เวลานี้สถานการณ์โลกก็ร้อนระอุ เมื่อเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” (USS Abraham Lincoln) และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีหลายลำ พร้อมด้วยกองเรือรบสนับสนุน เข้ามาป้วนเปี้ยนบริเวณอ่าวเปอร์เซียในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน ที่พร้อมจะเปิดฉากสงครามกันได้ทุกเมื่อ
ขณะที่บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในบ้านเราก็ร้อนแรง แบบทุกพรรคการเมืองต่างก็ร้อนเร่าที่จะเข้าสู่อำนาจโดยมีชัยชนะเหนือคู่ต่อสู้ด้วยกลเกมทุกรูปแบบที่งัดกันขึ้นมาใช้โจมตีและป้ายสีสาดโคลนใส่กัน พร้อมกับการ“ตกเขียว”ประชาชนด้วยนโยบายประชานิยม“ลดแลกแจกแถม”จากการล้างผลาญเงินงบประมาณแผ่นดิน ชนิดที่ไม่สนใจว่าเศรษฐกิจของประเทศจะพินาศย่อยยับแค่ไหน
เอาเข้าจริงนักการเมืองก็มีอยู่แค่นี้ พรรคการเมืองก็มีอยู่แค่นี้ และก็ได้เห็นกันมาแล้วทั้งสิ้น ว่าเมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วทำงานกันอย่างไร หนึ่งในพรรคการเมืองนั้นก็คือ พรรคเพื่อไทย จากที่เคยหาเสียงไว้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แต่เมื่อได้เข้าไปเป็นรัฐบาลในช่วง 2 ปีทั้งรัฐบาล“เศรษฐา ทวีสิน” และรัฐบาล“แพทองธาร ชินวัตร” ก็ทำไม่ได้อย่างที่หาเสียงไว้
มาวันนี้ แม้พรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็น “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แต่ก็ยังเป็นบุคคลของตระกูลชินวัตร เพื่อมาสืบทอดอำนาจแทนทายาทสายตรงของนักโทษเด็ดขาดชายทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย ที่หมดตัวเล่น เนื่องจาก“โอ๊ค”หรือ“พานทองแท้ ชินวัตร”บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ“ทักษิณ”หมดสภาพที่จะจับ“เชิดหุ่น”ได้ คิวจึงมาตกที่“ยศชนัน”บุตรชายของนางเยาวภาวงศ์สวัสดิ์ หรือ“เจ๊แดง”บุคคลที่มักจะมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีทุจริต แต่ก็หลุดลอดมาได้ทุกคดี โดยที่หลายคดีรัฐมนตรีซึ่งตกเป็นจำเลยต้องติดคุกกันหัวโต
กรณี“บุญทรง เตริยาภิรมย์”อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มีโทษจำคุก 48 ปี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว“จีทูจี” หรือ“จีทูเจี๊ยะ”เป็นตัวอย่าง แต่“เจ๊แดง”รอด โดยที่“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”ผู้เป็นน้องสาวในฐานะนายกรัฐมนตรีไม่รอด เวลานี้ก็ยังหนีโทษที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 5 ปีไม่รอลงอาญา และศาลปกครองสูงสุดพิพากษาสั่งให้ ชดใช้เงิน10,028 ล้านบาท เป็นค่าเสียหายจากการระบายข้าวจีทูจี
และแม้พรรคเพื่อไทย โดย“ทักษิณ ชินวัตร”จะเปลี่ยนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี“ตัวเลือกใหม่ที่ดูสด”เป็น“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แต่นโยบายต่างๆ ก็ยังเป็นนโยบายเก่าที่ทำไม่ได้แต่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ โดยเพิ่มแรงจูงใจด้วยการลดแลกแจกแถมแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์เหมือนเดิม เช่น นโยบาย“สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ9 คน” ที่นอกจากจะใช้เงินล่อประชาชนผู้มีสิทธิอออกเสียงเลือกตั้งแล้ว ก็ยังใช้ตัวเลขการแจก“วันละ 9 คน”เป็นตัวเลขแฝง เพราะหมายเลขการเลือกตั้งระบบปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทยคือ“เลข 9”
เมื่อมองไปที่พรรคประชาชน ซึ่งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าที่สิ้นหวังกับพรรคการเมืองเดิมๆ หลงเชื่อและฝากความหวังนั้น ถ้าจะว่าไปแล้วหากดูเนื้อในก็ไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ยังไม่เคยเข้าไปเป็นรัฐบาลบริหารประเทศเท่านั้นเอง
สำคัญที่สุดพรรคการเมืองนี้พูดถึงประชาธิปไตย พูดถึงรัฐธรรมนูญ พูดถึงการสร้างระบบยุติธรรมที่เป็นธรรมและลดการลอยนวลที่พ้นผิด ซึ่งได้มีการบรรจุไว้ในนโยบายของพรรคด้วยคำขวัญอันสวยหรูว่า “เพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ไม่เทา-เท่ากัน-และทันโลก” แต่ก็ปรากฏว่านักการเมืองพรรคนี้กลับเป็นผู้ละเมิดกฎหมายเสียเอง โดยที่ กกต.ในฐานะองค์กรอิสระที่มีหน้าที่กำกับดูแลโดยตรงก็“เพิกเฉย” เหมือนเอาหูไปนาเอาตาไปไร่
จะเห็นว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคส้ม อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งสังคมรับรู้ว่าเป็นนายทุนและเจ้าของพรรคประชาชน แม้จะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และอีกทั้งยังเป็นผู้ต้องหาคดี“รุกป่าราชบุรี” แต่ก็ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองในนามประธานคณะก้าวหน้า โดยใช้ตำแหน่งผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชนบังหน้า เดินสายหาเสียงช่วยลูกพรรคราวกับว่าเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนตัวจริง ไม่ใช่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
นอกจากนั้น ก็ยังรวมไปถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน 2 อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี และนางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ“ช่อ”ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตด้วยข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรม สส. อย่างร้ายแรง ซึ่งบุคคลทั้ง 3 ก็ใช้ตำแหน่งผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชนเดินสายหาเสียงและเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่นเดียวกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ไม่เพียงแต่เท่านั้น สิ่งที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะ“ด้อมส้ม”จะต้องพิจารณาให้จงหนักก็คือ หากผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชน ทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อระดับแกนนำพรรค ที่มีชื่ออยู่ในบัญชี “44 สส.พรรคก้าวไกล”เกี่ยวกับคดี มาตรา 112 ที่ทำให้พรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคมาแล้ว ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. เช่น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, รังสิมันต์ โรม, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์ และณัฐวุฒิ บัวประทุม เป็นต้น เห็นทีว่ายุ่งแน่
เพราะคดีนี้ ป.ป.ช.น่าจะยื่นเรื่องให้ศาลฎีกาวินิจฉัยภายในเวลาไม่กี่เดือนนับจากนี้ ฐานที่บุคคลเหล่านี้“ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม” และจะทำให้ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองอาจจะตลอดชีวิต หรือเป็นเวลา 10 ปี นั่นก็หมายความว่าทุกคนตามที่กล่าวชื่อนั้น ต้องพ้นสภาพการเป็น สส.ด้วย
หรือแม้แต่“ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” ตัวจี๊ดตัวป่วนของพรรคประชาชนในเวลานี้ ก็ไม่พ้น“บ่วงกรรม”จากคดีความผิดมาตรา 112 ซึ่งถูกศาลชั้นต้นได้พิพากษาตัดสินจำคุก 6 ปี ระหว่างนี้อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ หากในระยะเวลาอันใกล้นี้ศาลอุทธรณ์ยืนคำตัดสินตามศาลชั้นต้น “ไอซ์-รักชนก”ก็มีโอกาสเข้าคุกโดยไม่ได้รับการประกันตัวระหว่างสู้คดีในชั้นศาลฎีกา ซึ่งก็ต้องพ้นสภาพจากการเป็นสส.อีกเช่นกัน
จะอะไรก็แล้วแต่ ใกล้โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 28 มกราคมวานนี้ว่า ในช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมามีการเบิกถอนเงินสดที่น่าสงสัย 2 กรณีจาก 2 ธนาคาร จำนวน 250 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท โดยมีการเบิกทั้งฉบับใบละ 500 และ 100 บาท ซึ่งถ้าถอดคำพูดของผู้ว่าการธปท. ก็หมายความว่า 2 กรณีนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 450 ล้านบาท ที่น่าจะถูกถอนออกไป“ซื้อเสียง”
หากจะถาม กกต.ว่าพรรคการเมืองไหนเป็นคนถอน กกต.ก็คงใบ้รับประทาน และคงท่องได้แต่เพียงว่า “สร้างสรรค์ประเทศไทย พร้อมใจไปเลือกตั้ง” ตามคำขวัญที่ กกต.รณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี