วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569
เลือกตั้งคราวนี้ ถ้าพรรคการเมืองไหนสามารถกวาดที่นั่ง สส.ระบบเขตใน 20 จังหวัดภาคอีสาน ซึ่งมีทั้งหมด 133 เขต หรือ 133 คน เข้ามาได้มากที่สุด พรรคนั้นก็มีโอกาสจะได้ที่นั่งสส.เป็นอันดับหนึ่ง และมีสิทธิเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อนพรรคอื่น
ปี 2566 พรรคเพื่อไทยได้ สส.ในภาคนี้เข้ามาทั้งหมด 73 คน (เหลืออยู่จริง 72 คน) พรรคภูมิใจไทย35 คน พรรคประชาชน 8 คน ซึ่งเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนไปนอกจากจะเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์“ไทย-กัมพูชา”แล้ว การย้ายขั้วของ“ตระกูลบ้านใหญ่” บวกกับกระแสความนิยมของประชาชนที่มีต่อพรรคภูมิใจไทยในช่วงๆ สั้นที่ขึ้นมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ถือว่าพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสที่จะคว้าเก้าอี้ สส.ได้มากว่าพรรคเพื่อไทย
เกี่ยวกับสถานการณ์สงคราม“ไทย-กัมพูชา”นั้น เฉพาะ 5 จังหวัดอีสานใต้ ที่มี สส.จำนวนทั้งหมด54 คน มีโอกาสสูงที่พรรคภูมิใจไทยจะกวาดที่นั่งเข้ามาได้แบบยกจังหวัดใน 3 จังหวัด รวมทั้งหมด 27 คนคือ จังหวัดสุรินทร์ 8 คน, บุรีรัมย์ 10 คน และศรีสะเกษ 9 คน ส่วนอีก 2 จังหวัด คือ อุบลราชธานี 11 คน และนครราชสีมา 16 คน นั้นต้องประลองกำลังกับ“ตระกูลบ้านใหญ่”ของพรรคเพื่อไทย ว่าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน
ในปี 2566 ที่จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทยได้ สส. 5 คน ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ 3 คน, จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งเป็นบ้านใหญ่ของ“ตระกูลชิดชอบ” พรรคภูมิใจไทยได้ สส.ยกจังหวัดทั้ง 10 คน ส่วนที่ศรีสะเกษนั้น แม้การเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.เข้ามาเพียง 2 คนจากจำนวนทั้งหมด 9 คน โดยที่อีก 7 คนเป็น สส.ของพรรคเพื่อไทย แต่ด้วยสถานการณ์สงคราม“ไทย-กัมพูชา” บวกกับกระแสในทางบวกเกี่ยวกับผลงาน พรรคภูมิใจไทยในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เป็นรัฐบาล ก็น่าจะกวาดเข้ามาได้แบบยกจังหวัดทั้งหมด 9 คน
ทั้งนี้ จะเห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 5 จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 28 กันยายนปีที่แล้ว แทนนายอมรเทพ สมหมาย อดีตสส.พรรคเพื่อไทย ที่เสียชีวิต ปรากฏว่านางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย สามารถเอาชนะ นางสาวภูริกา สมหมาย ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย มาได้แบบคะแนนทิ้งห่างเกือบ 1 หมื่นคะแนน
อย่างไรก็ดี จากที่พรรคภูมิใจไทยเคยได้ สส.ภาคอีสานในปี 2566 จำนวน 35 ที่นั่งใน 20 จังหวัดมาคราวนี้ แค่ 3 จังหวัดที่ยกมาให้เห็น คือ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ อย่างน้อยก็มี 27 คนเป็นฐานเบื้องต้น ถ้าบวกเพิ่มจากความน่าจะเป็นด้วยเงื่อนไขในทางบวกของพรรคภูมิใจไทย ไล่เลียงดูใน 17 จังหวัด พรรคภูมิใจไทยก็น่าจะได้ สส.เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกจำนวนไม่น้อย
ประการสำคัญที่สุด ตามที่มีการบันทึกกันไว้นั้น จากจำนวนตระกูลบ้านใหญ่ทั้งประเทศ“215 ตระกูล” ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่พรรคเพื่อไทยเคยมีมากที่สุด 76 ตระกูล ปรากฏ ณ ปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยมีตระกูลบ้านใหญ่มากที่สุด คือ 86 ตระกูล จากที่ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทยมีตระกูลบ้านใหญ่เพียงแค่ 48 ตระกูล
และจำนวนตระกูลบ้านใหญ่ที่เพิ่มขึ้นของพรรคภูมิใจไทยนั้น เป็นตระกูลบ้านใหญ่ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทยถึง 13 ตระกูล นอกนั้นก็ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 10 ตระกูล, พรรคพลังประชารัฐ7 ตระกูล, พรรคชาติไทยพัฒนา 7 ตระกูล และจากพรรคประชาธิปัตย์ 3 ตระกูล เป็นต้น
สำคัญที่สุดก็คือ ในพื้นที่ภาคอีสานจำนวน 20 จังหวัดนั้น มีตระกูลบ้านใหญ่สูงที่สุด คือ 71 ตระกูล และเวลานี้ก็หันมาร่วมชายคาเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้งในอดีตและปัจจุบันไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ด้วยโครงสร้าง“ระบบอุปถัมภ์”ที่มีรากฐานแข็งแรงและหยั่งลึกในต่างจังหวัด ตระกูลบ้านใหญ่ถือว่ามีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งทั้งระดับชาติ และระดับท้องถิ่น ยิ่งถ้าได้“กระแสดี”บวกกับ“กระสุนเต็มพิกัด” เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง ร้อยทั้งร้อย “เงินง้างเหล็กได้”ฉันใดก็ฉันนั้น
ลองไปดูโพลของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ“อีสานโพล” (E-Saan Poll) เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา จากการสำรวจในหัวข้อ “คนอีสานกับการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ 2569” เมื่อสอบถามว่า “ถ้าเลือกตั้ง สส. วันนี้ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน สส. บัญชีรายชื่อให้พรรคใด” พบว่า
อันดับหนึ่ง ร้อยละ 30.3 พรรคประชาชน, อันดับสองร้อยละ 30.1 พรรคเพื่อไทย, อันดับสาม ร้อยละ 27.2 พรรคภูมิใจไทย, อันดับสี่ ร้อยละ 3.4 พรรคประชาธิปัตย์, อันดับห้า ร้อยละ 2.8 พรรคไทยสร้างไทย, อันดับหกร้อยละ 2.6 พรรคกล้าธรรม, อันดับเจ็ด ร้อยละ 1.1พรรคเศรษฐกิจ และพรรคอื่นๆ ร้อยละ 2.6
เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน สส. บัญชีรายชื่อในภาคอีสาน จากการเลือกตั้ง ปี 2566 “อีสานโพล”ระบุว่า พรรคประชาชนมีความนิยมลดลงเล็กน้อยจาก ร้อยละ 33.2 เป็นร้อยละ 30.3 ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีคะแนนนิยมลดลงจากร้อยละ 43.1 เหลือร้อยละ 30.1 ส่วนพรรคภูมิใจไทย คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก ร้อยละ 4.1 เป็นร้อยละ 27.2
นอกจากนั้น“อีสานโพล”ยังเปิดเผยด้วยว่า เมื่อสอบถามว่าต้องการให้พรรคการเมืองหลักคู่ใดร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด พบว่าสูตรที่ 1 เพื่อไทยและภูมิใจไทย ร้อยละ 35.3, สูตรที่ 2 ประชาชนและเพื่อไทย ร้อยละ 30.6 และสูตรที่ 3 ภูมิใจไทยและประชาชน ร้อยละ 20.8 ขณะที่กว่าร้อยละ 13.3 อยากได้สูตรอื่นๆ เช่น การตั้งรัฐบาลโดยพรรคใหญ่พรรคเดียวเป็นแกนนำร่วมกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือการให้พรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ตนเองชื่นชอบเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคใหญ่
บรรทัดนี้จากการประเมินเอง นอกเหนือจาก 3 จังหวัดอีสานใต้ที่เชื่อว่า พรรคภูมิใจไทยจะกวาดที่นั่ง สส.เข้ามาแบบยกจังหวัดรวม 27 ที่นั่ง คือสุรินทร์ 8 คน, บุรีรัมย์ 10 คน และศรีสะเกษ 9 คน ก็ยังเชื่อว่าในอีก 17 จังหวัด ที่มี สส.แบบแบ่งเขตรวมทั้งหมด 106 คนนั้นด้วยสถานการณ์สงคราม“ไทย-กัมพูชา” บวกกับกระแสในทางบวกเกี่ยวกับผลงานในช่วงเวลาสั้นๆ ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล และพลังสำคัญจาก“ตระกูลบ้านใหญ่” พรรรคภูมิใจไทยจะมีชัยชนะเหนือพรรคเพื่อไทย และได้ สส.ภาคอีสานมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
พรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.ในภาคอีสาน 70-90 คนเป็นอย่างน้อย !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ปวีณาลุยตลาดโกสุม ช่วยผู้สมัคร สส.เขตดอนเมือง ขอโอกาสกล้าธรรมเข้าสภาฯ
ไทยก้าวใหม่ ปราศรัยใหญ่ ตั๊น จิตภัสร์ เผยย้ายค่ายเพราะอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง
ด่วน!หมายจับนักการเมืองดังอีสาน พบเป็นนายทุนใหญ่เครือข่ายเว็บพนัน ตร.ไซเบอร์ จ่อแถลงพรุ่งนี้
ระดับโลกของจริง ลิซ่า เปิดแคมเปญแรกกับ NikeSKIMS ลุคนี้ละสายตาไม่ได้
อดีตเทศกิจปืนดุ ชวดประกันนอนคุก คดียิงวินจยย.รับจ้างดับ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี