้น

ศึกสงครามระหว่างไทยและเขมร ชาติที่มีผู้นำปลิ้นปล้อนและไม่เคยจริงใจ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ก็เกิดขึ้นจากการรุกรานของเขมรที่กระทำต่อชาติไทย ที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม จังหวัดสุรินทร์ ทำให้กองทัพไทยทั้งทัพบก เรือและอากาศได้ผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อต่อสู้กับศัตรูผู้รุกราน และในขณะที่กองทัพไทยเริ่มได้เปรียบ ก็มีชาติที่อ้างว่าเป็นกลาง ได้ขอจัดให้มีการประชุมเพื่อการเจรจาหยุดยิงมีการลงนามสัญญาการหยุดยิง แต่ปรากฏว่าฝ่ายเขมรไม่ได้ปฏิบัติตามข้อสัญญาแต่อย่างใด

ในวันที่ ๗ ธันวาคม เขมรได้เริ่มรุกรานอธิปไตยของชาติไทยอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ กองทัพไทยต้องรวมพลังและเข้าร่วมต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ เข้มแข็ง อดทนและมีระเบียบวินัยอย่างยิ่งของทหารหาญของชาติทุกหมู่เหล่าที่อยู่ในสนามรบ และด้วยการใช้ยุทธวิธีและการประสานกำลังรบที่ยอดเยี่ยม ในที่สุดกองทัพไทยก็สามารถรุกคืบ เอาแผ่นดินที่เขมรแอบเข้ามาครอบครองตลอดแนวเขตแดนเป็นเวลาร่วม ๔๐ ปี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นแผ่นดินที่ไทยได้มีเมตตาให้ชาวเขมรอพยพจำนวนหลายแสนคนเข้ามาอยู่อาศัย จากการถูกไล่ล่าด้วยพวกเดียวกันเองของกลุ่มที่เรียกว่าเขมรแดง กลับคืนมาได้เกือบจะทั้งหมด และสถาปนาดินแดนนั้นกลับมาเป็นของไทยอีกครั้งหนึ่ง นำธงชาติไทยไปปักและให้โบกสะบัดเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ว่าแผ่นดินเหล่านั้นเป็นของประเทศไทย และจะเป็นของไทยไปชั่วกัลปาวสานตามที่ท่านเสนาธิการทหารได้กล่าวไว้กับทหารไทยที่อยู่ในยุทธภูมิ

ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนชาวไทยจะต้องแสดงความรักชาติให้เป็นที่ปรากฏ และพร้อมที่จะร่วมกับกองทัพไทยและทหารกล้าของชาติทั้งหลายปกป้องแผ่นดินผืนนี้ซึ่งเป็นแผ่นดินเกิด แผ่นดินที่อดีตพระมหากษัตริย์และบรรพบุรุษนักรบของไทยได้สร้างและรักษาเอาไว้ให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยต่อไป ทหารกล้าส่วนหนึ่งของไทยได้เสียสละพลีชีวิตและเลือดเนื้อ ตลอดจนอวัยวะ เพื่อปกปักรักษาแผ่นดินผืนนี้ไว้ ในศึกสงครามครั้งนี้ เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหารหาญเหล่านั้นและทหารทุกนายที่ร่วมรบในศึกสงครามครั้งนี้ จะถูกจารึกไว้ในใจของคนไทยที่รักชาติทั้งหลายตลอดไปในฐานะวีรบุรุษของชาติ

อันชาติไทยใหญ่ยิ่งถิ่นแดนเกิด

ไทยต้องเทิดเชิดชาติศาสนา

ทั้งมหาบูรพกษัตรา

สร้างชาติมาพาไทยให้ยืนยง

กษัตริย์เจ้าทุกพระองค์ทรงยิ่งใหญ่

พลีเลือดเนื้อชีพไปใฝ่ประสงค์

เพื่อรักษาแผ่นดินไว้ให้ธำรง

นั้นสูงส่งพระมหากรุณาธิคุณ

ขอราษฎร์ไทยใจไทยได้ร่วมรักษ์

มุ่งพิทักษ์ชาติไว้ให้เกื้อหนุน

เทิดกษัตริย์บรรพบุรุษสุดการุณย์

ตอบแทนคุณหนุนถิ่นแผ่นดินไทย

ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
21:46 น. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไฟเขียว กกต. ขอยืดเวลาชี้แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งออกไปอีก 7 วัน
21:32 น. ตูน - ก้อย โชว์ความอลังการองค์พระพิฆเนศหนึ่งเดียวในโลก ประดิษฐานในบ้านหลังงามที่ภูเก็ต
21:29 น. กองทัพบก สวนกลับเขมร! ปล่อยเฟคนิวส์ทหารไทยถล่มช่องอานม้า
21:27 น. ฟัน สิบเอก ลงโทษโหด ทบ แจ้งความทำร้ายร่างกาย ทรมานพลทหาร
21:14 น. สรุปดรามา ภาพวาดราคา 1.6 แสน ไม่ตรงปกเพราะศิลปินหวังดี ปรับสีให้ละมุนขึ้น
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ฝ่ายค้านกัมพูชา เชื่อเสียดินแดนแน่ หลังทหารไทยขุดคู วางลวดหนาม ชี้ทางแก้ต้องล้มระบอบฮุนเซน
ก้อย อรัชพร เคลื่อนไหว โพสต์ภาพตอนไปภูสอยดาว หลังทัวร์ลงแก๊งเพื่อนชงเข้ม #ท็อปก้อย
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ก.พ.69
วิศวกรแหกส้ม เล่นละครซ่อมแอร์ชั้น 4 ชี้จุดโป๊ะหนังคนละม้วน
ดูทั้งหมด
บัตรเลือกตั้งมีปัญหา หรือนักซื้อเสียงมีปัญหา
กัมพูชากำลังกลายเป็นนรกของสแกมเมอร์
เตรียมรับมือกองกำลังกัมพูชา
การเมืองไทย มิติไหน ก็ถูกแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว
แวดวงการเงิน : 21 กุมภาพันธ์ 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ตูน - ก้อย โชว์ความอลังการองค์พระพิฆเนศหนึ่งเดียวในโลก ประดิษฐานในบ้านหลังงามที่ภูเก็ต

กองทัพบก สวนกลับเขมร! ปล่อยเฟคนิวส์ทหารไทยถล่มช่องอานม้า

ฟัน สิบเอก ลงโทษโหด ทบ แจ้งความทำร้ายร่างกาย ทรมานพลทหาร

สรุปดรามา ภาพวาดราคา 1.6 แสน ไม่ตรงปกเพราะศิลปินหวังดี ปรับสีให้ละมุนขึ้น

รวบคาด่าน จับผู้ต้องหาบัญชีม้าพกปืนเถื่อน เช็คประวัติพบหมายจับอื้อ

ไอซ์ รักชนก ฟาดงวงฟาดงา! เสียใจชวดเก้าอี้ รมต. เล็งประธาน กมธ. แรงงาน

  • Breaking News
  • ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไฟเขียว กกต. ขอยืดเวลาชี้แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งออกไปอีก 7 วัน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไฟเขียว กกต. ขอยืดเวลาชี้แจง บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งออกไปอีก 7 วัน
  • ตูน - ก้อย โชว์ความอลังการองค์พระพิฆเนศหนึ่งเดียวในโลก ประดิษฐานในบ้านหลังงามที่ภูเก็ต ตูน - ก้อย โชว์ความอลังการองค์พระพิฆเนศหนึ่งเดียวในโลก ประดิษฐานในบ้านหลังงามที่ภูเก็ต
  • กองทัพบก สวนกลับเขมร! ปล่อยเฟคนิวส์ทหารไทยถล่มช่องอานม้า กองทัพบก สวนกลับเขมร! ปล่อยเฟคนิวส์ทหารไทยถล่มช่องอานม้า
  • ฟัน สิบเอก ลงโทษโหด ทบ แจ้งความทำร้ายร่างกาย ทรมานพลทหาร ฟัน สิบเอก ลงโทษโหด ทบ แจ้งความทำร้ายร่างกาย ทรมานพลทหาร
  • สรุปดรามา ภาพวาดราคา 1.6 แสน ไม่ตรงปกเพราะศิลปินหวังดี ปรับสีให้ละมุนขึ้น สรุปดรามา ภาพวาดราคา 1.6 แสน ไม่ตรงปกเพราะศิลปินหวังดี ปรับสีให้ละมุนขึ้น
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

รู้แพ้รู้ชนะ คือคุณสมบัติของนักการเมืองผู้ดี

16 ก.พ. 2569

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

รัฐบาลใหม่ ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์

9 ก.พ. 2569

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ไม่เห็นชอบ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

2 ก.พ. 2569

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

สถาบันกษัตริย์ ต้องได้รับการคุ้มครอง

26 ม.ค. 2569

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

19 ม.ค. 2569

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

อำนาจ เพื่อประโยชน์ของใคร

12 ม.ค. 2569

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

แผ่นดินนี้ที่ไทยต้องรักษา

5 ม.ค. 2569

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

กษัตริย์จิกมี เทิดพระเกียรติกษัตริย์ไทย

29 ธ.ค. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved