วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อมวลชนว่า รัฐบาลหลังเลือกตั้งจะมีผู้นำชุดใหม่ชื่อ อภิ-ทิน เป็นการบอกใบ้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์หลังการเลือกตั้ง8 กุมภาพันธ์ โดยมีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาลอย่างจำใจในยุคโลกไร้ระเบียบ
นายอนุทิน ตอบคำถามสื่อกรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ โพสต์เฟซบุ๊กว่าหลังเลือกตั้งเขาล็อกตัวนายกรัฐมนตรีไว้แล้วชื่อ อ.อ่าง นายอนุทิน กล่าวว่าหัวหน้าพรรคของเขาก็มีชื่อ อ.อ่างเหมือนกัน เขาก็เชียร์หัวหน้าเขาสิ นักข่าวถามซ้ำว่า“ไม่ใช่..อนุทินเรอะ”นายกฯหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ตอบนักข่าวว่า“อภิ-ทิน”การนำชื่ออภิสิทธิ์มาบวกกับอนุทินฟังดูเหมือนเล่นมุกขำๆแต่มีนัยน่าติดตาม และควรนำมาพิจารณาถึงธรรมชาติการเมืองไทย
หากตัดหลักวิชาการออกไป ใช้สามัญสำนึกล้วนๆ ประกอบการพิจารณาจะพบว่า พรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มจะชนะเลือกตั้งมาอันดับหนึ่ง จากปัจจัยหลายอย่างรวมทั้งความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะหาข้อยุติได้ นายอนุทินเป็นนายกฯ ที่ได้รับความนิยมจากผลงานบริหารจัดการความขัดแย้งเพื่อนบ้านได้ระดับหนึ่งที่สำคัญพรรคภูมิใจไทยได้รวบรวมนักการเมืองบ้านใหญ่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ภาคเหนือจรดใต้จากภาคอีสานจรดตะวันออกมาไว้ในค่ายทำให้เกิดความมั่นใจว่าภูมิใจไทยได้ สส.เข้าสภา 150 คนบวกลบ
ในเวลาเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้รับความนิยมสูงสุดในภาคใต้และมีความนิยมสูงขึ้นในกรุงเทพฯจากนโยบาย“การเมืองสุจริต เศรษฐกิจเติบโต”ที่สำคัญ ปชป.คัดเลือกผู้สมัครสส.คนรุ่นใหม่ไฟแรง ส่วนใหญ่ลงสมัครทั่วประเทศโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ประมาณการกันว่า ปชป.จะได้ สส.เข้าสภา 50 คนบวกลบ
ในขณะที่หัวหน้า ภท.กับปชป.ซึ่งมีอักษร อ.อ่าง กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้น พรรคคู่แข่งที่เป็นพรรคใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพรรคส้มและพรรคแดง ความนิยมตกต่ำลง เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันและนโยบายหมกมุ่นอยู่กับการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯและด้อยค่าทหาร จึงพูดได้ว่าส้มกับแดงในไม่อยู่ในฐานะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง
พรรคส้มที่ตั้งเป้าหมายได้ สส. 250 ที่นั่งขึ้นไป เพื่อได้ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว การเลือกตั้ง8 กุมภาพันธ์ พรรคส้มได้ สส.เข้าสภาเพียง 1 ใน 3ของที่ตั้งเป้าหมายไว้ก็หืดขึ้นคอแล้ว
ส่วนพรรคแเดง ต้องยอมรับความจริงว่า ที่ต้องหาเสียงเลือกตั้งกันหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ทุกวันนี้ เป็นผลพวงมาจากความผิดพลาดอย่างมหันต์ของพรรคเพื่อไทย ที่มีเด็กฝึกงาน มาเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้ประเทศไทยตกต่ำมาถึงจุดนี้
52 พรรคการเมืองส่งผู้สมัคร สส. 5,233 คน ลงแข่งขันและแคนดิเดตนายกฯ 94 คน ไม่ต้องขึ้นเหนือล่องใต้หาเสียงให้พรรค หากอดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ไม่ทำให้ประเทศไทยและตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเสื่อมเสียเกียรติภูมิ ที่ไปบอกฮุนเซนว่า แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย ผู้กำลังนำทหารปกป้องอธิปไตยของชาติ “เป็นคนของฝ่ายตรงข้ามกับเรา”
เท่านั้นยังไม่พอ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ยังบอกอริราชศัตรูว่าแม่ทัพภาค 2 “เขาพูดเพื่อเอาเท่อย่าไปฟังเขาพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป”คำพูดของอดีตนายกฯมันย่ำยีหัวใจทหารและคนไทยเกินจะรับได้ ที่เลวร้ายเธอยังใช้ตำแหน่งนายกฯไทยไปออดอ้อนศัตรูว่า “ขอให้อังเคิลเห็นใจหนูหน่อยเวลานี้คนไทยเขาไล่หนูไปเป็นนายกฯเขมรกันหมดแล้ว..อังเคิลอยากได้อะไรก็บอกมาจะจัดให้..ฯลฯ
ความขาดวุฒิภาวะของอดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีตลอดไป นั่นคือที่มาการหาเสียงเลือกตั้งวันนี้
ความจริงพรรคเพื่อไทยพยายามยุบสภาตั้งแต่วันที่ น.ส.แพทองธาร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ติดขัดกฎหมายทำไม่ได้ พรรคเพื่อไทยดิ้นรนตั้งนายกรัฐมนตรีแก้ขัดก็ทำไม่ได้ เพราะพรรคส้มผู้มีความมุ่งมั่นแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ หันไปยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเฉพาะกิจสี่เดือนเพื่อมีภารกิจแก้รัฐธรรมนูญปี’60 เท่านั้น
นายอนุทิน ได้รับการสนับสนุนจากพรรคส้มให้เป็นนายกฯเฉพาะกิจ ในขณะที่ความขัดแย้งไทย-กัมพูชายังร้อนแรง เขาทุ่มเททุกสรรพกำลังแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้าด้วยนำโครงการคนละครึ่งของลุงตู่มาปัดฝุ่นใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ จนความนิยมในตัวนายกฯและพรรคภูมิใจไทยสูงขึ้นอย่างมีนัย
ในเวลาเดียวกันการแก้รัฐธรรมนูญมีปัญหา เมื่อวุฒิสภามีทีท่าจะไม่ลงมติให้ พรรคส้มทึกทักเอาว่าภูมิใจไทยหักหลังเลยคิดจะล้มรัฐบาล แต่แค่คิดยังไม่ทันล่ารายชื่อ วันที่ 12 ธันวาคมนายอนุทินก็ยุบสภา
จึงสรุปว่า การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์เกิดขึ้น เพราะความผิดพลาดอย่างมหันต์ของพรรคแดงกับพรรคส้ม พรรคแดงผิดพลาด เรื่องความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ส่วนพรรคส้มหมกมุ่น แต่เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ด้อยค่าทหาร ความผิดพลาดของพรรคแดงพรรคส้มเลวร้ายเกินที่คนไทยจะให้อภัยในการเลือกตั้งในครั้งนี้
ไม่ต้องพึ่งวิชาการเพียงใช้ Command sense ก็บอกได้ว่าแดงส้มไม่อยู่ในสมการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งสองพรรคเป็นได้แค่ตัวแปลเท่านั้น คาดการณ์ว่าพรรคส้มกับพรรคแดงรวมกันจะได้สส.เข้าสภาไม่เกิน 200 คน
ดังนั้นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจึงต้องเป็นภูมิใจไทยที่ล็อก ปชป.ไว้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพราะ ภท.ตระหนักว่าปล่อยให้ปชป.ไปเป็นฝ่ายค้าน เป็นอันตรายต่ออายุขัยของรัฐบาล นายอนุทินถึงได้หลุดคำพูดออกมาว่า อภิ-ทิน
หากมองจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา พูดได้ว่านายอภิสิทธิ์กับนายอนุทินมีเคมีตรงกัน ที่ทั้งสองคนไม่ยอมอ่อนข้อให้กัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายอภิสิทธิ์ซึ่งเป็นที่เกลียดชังของฮุนเซน ตั้งแต่ตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นที่ปรึกษา สมัยนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ในนามรัฐบาลไทยนายอภิสิทธิ์ ทำหนังสือถึงรัฐบาลกัมพูชาขอตัวทักษิณมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
ฮุนเซน ไม่ยอมส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้ แถมโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ บินมาด่านายอภิสิทธิ์ในฐานะประธานการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ปี 2552 ถึงโรงแรมที่ประชุมอำเภอชะอำ โดยประณามนายอภิสิทธิ์ว่า รังแกทักษิณกับคนเสื้อแดง ฮุนเซน เจ็บแค้นแทนทักษิณถึงกับมีรายงานว่า มีกองกำลังติดอาวุธจากประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมเผาบ้านเผาเมืองและสร้างความวุ่นวายในปี 2553
จึงพูดได้ว่าในขณะที่ความขัดแย้งไทย -กัมพูชา ยังคงดำรงอยู่นายอภิสิทธิ์ กับนายอนุทินเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ขจัดกัมพูชาได้ในบริบทใหม่ ที่มีขบวนการหลอกลวงออนไลน์หรือสแกมเมอร์เป็นศูนย์กลางสำคัญของความขัดแย้งซึ่งฮุนเซน พยายามทำให้ความขัดแย้งชายแดนยืดเยื้อ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจชาวโลกจากความเลวร้ายของสแกมเมอร์ในกัมพูชา
นอกจากนั้น นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้นำประเทศไทยกลับเข้าสู่เรดาร์ในสายตาชาวโลกก็มีท่าทีเอนเอียงไปทาง ปชป.ในการพูดกับไทยรัฐทีวีเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมนายสีหศักดิ์ ระบุเรื่องเศรษฐกิจที่พัวพันกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กระทรวงการต่างประเทศต้องมีบทบาทสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจการค้าในเวลาเดียวกัน
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ปัจจุบันโลกไม่มีระเบียบ คือไม่มีใครจัดการความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ความขัดแย้งในฉนวนกาซาได้ ล่าสุด สหรัฐบุกถล่มเวเนซุเอลาจับตัวประธานาธิบดีมาขึ้นศาล เหล่านี้คือ โลกไม่มีระเบียบ ไม่มีใครเคารพกฎหมายสากลและบูรณภาพเหนือดินแดนของชาติอื่น
พิธีกรถามถึงจุดยืนของภูมิใจไทยเรื่อง MOU 43-44 นายสีหศักดิ์ กล่าวแบบนักการทูตว่าเอ็มโอยู 43-44 ผูกพันกับประชาชนและสภาจำเป็นต้องขอประชามติจากประชาชน ส่วนสภาได้ข้อยุติเอ็มโอยู 44 แล้วว่าจะยกเลิก
ส่วนเอ็มโอยู 43 มีความคืบหน้า ทำให้ปักปันเขตแดนได้บางส่วนคิดว่าประมาณ 40% แล้ว แต่มีความขัดแย้งเสียก่อน ความขัดแย้งมาจากสาเหตุเราใช้อัตรา 1.50,000 ฝ่ายกัมพูชายืนยัน 1.200,000 ซึ่งหยาบมากใช้กับเครื่องมือยุคใหม่ไม่ได้ 1.50,000 ละเอียดกว่าซึ่งสามารถบอกได้ว่าสันปันน้ำอยู่ตรงไหน
“ที่กัมพูชาเรียกร้องอยู่ทุกวันนี้เพราะเขาคิดว่าดินแดนที่ทหารยึดคืนมาเป็นของเขาตามอัตรา 1.200,000 เรื่องนี้เราต้องเจรจาทวิภาคี หากยกเลิกเอ็มโอยู 43 เราต้องหาเครื่องใหม่ทดแทนปล่อยให้เป็นสุญญากาศไม่ได้ เพราะกัมพูชาพยายามพาเราเข้าสู่เวทีโลก”
โดยวิสัยนักการทูต นายสีหศักดิ์ไม่ได้บอกว่าจะเลิกเอ็มโอยู 43 หรือไม่ เขาเพียงแต่กล่าวว่าเอ็มโอยู 43 มีความคืบหน้า ส่วนเอ็มโอยู 44ไม่คืบหน้า เพราะมันมีภาพบางอย่างซ่อนอยู่
จึงทำนายล่วงหน้า หากภูมิใจไทย เป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ เอ็มโอยู 43 ที่ทำในสมัย นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรียังคงใช้เป็นกรอบแก้ปัญหา เนื่องจาก ปชป.ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ส่วนเอ็มโอยู 44 ทำในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยมีภาพบางอย่างซ่อนอยู่ทำให้ไม่คืบหน้า ภาษาทางการทูตคือไว้ใจไม่ได้
สรุป แบบชาวบ้านว่า หลังเลือกตั้ง8 กุมภาพันธ์ ภูมิใจไทย กับ ปชป.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลโดยมีเพื่อไทยเข้าร่วมด้วยความจำใจไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ส่วนพรรคส้มเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ถนัดการสร้างวาทกรรมเพื่อให้รัฐบาลชุดใหม่อยู่ได้ครบเทอม
สุทิน วรรณบวร

อย่าตื่นตระหนก! กรมการแพทย์ย้ำยังไม่พบติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในไทย
อนุทินลั่น ภูมิใจไทยไม่มีซื้อเสียง หลังผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ปูดมีถอนเงินสด 450 ล้าน
ส่งสัญญาณแรงถึงผู้ว่าฯ นายกฯชี้จังหวัดบกพร่อง เหตุเผากว่าหมื่นไร่นครนายก
เก๋งข้ามเลนชนจยย. กระเด็นตกไหล่เขา5เมตร กู้ภัยต้องปีนลงไปช่วย
ทะเลลุกเป็นไฟ! จีน่า เดอะเฟซ สาดความแซ่บในชุดบิกินีสีแดง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี