วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569
เวลานี้สถานการณ์โลกก็ร้อนระอุ เมื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” (USS Abraham Lincoln) และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีหลายลำ พร้อมด้วยกองเรือรบสนับสนุน เข้ามาป้วนเปี้ยนบริเวณอ่าวเปอร์เซียในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ที่พร้อมจะเปิดฉากสงครามกันได้ทุกเมื่อ
ขณะที่บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในบ้านเราก็ร้อนแรง แบบทุกพรรคการเมืองต่างก็ร้อนเร่าที่จะเข้าสู่อำนาจโดยมีชัยชนะเหนือคู่ต่อสู้ด้วยกลเกมทุกรูปแบบที่งัดกันขึ้นมาใช้โจมตีและป้ายสีสาดโคลนใส่กัน พร้อมกับการ“ตกเขียว”ประชาชนด้วยนโยบายประชานิยม“ลดแลกแจกแถม”จากการล้างผลาญเงินงบประมาณแผ่นดิน ชนิดที่ไม่สนใจว่าเศรษฐกิจของประเทศจะพินาศย่อยยับแค่ไหน
เอาเข้าจริงนักการเมืองก็มีอยู่แค่นี้ พรรคการเมืองก็มีอยู่แค่นี้ และก็ได้เห็นกันมาแล้วทั้งสิ้น ว่าเมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วทำงานกันอย่างไร หนึ่งในพรรคการเมืองนั้นก็คือ พรรคเพื่อไทย จากที่เคยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แต่เมื่อได้เข้าไปเป็นรัฐบาลในช่วง 2 ปีทั้งรัฐบาล“เศรษฐา ทวีสิน” และรัฐบาล“แพทองธาร ชินวัตร” ก็ทำไม่ได้อย่างที่หาเสียงไว้
มาวันนี้ แม้พรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็น “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แต่ก็ยังเป็นบุคคลของตระกูลชินวัตร เพื่อมาสืบทอดอำนาจแทนทายาทสายตรงของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย ที่หมดตัวเล่น เนื่องจาก“โอ๊ค”หรือ“พานทองแท้ ชินวัตร”บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ“ทักษิณ”หมดสภาพที่จะจับ“เชิดหุ่น”ได้ คิวจึงมาตกที่“ยศชนัน”บุตรชายของนางเยาวภาวงศ์สวัสดิ์ หรือ“เจ๊แดง”บุคคลที่มักจะมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีทุจริต แต่ก็หลุดลอดมาได้ทุกคดี โดยที่หลายคดีรัฐมนตรีซึ่งตกเป็นจำเลยต้องติดคุกกันหัวโต
กรณี“บุญทรง เตริยาภิรมย์”อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มีโทษจำคุก 48 ปี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว“จีทูจี” หรือ“จีทูเจี๊ยะ”เป็นตัวอย่าง แต่“เจ๊แดง”รอด โดยที่“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”ผู้เป็นน้องสาวในฐานะนายกรัฐมนตรีไม่รอด เวลานี้ก็ยังหนีโทษที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา และศาลปกครองสูงสุดพิพากษาสั่งให้ ชดใช้เงิน10,028 ล้านบาท เป็นค่าเสียหายจากการระบายข้าวจีทูจี
และแม้พรรคเพื่อไทย โดย“ทักษิณ ชินวัตร”จะเปลี่ยนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี“ตัวเลือกใหม่ที่ดูสด”เป็น“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แต่นโยบายต่างๆ ก็ยังเป็นนโยบายเก่าที่ทำไม่ได้แต่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ โดยเพิ่มแรงจูงใจด้วยการลดแลกแจกแถมแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์เหมือนเดิม เช่น นโยบาย“สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ9 คน” ที่นอกจากจะใช้เงินล่อประชาชนผู้มีสิทธิอออกเสียงเลือกตั้งแล้ว ก็ยังใช้ตัวเลขการแจก“วันละ 9 คน”เป็นตัวเลขแฝง เพราะหมายเลขการเลือกตั้งระบบปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทยคือ“เลข 9”
เมื่อมองไปที่พรรคประชาชน ซึ่งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าที่สิ้นหวังกับพรรคการเมืองเดิมๆ หลงเชื่อและฝากความหวังนั้น ถ้าจะว่าไปแล้วหากดูเนื้อในก็ไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ยังไม่เคยเข้าไปเป็นรัฐบาลบริหารประเทศเท่านั้นเอง
สำคัญที่สุดพรรคการเมืองนี้พูดถึงประชาธิปไตย พูดถึงรัฐธรรมนูญ พูดถึงการสร้างระบบยุติธรรมที่เป็นธรรมและลดการลอยนวลที่พ้นผิด ซึ่งได้มีการบรรจุไว้ในนโยบายของพรรคด้วยคำขวัญอันสวยหรูว่า “เพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ไม่เทา-เท่ากัน-และทันโลก” แต่ก็ปรากฏว่านักการเมืองพรรคนี้กลับเป็นผู้ละเมิดกฎหมายเสียเอง โดยที่ กกต.ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่กำกับดูแลโดยตรงก็“เพิกเฉย” เหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
จะเห็นว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งสังคมรับรู้ว่าเป็นนายทุนและเจ้าของพรรคประชาชน แม้จะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และอีกทั้งยังเป็นผู้ต้องหาคดี“รุกป่าราชบุรี” แต่ก็ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามประธานคณะก้าวหน้า โดยใช้ตำแหน่งผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชนบังหน้า เดินสายหาเสียงช่วยลูกพรรคราวกับว่าเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนตัวจริง ไม่ใช่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
นอกจากนั้น ก็ยังรวมไปถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน 2 อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี และนางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ“ช่อ”ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตด้วยข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรม สส. อย่างร้ายแรง ซึ่งบุคคลทั้ง 3 ก็ใช้ตำแหน่งผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชนเดินสายหาเสียงและเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่นเดียวกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ไม่เพียงแต่เท่านั้น สิ่งที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะ“ด้อมส้ม”จะต้องพิจารณาให้จงหนักก็คือ หากผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชน ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อระดับแกนนำพรรค ที่มีชื่ออยู่ในบัญชี “44 สส.พรรคก้าวไกล”เกี่ยวกับคดี มาตรา 112 ที่ทำให้พรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคมาแล้ว ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. เช่น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, รังสิมันต์ โรม, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์ และณัฐวุฒิ บัวประทุม เป็นต้น เห็นทีว่ายุ่งแน่
เพราะคดีนี้ ป.ป.ช.น่าจะยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยภายในเวลาไม่กี่เดือนนับจากนี้ ฐานที่บุคคลเหล่านี้“ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม” และจะทำให้ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองอาจจะตลอดชีวิต หรือเป็นเวลา 10 ปี นั่นก็หมายความว่าทุกคนตามที่กล่าวชื่อนั้น ต้องพ้นสภาพการเป็น สส.ด้วย
หรือแม้แต่“ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” ตัวจี๊ดตัวป่วนของพรรคประชาชนในเวลานี้ ก็ไม่พ้น“บ่วงกรรม”จากคดีความผิดมาตรา 112 ซึ่งถูกศาลชั้นต้นได้พิพากษาตัดสินจำคุก 6 ปี ระหว่างนี้อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ หากในระยะเวลาอันใกล้นี้ศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสินตามศาลชั้นต้น “ไอซ์-รักชนก”ก็มีโอกาสเข้าคุกโดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างสู้คดีในชั้นศาลฎีกา ซึ่งก็ต้องพ้นสภาพจากการเป็นสส.อีกเช่นกัน
จะอะไรก็แล้วแต่ ใกล้โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 มกราคมวานนี้ว่า ในช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมามีการเบิกถอนเงินสดที่น่าสงสัย 2 กรณีจาก 2 ธนาคาร จำนวน 250 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท โดยมีการเบิกทั้งฉบับใบละ 500 และ 100 บาท ซึ่งถ้าถอดคำพูดของผู้ว่าการธปท. ก็หมายความว่า 2 กรณีนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 450 ล้านบาท ที่น่าจะถูกถอนออกไป“ซื้อเสียง”
หากจะถาม กกต.ว่าพรรคการเมืองไหนเป็นคนถอน กกต.ก็คงใบ้รับประทาน และคงท่องได้แต่เพียงว่า “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง” ตามคำขวัญที่ กกต.รณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ฮอร์มุซ เงินหยวน และเรือรบสหรัฐฯ เมื่ออิหร่านกำลังเขย่าระเบียบโลก ไทยควรเตรียมตัวอย่างไร
ปลัดมท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเข้ม 3 มาตรการเพิ่มเติม รับมือสถานการณ์พลังงาน
หวานชื่น! เปอร์ สุวิกรม-ยิหวา ลั่นระฆังวิวาห์หลังคบหาดูใจ 9 ปี
เขมรเอาจริง! ไฟเขียว กม.ปราบสแกมออนไลน์ โทษหนักทั้งจำทั้งปรับ
นพดล ปิ๊งไอเดีย เสนอ 5 แนวทางพลิกวิกฤตตะวันออกกลางเป็นโอกาสไทยเข้มแข็ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี