Logo วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / คิด เขียน คุย
คิด เขียน คุย

คิด เขียน คุย

รุ่งเรือง ปรีชากุล
วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
กาเบอร์‘37’-ไม่เห็นชอบ‘แก้รัฐธรรมนูญ’

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

นับจากนี้อีกสองอาทิตย์กว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์เดือนหน้า มีการลงคะแนนเสียงสองเรื่อง คือเลือกตั้ง สส. และลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ

บัตรสีเขียว เลือก สส.เขต, บัตรสีชมพูเลือก สส.ระบบบัญชีรายชื่อ และบัตรสีเหลืองลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญ หรือพูดให้ชัดก็คือ ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้ฉีกทิ้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่


ในการกาบัตรเลือก สส.ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อหรือระบบปาร์ตี้ลิสต์นั้น รักใครชอบพรรคไหนก็เป็นสิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ถือว่าหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียง ทุกคนมีสิทธิเท่ากัน ถ้าเลือกแล้วได้คนที่เหมาะสมและพรรคการเมืองที่พอจะไว้วางใจได้ ก็ย่อมดีต่อชาติบ้านเมืองและคนไทยทั้งประเทศ เนื่องจากเวลานี้ปัญหาทั้งภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ของโลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถ้าได้ผู้นำอ่อนหัดประเภทเด็กฝึกงานเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรี เห็นทีว่า“เรือหายแน่”

ทั้งนี้ สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามตัวเลขของ กกต.มีจำนวนทั้งสิ้น 52.92 ล้านคน ตัวเลขกลมๆ ก็คือ 52,922,923 คน เปรียบเทียบกับปี 2566 จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีทั้งหมด 52,238,594 คน เท่ากับว่าครั้งนี้เพิ่มขึ้นมาเพียงแค่ 684,329 คน หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เพิ่มขึ้นมาแค่ 1.31 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

เมื่อเห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว ใครที่ไม่ต้องการให้พรรคส้มเป็นรัฐบาล เพราะเกรงว่าจะได้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอ่อนหัดที่ชื่อ“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เข้าไปเป็น“นายกรัฐมนตรีเด็กฝึกงาน”นั้น ก็คงจะอุ่นใจได้ เนื่องจาก“คนรุ่นใหม่”ที่สามารถปั่นหัวให้หลงเชื่ออะไรได้ง่าย โดยไม่ได้ใช้สติปัญญาแยกแยะนั้น ไม่ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นจนสามารถทำให้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ หรือคะแนนของพรรคส้มเปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งปี 2566 มากนัก

การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 พรรคส้มในนามพรรคก้าวไกล ได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ 14,438,851 คะแนน หรือ 14.43 ล้านเสียง จึงทำให้ได้ สส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์ทั้งหมด 39 คน เมื่อบวกกับ สส.เขตอีก 121 คน รวมแล้วพรรคส้มมี สส.จำนวนทั้งสิ้น 151 คน

การเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ว่าพรรคส้มคือ พรรคประชาชนจะโหมกระแสอย่างไร แต่ก็เชื่อกันว่า ไม่น่าจะรักษาจำนวน สส.ไว้ได้เท่ากับปี 2566 เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ที่แยกแยะถูก ต่างเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ขืนปล่อยให้พรรคการเมืองนี้ได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ประเทศชาติบ้านเมืองยุ่งแน่ โดยเฉพาะเรื่องปัญหากัมพูชา ที่นักการเมืองจากพรรคนี้ไม่มีท่าทีที่ชัดเจน

นอกเหนือจากนั้น ด้วยจุดยืนทางการเมืองของพรรคประชาชน ยังอาจจะสร้างปัญหาความแตกแยกของคนในชาติให้ขยายกว้างบานปลายออกไปอีก ทั้งเรื่องสถาบัน และกองทัพ อันจะเกี่ยวพันไปถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการแก้ไขมาตรา 112 ตามเจตจำนงของคนระดับนำในขบวนการพรรคส้มที่ต้องการ“จัดระเบียบสถาบันพระมหากษัตริย์”

จะอะไรก็ตามแต่ ตัวแปรของการเลือกตั้งครั้งนี้ คือผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ซึ่งจากผลการสำรวจของ“โพล”สำนักต่างๆ มีจำนวนมากพอสมควร และเกรงกันว่าหากผู้มีสิทธิในส่วนนี้หันไปเทคะแนนเลือกพรรคส้ม ก็อาจจะทำให้พรรคส้มสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เมื่อฟังจาก ผศ.ดร.สุวิชาเป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล ให้สัมภาษณ์ในระยะหลังนี้ ชี้ว่าพรรคการเมืองที่จะได้ที่นั่ง สส.เป็นอันดับหนึ่งคือ พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่พรรคประชาชน

เหตุผลของ“ผู้อำนวยการนิด้าโพล”ที่เชื่อเช่นนั้นก็เพราะ จุดแข็งสำคัญของพรรคภูมิใจไทยคือการมี“บ้านใหญ่” และเครือข่ายการเมืองในต่างจังหวัดจำนวนมาก รวมถึงการดึงบุคคลที่มีภาพลักษณ์มืออาชีพและเป็นที่ยอมรับของชนชั้นกลางเข้ามาเสริมทัพ ส่งผลให้พรรคสามารถขยายฐานคะแนนจากเดิมที่เน้นกลุ่มเกษตรกรและแรงงาน ไปสู่กลุ่มชนชั้นกลางในเมืองได้มากขึ้น ในทางกลับกัน พรรคประชาชนกำลังเผชิญปัญหาคะแนนนิยมลดลงในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเขตเมืองของจังหวัดสำคัญ เช่น ชลบุรีและเชียงใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มจะเสียที่นั่งให้กับพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคเพื่อไทย ทำให้ภาพรวมที่นั่ง สส. ระดับประเทศ หรือ สส.เขตลดลง

ความเห็นดังกล่าวของ"ผู้อำนวยการนิด้าโพล"สอดคล้องกับบทวิเคราะห์ของ“ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์”ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มกราคมวานนี้ ในหัวเรื่อง “น้ำเงิน-ส้ม-แดง วัดกันที่ภาพรัฐบาลหลังเลือกตั้ง”โดยประมวลภาพว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยประเด็นเรื่องความพร้อมในการบริหารประเทศ ไม่ใช่ความพร้อมในเชิงถ้อยคำหรือท่าทีทางการเมือง แต่เป็นความพร้อมเชิงโครงสร้าง ใครมีทีม ใครจัดวางคนกับงานไว้แล้ว และใครสามารถรับภาระรัฐได้โดยไม่ต้องเสียเวลาปรับตัว ก็จะได้เสียงจากผู้มีสิทธิที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกเทคะแนนไปให้

บทวิเคราะห์ของ“ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์”ชี้ว่า“ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกลุ่มนี้ไม่ได้ผูกพันกับพรรคใดเป็นพิเศษ และไม่ได้ตัดสินใจจากอารมณ์หรือความรู้สึกร่วมเป็นหลัก พวกเขาใช้ข้อมูล เปรียบเทียบทางเลือก และชะลอการตัดสินใจจนใกล้วันเลือกตั้ง สิ่งที่คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญมากขึ้น คือภาพของรัฐบาลชุดถัดไปว่าจะเริ่มทำงานได้เร็วและเป็นระบบเพียงใด”

ชัดเจนที่สุดจากบทวิเคราะห์ของ“แนวหน้าออนไลน์” ก็คือ “พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ทำให้โครงสร้างรัฐบาลหลังเลือกตั้งปรากฏเป็นรูปธรรมล่วงหน้า ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสื่อสารเชิงนโยบาย แต่ผูกบุคคลเข้ากับภารกิจของรัฐอย่างตรงตัว และต่อเนื่อง”-นั่นก็คือ

ประการแรก“อนุทิน ชาญวีรกูล-ถูกวางเป็นแกนการบริหารและการประสานอำนาจรัฐ ภาพของอนุทินทำหน้าที่เป็นจุดค้ำที่ทำให้การจัดวางบุคลากรในส่วนอื่นมีน้ำหนักตามมา เพราะสังคมรับรู้ถึงประสบการณ์การคุมระบบและการตัดสินใจในระดับบริหาร”

ประการที่สอง“ศุภจี สุธรรมพันธุ์-ถูกเชื่อมโยงกับภารกิจด้านเศรษฐกิจ การค้า และการหารายได้ประเทศ ภาพของศุภจีตอบโจทย์คนเมืองที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจจริง การขับเคลื่อนรายได้ และความสามารถในการทำงานร่วมกับภาคเอกชน”

ประการที่สาม“เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ-ถูกวางในบทบาทด้านการเงินการคลัง วินัยงบประมาณ โครงสร้างภาษี และเสถียรภาพทางการคลัง ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ใช้เป็นตัวชี้วัดความจริงจังของรัฐบาล”

และประการที่สี่“สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว-ถูกผูกกับงานด้านต่างประเทศ การเจรจา และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งที่คนเมืองมองว่าเป็นตัวสะท้อนความเป็นมืออาชีพของรัฐบาล”

เห็นภาพอย่างนี้แล้ว วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ต้องเลือกขึ้นรถเมล์สีน้ำเงิน“สาย 37”ไปทำเนียบรัฐบาล และกาบัตรไม่เห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฉีกทิ้งฉบับปัจจุบัน !

รุ่งเรือง ปรีชากุล

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ

‘ปัญหายิว’คือวาระแห่งชาติ

14 ส.ค. 2569

คิด เขียน คุย : ‘โป้งเดียวจบ’ยิงโจรก็ผิด

คิด เขียน คุย : ‘โป้งเดียวจบ’ยิงโจรก็ผิด

13 ส.ค. 2569

‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’

‘กำแพง’ของพรรคส้มที่แท้คือ‘กะลา’

12 ส.ค. 2569

‘กำแพง’กับต่อมน้ำตาของ‘ไหม-ศิริกัญญา’

‘กำแพง’กับต่อมน้ำตาของ‘ไหม-ศิริกัญญา’

11 ส.ค. 2569

อุทาหรณ์จาก‘มือปืนวัย14’ลั่นไกสังหาร

อุทาหรณ์จาก‘มือปืนวัย14’ลั่นไกสังหาร

10 ส.ค. 2569

‘ผู้กำกับหนุ่ย’ได้ดีเพราะ‘ตระกูลชิน’

‘ผู้กำกับหนุ่ย’ได้ดีเพราะ‘ตระกูลชิน’

7 ส.ค. 2569

จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’

จดหมายจากคุกของ‘อานนท์ นำภา’

6 ส.ค. 2569

เอาก็เอาวะ‘ส้มจูบปากกับเขียว’

เอาก็เอาวะ‘ส้มจูบปากกับเขียว’

5 ส.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved